Profile icon

คลิปอ้างเป็นมวลน้ำเหนือไหลผ่านทุกจังหวัดแบบรุนแรง แท้จริงสร้างจาก AI

ตรวจสอบคลิปอ้าง “มวลน้ำเหนือไหลผ่านจังหวัดต่าง ๆ” พบภาพมีข้อสังเกตผิดปกติหลายจุด ด้านนักวิชาการระบุลักษณะการไหลของมวลน้ำไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ ชี้เป็นคลิปที่สร้างด้วย AI

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบแหล่งที่มาภาพปลอมจาก Facebook

ตรวจสอบพบโพสต์อ้างคลิปมวลน้ำเหนือไหลผ่านพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ 

โดยระบุว่า

“ภาพน้ำเหนือไหลลงทางไต้ผ่านจังหวัดต่างๆมากมายขอให้ทุกคนทุกจังหวัดผ่านไปให้ได้นะสู้ๆ”

เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 69 มียอดรับชมประมาณ 2,200 ครั้ง

ภาพมวลน้ำเหนือไหลผ่านจังหวัดต่าง ๆ เป็นภาพจริงหรือไม่ ? 

เมื่อนำภาพบางส่วนจากคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบย้อนกลับเพื่อค้นหาที่มาต้นทางด้วย Google Lens ไม่พบภาพต้นฉบับหรือแหล่งที่มาของภาพ

จากนั้นนำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI จาก Hive Moderation ผลการตรวจสอบระบุว่า ภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างขึ้นด้วย AI เช่นเดียวกับเว็บไซต์ DeepAI ก็ได้ผลในลักษณะเดียวกัน

ข้อสังเกตเพิ่มเติมจาก Thai PBS Verify พบว่า ภายในคลิปมีฝนตก แต่ใบไม้และต้นไม้โดยรอบแทบไม่มีการเคลื่อนไหว ขณะที่ลักษณะของฝนและก้อนเมฆในภาพมีความผิดปกติเมื่อสังเกตจากรายละเอียดของภาพ นอกจากนี้ ยังพบซากต้นไม้ล้มในลักษณะเหมือนกัน แม้จะอยู่คนละฉาก

ภาพความผิดปกติในคลิป

ลักษณะการไหลของน้ำไม่สอดคล้องธรรมชาติ นักวิชาการชี้สร้างด้วย AI 

ด้าน ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ระบุว่า ทิศทางและความเร็วของการไหลของน้ำในคลิปไม่สอดคล้องกับลักษณะการไหลของน้ำตามธรรมชาติ และวิเคราะห์ว่า คลิปดังกล่าวสร้างจาก AI

ขณะนี้น้ำเหนือไหลลงมา แต่เขื่อนยังควบคุมการระบายน้ำไว้ประมาณไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะเดียวกันหลายพื้นที่มีน้ำท่วมอยู่แล้ว การที่น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก จึงไม่น่าจะไหลรุนแรงในลักษณะที่ปรากฏในคลิป

ดร.สนธิ คชวัฒน์ กล่าวว่า หากกระแสน้ำจะรุนแรงในระดับที่ปรากฏในคลิป ต้องมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำจากพื้นที่สูง ฝนตกหนักมาก หรือเกิดดินโคลนถล่ม ซึ่งจะทำให้มวลน้ำมีความรุนแรงมากขึ้น จึงมองว่าลักษณะน้ำในคลิปไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และยืนยันว่าเป็นภาพที่สร้างด้วย AI

รวมถึงสภาพท้องฟ้ามืดครึ้มในคลิป มีลักษณะคล้ายฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ขณะนี้สถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคเหนือไม่ได้มีลักษณะดังกล่าว

สำหรับน้ำเหนือโดยทั่วไป จะมีเขื่อนสำคัญ เช่น เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพล ช่วยควบคุมการระบายน้ำ ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยผ่านพื้นที่นครสวรรค์และเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จากนั้นจึงไหลลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ

ดังนั้น ในพื้นที่ราบ ลักษณะการไหลของน้ำจึงไม่น่าจะมีความรุนแรงหรือไหลเร็วในลักษณะที่ปรากฏในคลิป โดยเฉพาะเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนี้ยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่งเพียงเล็กน้อย

“ดังนั้น น้ำจึงไม่น่าจะไหลรุนแรงในระดับที่ปรากฏในคลิป ลักษณะดังกล่าวคล้ายกับน้ำที่ไหลลงมาจากพื้นที่สูงและพัดพาดินโคลนลงมาด้วย” 

ภาพเส้นทางน้ำจากเหนือสู่เจ้าพระยา

เรื่องจริงเป็นอย่างไร

Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้ว คลิปดังกล่าวเป็นภาพที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพจริงของมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลผ่านพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ แม้สถานการณ์น้ำเหนือและน้ำท่วมในหลายพื้นที่จะเกิดขึ้นจริง แต่ภาพในคลิปไม่สอดคล้องกับลักษณะการไหลของน้ำตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่ควรปรากฏในสถานการณ์ดังกล่าว 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

1.ตรวจสอบด้วย Google Lens: เมื่อนำภาพบางส่วนจากคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบย้อนกลับเพื่อค้นหาที่มาต้นทางด้วย Google Lens ไม่พบภาพต้นฉบับหรือแหล่งที่มาของภาพ

2.ตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจสอบ AI: จากนั้นนำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI ผลการตรวจสอบระบุว่า ภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างขึ้นด้วย AI และเมื่อตรวจสอบซ้ำด้วย DeepAI ก็ได้ผลในลักษณะเดียวกัน

3.สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติ: ด้าน ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ระบุว่า ทิศทางและความเร็วของการไหลของน้ำในคลิปไม่สอดคล้องกับลักษณะการไหลของน้ำตามธรรมชาติ และวิเคราะห์ว่าคลิปดังกล่าวสร้างจาก AI

ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้

การเผยแพร่คลิปที่สร้างด้วย AI โดยอ้างว่าเป็นภาพสถานการณ์น้ำเหนือ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ทิศทาง ความรุนแรง และสถานการณ์ของมวลน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนต้องติดตามข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม นอกจากนี้ หากภาพปลอมถูกเผยแพร่ในวงกว้าง อาจทำให้การแยกแยะระหว่างภาพเหตุการณ์จริงกับภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI ทำได้ยากขึ้น และกระทบต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติ

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. อย่าเพิ่งเชื่อจากภาพเพียงอย่างเดียว
    ภาพหรือคลิปที่อ้างว่าเป็นสถานการณ์น้ำท่วม ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าเกิดขึ้นจริง ควรตรวจสอบข้อมูลประกอบ เช่น สถานที่ วันเวลา และเหตุการณ์ที่อ้างถึงก่อนแชร์ต่อ
  2. ตรวจสอบว่ามีแหล่งข่าวหรือหน่วยงานยืนยันหรือไม่
    หากเป็นข้อมูลเกี่ยวกับมวลน้ำหรือสถานการณ์น้ำท่วม ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  3. สังเกตรายละเอียดที่ไม่สอดคล้องกันในภาพ เช่น ทิศทางการไหลของน้ำที่ผิดปกติ วัตถุหรือสิ่งกีดขวางที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับกระแสน้ำ ฝนหรือควันมีลักษณะแปลก ต้นไม้และใบไม้ไม่เคลื่อนไหว รวมถึงวัตถุที่มีรูปร่างหรือรายละเอียดเปลี่ยนไปในแต่ละเฟรม สิ่งเหล่านี้เป็นข้อสังเกตเบื้องต้นที่ควรนำไปตรวจสอบต่อ
  4. ค้นหาภาพต้นฉบับด้วย Reverse Image Search
    ลองนำภาพบางส่วนของคลิปไปค้นหาด้วย Google Lens หรือเครื่องมือค้นหาภาพย้อนกลับ เพื่อดูว่าภาพเคยถูกเผยแพร่ที่ใดมาก่อนหรือไม่ และตรวจสอบว่าภาพถูกนำมาใช้ผิดบริบทหรือไม่
  5. หากสงสัยว่าเป็น AI ควรตรวจสอบหลายวิธีประกอบกัน
    สามารถใช้เครื่องมือตรวจจับภาพหรือวิดีโอที่สร้างด้วย AI เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ไม่ควรใช้ผลจากเครื่องมือเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาร่วมกับที่มาของภาพ รายละเอียดภายในคลิป และข้อมูลจากหน่วยงานหรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ก่อนสรุปหรือแชร์ต่อ
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Verify

เนื้อหาได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!