Profile icon

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ “อนุทิน” พร้อม ครม. พ้นจากตำแหน่ง

ข่าวปลอมDateClock icon18:14|การเมือง
โพสต์อ้างศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” พร้อมคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ตรวจสอบแล้วไม่พบคำวินิจฉัยหรือคำสั่งดังกล่าว และข้อมูลจากเพจไทยคู่ฟ้าและส่วนวาระงานของนายกรัฐมนตรีจากเว็บไซต์รัฐบาลไทย วันที่ 8 ต.ค. 69 ยังเผยแพร่การปฏิบัติงานของนายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีตามปกติ

Thai PBS Verify ตรวจสอบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก Facebook

พบโพสต์อ้างศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล”  และคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง

ระบุ

“ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งปลด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ออกจากตำแหน่ง”

โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 69

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสั่งปลดนายกฯ อนุทิน ออกจากตำแหน่งจริงหรือไม่ ?

นำภาพดังกล่าวไปค้นหาแหล่งที่มาด้วย Google Lens ไม่พบต้นทางของภาพหรือข่าว แต่พบว่ามีการแชร์ภาพดังกล่าวในโซเชียลมีเดีย

จากนั้นค้นหาด้วยคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาดังกล่าว ไม่พบสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือรายงานข่าวดังกล่าว

Thai PBS Verify ตรวจสอบสถานะนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจากข้อมูลบนเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ โดยตรวจสอบคำวินิจฉัยและคำสั่งศาลในปี 2569 และในส่วนข่าวสาร ไม่พบคำวินิจฉัยที่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงตรวจสอบประกาศที่เกี่ยวข้องในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไม่พบประกาศเกี่ยวข้องล่าสุดเรื่องให้นายอนุทินพ้นจากตำแหน่งเช่นกัน

รวมคำวินิจฉัยกลาง ปี 2569 เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะเดียวกัน ตรวจสอบวาระงานของนายกรัฐมนตรีจากเว็บไซต์รัฐบาลไทย พบว่า วันที่ 8 ต.ค. 69 เว็บไซต์รัฐบาลไทยเผยแพร่ภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านระบบ Video Conference 

วาระงาน เว็บไซต์รัฐบาลไทย

นอกจากนี้ ตรวจสอบความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายอนุทินจากเพจไทยคู่ฟ้า ล่าสุด วันที่ 8 ต.ค. 69 ระบุ เวลา 13.30 น.  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ ดร. ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รมว.การค้าต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อรายงานความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) โดยคาดว่าจะลงนามได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2570 ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสทางการค้า และต่อยอดการขยายตลาดไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง 

เรื่องจริงเป็นอย่างไร

ตรวจสอบแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีคำวินิจฉัยให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และไม่มีคำสั่งให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามที่มีการกล่าวอ้าง

ขณะที่เพจไทยคู่ฟ้าและเว็บไซต์รัฐบาลไทย ยังคงเผยแพร่ความเคลื่อนไหวของนายอนุทินในวันที่ 8 ต.ค. 69 พบนายอนุทินยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ข้อความที่อ้างว่า “ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งปลดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะออกจากตำแหน่ง” จึงไม่ตรงกับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. นำภาพและข้อความที่เผยแพร่ในโพสต์ไปค้นหาด้วย Google Lens เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา พบการเผยแพร่ซ้ำในโซเชียลมีเดีย แต่ไม่พบต้นทางของภาพหรือข่าวที่น่าเชื่อถือ
  2. ค้นหาข้อมูลด้วยคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการอ้างว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ไม่พบรายงานจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ
  3. ตรวจสอบคำวินิจฉัยและคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญในปี 2569 ไม่พบคำวินิจฉัยหรือคำสั่งที่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามที่กล่าวอ้าง
  4. ตรวจสอบประกาศในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไม่พบประกาศล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการให้นายอนุทินพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  5. ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายอนุทินจากเพจไทยคู่ฟ้า เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 พบข้อมูลระบุว่า นายอนุทินยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้

1.ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล
ผู้รับสารอาจเข้าใจว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว รวมถึงเข้าใจว่าคณะรัฐมนตรีทั้งคณะสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่ไม่มีคำวินิจฉัยหรือประกาศทางการรองรับตามที่กล่าวอ้าง

2.บิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจผิด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสถานะรัฐบาลเป็นประเด็นที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก หากผู้รับสารเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวจริง อาจนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้ตรวจสอบ ทำให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่กระจายไปยังบุคคลอื่น

3.ลดความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์
การนำเสนอข้อความในรูปแบบคล้ายข่าวจริง แต่ไม่มีแหล่งที่มาหรือเอกสารทางการ อาจทำให้ผู้รับสารแยกแยะระหว่างข่าวจากแหล่งข่าวที่ตรวจสอบได้กับข้อมูลที่ถูกสร้างหรือดัดแปลงขึ้นมาได้ยาก

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

1.ตรวจสอบว่ามีเอกสารต้นทางหรือไม่ หากข้อความอ้างว่า “ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย” ควรตรวจสอบว่ามี เลขคำวินิจฉัย วันที่ เรื่องพิจารณา และเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ หากมีเพียงภาพกราฟิกหรือข้อความที่ไม่มีเอกสารอ้างอิง ควรชะลอการเชื่อและแชร์ 

2.ค้นหาข่าวจากสำนักข่าวหลายแห่ง เหตุการณ์ที่นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งถือเป็นข่าวสำคัญระดับประเทศ หากเกิดขึ้นจริงย่อมมีการรายงานจากสื่อหลายสำนัก การค้นด้วยชื่อบุคคลและคำสำคัญ 

3.อย่ารีบแชร์หากยังตรวจสอบไม่ได้
หากข้อมูลเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ควรหยุดตรวจสอบก่อนส่งต่อ โดยเฉพาะโพสต์ที่ใช้คำเร่งด่วน เร้าอารมณ์ เพราะการแชร์ต่ออาจทำให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่กระจายมากขึ้น

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Verify

เนื้อหาได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!