ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ “อนุทิน” พร้อม ครม. พ้นจากตำแหน่ง

Thai PBS Verify ตรวจสอบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก Facebook
พบโพสต์อ้างศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” และคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง
ระบุ
“ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งปลด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ออกจากตำแหน่ง”
โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 69

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสั่งปลดนายกฯ อนุทิน ออกจากตำแหน่งจริงหรือไม่ ?
นำภาพดังกล่าวไปค้นหาแหล่งที่มาด้วย Google Lens ไม่พบต้นทางของภาพหรือข่าว แต่พบว่ามีการแชร์ภาพดังกล่าวในโซเชียลมีเดีย
จากนั้นค้นหาด้วยคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาดังกล่าว ไม่พบสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือรายงานข่าวดังกล่าว
Thai PBS Verify ตรวจสอบสถานะนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจากข้อมูลบนเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ โดยตรวจสอบคำวินิจฉัยและคำสั่งศาลในปี 2569 และในส่วนข่าวสาร ไม่พบคำวินิจฉัยที่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงตรวจสอบประกาศที่เกี่ยวข้องในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไม่พบประกาศเกี่ยวข้องล่าสุดเรื่องให้นายอนุทินพ้นจากตำแหน่งเช่นกัน
รวมคำวินิจฉัยกลาง ปี 2569 เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกัน ตรวจสอบวาระงานของนายกรัฐมนตรีจากเว็บไซต์รัฐบาลไทย พบว่า วันที่ 8 ต.ค. 69 เว็บไซต์รัฐบาลไทยเผยแพร่ภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านระบบ Video Conference
วาระงาน เว็บไซต์รัฐบาลไทย
นอกจากนี้ ตรวจสอบความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายอนุทินจากเพจไทยคู่ฟ้า ล่าสุด วันที่ 8 ต.ค. 69 ระบุ เวลา 13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ ดร. ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รมว.การค้าต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อรายงานความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) โดยคาดว่าจะลงนามได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2570 ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสทางการค้า และต่อยอดการขยายตลาดไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
ตรวจสอบแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีคำวินิจฉัยให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และไม่มีคำสั่งให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามที่มีการกล่าวอ้าง
ขณะที่เพจไทยคู่ฟ้าและเว็บไซต์รัฐบาลไทย ยังคงเผยแพร่ความเคลื่อนไหวของนายอนุทินในวันที่ 8 ต.ค. 69 พบนายอนุทินยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ข้อความที่อ้างว่า “ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งปลดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะออกจากตำแหน่ง” จึงไม่ตรงกับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้
กระบวนการตรวจสอบ
- นำภาพและข้อความที่เผยแพร่ในโพสต์ไปค้นหาด้วย Google Lens เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา พบการเผยแพร่ซ้ำในโซเชียลมีเดีย แต่ไม่พบต้นทางของภาพหรือข่าวที่น่าเชื่อถือ
- ค้นหาข้อมูลด้วยคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการอ้างว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ไม่พบรายงานจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ
- ตรวจสอบคำวินิจฉัยและคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญในปี 2569 ไม่พบคำวินิจฉัยหรือคำสั่งที่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามที่กล่าวอ้าง
- ตรวจสอบประกาศในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไม่พบประกาศล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการให้นายอนุทินพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
- ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายอนุทินจากเพจไทยคู่ฟ้า เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 พบข้อมูลระบุว่า นายอนุทินยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้
1.ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล
ผู้รับสารอาจเข้าใจว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว รวมถึงเข้าใจว่าคณะรัฐมนตรีทั้งคณะสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่ไม่มีคำวินิจฉัยหรือประกาศทางการรองรับตามที่กล่าวอ้าง
2.บิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจผิด
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสถานะรัฐบาลเป็นประเด็นที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก หากผู้รับสารเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวจริง อาจนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้ตรวจสอบ ทำให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่กระจายไปยังบุคคลอื่น
3.ลดความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์
การนำเสนอข้อความในรูปแบบคล้ายข่าวจริง แต่ไม่มีแหล่งที่มาหรือเอกสารทางการ อาจทำให้ผู้รับสารแยกแยะระหว่างข่าวจากแหล่งข่าวที่ตรวจสอบได้กับข้อมูลที่ถูกสร้างหรือดัดแปลงขึ้นมาได้ยาก
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.ตรวจสอบว่ามีเอกสารต้นทางหรือไม่ หากข้อความอ้างว่า “ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย” ควรตรวจสอบว่ามี เลขคำวินิจฉัย วันที่ เรื่องพิจารณา และเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ หากมีเพียงภาพกราฟิกหรือข้อความที่ไม่มีเอกสารอ้างอิง ควรชะลอการเชื่อและแชร์
2.ค้นหาข่าวจากสำนักข่าวหลายแห่ง เหตุการณ์ที่นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งถือเป็นข่าวสำคัญระดับประเทศ หากเกิดขึ้นจริงย่อมมีการรายงานจากสื่อหลายสำนัก การค้นด้วยชื่อบุคคลและคำสำคัญ
3.อย่ารีบแชร์หากยังตรวจสอบไม่ได้
หากข้อมูลเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ควรหยุดตรวจสอบก่อนส่งต่อ โดยเฉพาะโพสต์ที่ใช้คำเร่งด่วน เร้าอารมณ์ เพราะการแชร์ต่ออาจทำให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่กระจายมากขึ้น
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง











