ข่าวบิดเบือน: โพสต์อ้างคลิปประท้วง “อนุทิน” ปมเงินกู้ 4 แสนล้าน แท้จริงเป็นภาพเก่า ปี 63

Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Facebook
Thai PBS Verify พบโพสต์แนบคลิป อ้างว่าเป็นภาพหนึ่งในผู้ชุมนุมตะโกนถึงนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับกรณีการกู้เงิน โดยคลิปดังกล่าวนำภาพ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี มาประกอบ พร้อมคำบรรยายเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งอาจทำให้ผู้ชมเข้าใจว่า ผู้ชุมนุมกำลังวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
โพสต์ภาพข่าวบิดเบือนจาก Facebook
โพสต์อ้างระบุรายละเอียดว่า
พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพพุ่ง มุ่งช่วยกลุ่มเปราะบาง พร้อมวางรากฐานพลังงานยั่งยืน ย้ำเดินหน้าควบคู่วินัยการคลัง
.
วันนี้ (5 พ.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้นำคณะรัฐมนตรีร่วมแถลงข่าวครั้งสำคัญเกี่ยวกับมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินรวม 400,000 ล้านบาท โดยระบุว่าเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่จำเป็นและเร่งด่วน เพื่อปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
.
โดย พ.ร.ก. ฉบับนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ การบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เกษตรกรที่เผชิญต้นทุนปุ๋ยและปัจจัยการผลิตสูง รวมถึงผู้ประกอบการ SME เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก
.
ประการที่สอง คือการจัดสรรวงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยมีต้นทุนพลังงานที่มั่นคงและสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ข้อความที่ปรากฏบนภาพระบุว่า “ป้า MVP เลย กู้เพื่อแจก หาแดกไม่เป็น รัฐบาลคืนได้ เงินกู้ 4 แสนล้าน ไม่ใช่ภาระประชาชน”
ขณะที่เสียงหญิงในคลิประบุข้อความในลักษณะวิจารณ์รัฐบาลกรณีการกู้เงิน โดยตั้งคำถามถึงการกู้เงินและการจัดสรรเงินให้ประชาชน
โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 69 มียอดเข้าชมกว่า 500,000 ครั้ง และมีผู้กดถูกใจกว่า 30,000 ครั้ง
คลิปหญิงตะโกนวิจารณ์ ‘อนุทิน’ ปมกู้เงิน 4 แสนล้าน เป็นเหตุการณ์จริงหรือไม่ ?
เมื่อค้นหาที่มาของคลิปดังกล่าวด้วย Google Lens พบคลิปจากเหตุการณ์เดียวกัน ซึ่ง “ชญตร์ มุกดาหาร” ผู้สื่อข่าวช่อง 3 เผยแพร่ผ่าน X เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 63 แม้เป็นภาพจากคนละมุม แต่รายละเอียดของเหตุการณ์สอดคล้องกัน
ผลการค้นหาที่มาของคลิปด้วย Google Lens
ตรวจสอบคลิปดังกล่าวเพิ่มเติม พบว่าบุคคลในคลิปตะโกนกล่าวถึงชื่อ “พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อย่างชัดเจน สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น
ภาพ X ของผู้สื่อข่าวช่อง 3
เมื่อนำภาพ (ฝั่งซ้าย) ซึ่งเป็นภาพจากโพสต์บน X ของผู้สื่อข่าวช่อง 3 ที่เผยแพร่เมื่อปี 2563 มาเปรียบเทียบกับคลิปในโพสต์ที่นำมาเชื่อมโยงกับนายอนุทิน พบรายละเอียดของบุคคล สถานที่ และเหตุการณ์ที่สอดคล้องกัน สะท้อนว่าเป็นภาพจากเหตุการณ์เดียวกัน แม้บันทึกภาพจากคนละมุม
ภาพเปรียบเทียบจากคลิปเหตุการณ์จริง และคลิปข่าวบิดเบือน
ภาพค้นหาเหตุการณ์ภาพจากเว็บไซต์ภาพข่าว alamy
คำบรรยายภาพระบุ
ผู้ประท้วงตะโกนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะถูกสื่อมวลชนรายล้อมระหว่างการชุมนุม
จตุพร แซ่อึง เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา จากกรณีสวมชุดไทยที่สื่อถึงสถาบันกษัตริย์ ถูกดำเนินคดีพร้อมกับบุคคลอื่น ๆ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ขณะเดียวกัน กลุ่ม We Volunteer ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ได้เชิญชวนประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้สวมชุดไทยเมื่อเดินทางไปยังสถานีตำรวจ เพื่อแสดงการสนับสนุนจตุพรและบุคคลอื่น ๆ ที่ถูกดำเนินคดี
รายละเอียดที่สอดคล้องกันระหว่างภาพจากเว็บไซต์ alamy และคลิปใน X
เหตุการณ์จริงเป็นอย่างไร ?
อ้างอิงรายงานของ Sanook เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 63 ระบุว่ามีผู้ถูกดำเนินคดี ม.112 เข้ามารายงานตัวที่ สน.ยานนาวา จากการถูกกล่าวหากรณีสวมชุดไทยระหว่างการชุมนุม เมื่อ ปี 2563
รายละเอียด ดังนี้
วันนี้ (17 ธ.ค.) ที่นางสาวจตุพร แซ่อึง และเพื่อน มารายงานตัวหลังจากถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายอาญา มาตรา 112
การถูกดำเนินคดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนางสาวจตุพรและเพื่อนแต่งชุดไทยระหว่างการชุมนุมบนถนนสีลมเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา ในรูปแบบการเดินแฟชั่นล้อเลียนการเมือง
การมารายงานตัวในวันนี้ นางสาวจตุพรสวมเสื้อและโจงกระเบนสีทองพร้อมห้อยสังวาลย์ ทั้งยังสวมเกี้ยวสีทองบนศีรษะ ขณะเดียวกัน เพื่อนๆ ที่มาให้กำลังใจ ก็ต่างสวมชุดไทยรูปแบบต่างๆ
ด้านผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ทราบข่าวดังกล่าวหลายคนติดแฮชแท็ก #Saveชุดไทย เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการดำเนินดคีดังกล่าวและมองว่าชุดไทยควรจะเป็นที่ใครสวมก็ได้
ภาพจาก Sanook
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 63 Thai PBS ระบุ แกนนำ เครือข่ายกลุ่มราษฎร รับทราบข้อหา ม.112 กรณีแต่งชุดไทยเดินแฟชั่น ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วน มองว่าเป็นการใช้กฎหมายกับความเห็นต่างหรือไม่
คลิปรายการข่าว
รัฐบาล “อนุทิน” กับการกู้ 4 แสนล้านบาท แก้วิกฤตพลังงาน
นอกจากนี้ พบว่า เนื้อหาในโพสต์มีการนำข้อมูลจากข่าวของ Thai PBS ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 69 มาประกอบ โดยข่าวต้นทางรายงานว่า ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อรับมือผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและช่วยเหลือประชาชน ขณะที่โพสต์ดังกล่าวนำข้อมูลไปประกอบกับคลิปเหตุการณ์ในลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากเนื้อหาข่าวต้นทาง

สำหรับรายละเอียดกรณีการกู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก รัฐบาลจึงเสนอ พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว ก่อนที่เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 69 ที่ประชุมวุฒิสภาจะมีมติเห็นชอบอนุมัติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินกรอบไม่เกิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศปี 2569 เงินกู้ 4 แสนล้านบาท มีแผนใช้อย่างไรบ้าง
รายละเอียดอ้างอิงจากเว็บไซต์วุฒิสภา ดังนี้
แผนงานที่ 1 : วงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า
โดยมุ่งเป้าเพื่อช่วยเหลือภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก โดยมุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นประชาชน ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการ SME รวมทั้งลดต้นทุนให้กับภาคการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้โดยไม่ถูกผลกระทบซ้ำจากต้นทุนที่สูงขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
โครงการที่อยู่ภายใต้แผนงานที่ 1 เช่น โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่ปรับสัดส่วนการร่วมจ่ายเป็นรัฐ 60% และประชาชน 40% เบื้องต้นกำหนดกรอบไว้ 30 ล้านคน คนละ 4,000 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีผู้อยู่ในระบบ 13.2 ล้านคน เพื่อให้เงินช่วยเหลือไปถึงมือกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำที่สุด ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ใหม่จะได้รับการช่วยเหลือในกรณีต่าง ๆ ตามสิทธิ์ของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และได้รับเงินเพิ่มเติมเข้าบัญชี 4,000 บาท คาดว่าจะสามารถเปิดให้ลงทะเบียนพร้อมกันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้
แผนงานที่ 2 : วงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อการปรับโครงสร้างพลังงานสู่อนาคต
โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชน และนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วย
– แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมเพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล การใช้เทคโนโลยีเพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต
– โครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้า (EV) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเร่งขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Stations) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อลดภาระต้นทุนด้านเชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคการขนส่ง
– แผนงานหรือโครงการเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมสำหรับรองรับการปรับโครงสร้างพลังงานและการสร้างเศรษฐกิจใหม่
ภาพ: ราชกิจจานุเบกษา
ที่มา: เจาะลึก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้วิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
คลิปอ้างหญิงตะโกนวิจารณ์ ‘อนุทิน’ ปมกู้เงิน 4 แสนล้าน เป็นเหตุการณ์จริงหรือไม่? ตรวจสอบแล้วเป็นภาพเหตุการณ์จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 63 ที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกิจกรรมแต่งชุดไทยเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง
ขณะที่ข้อมูลเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2569 และถูกนำมาใช้ประกอบคลิปดังกล่าวภายหลัง จึงเป็นการนำภาพเหตุการณ์ในอดีตมาเชื่อมโยงกับข้อมูลข่าวสารคนละเหตุการณ์และคนละช่วงเวลา ทำให้คนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นการประท้วงนายกรัฐมนตรี “อนุทิน” ในประเด็นการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท
กระบวนการตรวจสอบ
1.ตรวจสอบที่มาภาพด้วย Google Lens: เมื่อค้นหาที่มาของคลิปดังกล่าวด้วย Google Lens พบคลิปจากเหตุการณ์เดียวกัน ซึ่ง “ชญตร์ มุกดาหาร” ผู้สื่อข่าวช่อง 3 เผยแพร่ผ่าน X เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 63 แม้เป็นภาพจากคนละมุม แต่รายละเอียดของเหตุการณ์สอดคล้องกัน
2.ตรวจสอบรายละเอียดเหตุการณ์จากเว็บไซต์ภาพข่าว: ตรวจสอบรายละเอียดเหตุการณ์ของคลิปเพิ่มเติม ด้วยการนำภาพบางส่วนจากคลิปของผู้สื่อข่าวช่อง 3 ไปค้นหาด้วยฟังก์ชัน Search by Image บนเว็บไซต์ภาพข่าว alamy พบภาพบุคคลเดียวกันสวมเสื้อสีชมพู โดยภาพดังกล่าวระบุวันที่ถ่าย 17 ธ.ค. 63 ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาของคลิปต้นทาง
ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้
1.ทำให้เข้าใจผิดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2569
การนำคลิปเหตุการณ์วันที่ 17 ธ.ค. 2563 มาเชื่อมโยงกับข่าว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในปี 2569 อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเหตุการณ์ในคลิปเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน ทั้งที่เกิดขึ้นคนละช่วงเวลากัน
2.ทำให้บุคคลในคลิปถูกดึงกลับมาเชื่อมโยงกับประเด็นการเมืองในปัจจุบันโดยไม่เกี่ยวข้อง
แม้เหตุการณ์ต้นฉบับจะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่การนำกลับมาเผยแพร่ในบริบทใหม่อาจทำให้ผู้หญิงในคลิปถูกเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับข้อถกเถียงปัจจุบัน ซึ่งเป็นคนละเหตุการณ์และคนละช่วงเวลา
3.ทำให้เข้าใจผิดว่าผู้ชุมนุมกำลังวิจารณ์ “อนุทิน” เรื่องการกู้เงิน
คลิปถูกนำภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูลมาประกอบกับเสียงของผู้ชุมนุม ทั้งที่ในเหตุการณ์จริง ผู้ชุมนุมกล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จึงอาจทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับบุคคลและประเด็นที่ผู้ชุมนุมกำลังพูดถึง
4.อาจทำให้เกิดการส่งต่อข้อมูลผิดบริบทต่อไป
หากผู้รับสารเชื่อว่าคลิปเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน อาจนำไปแชร์ต่อพร้อมข้อความประกอบเดิม ส่งผลให้ข้อมูลที่ผิดบริบทแพร่กระจายและสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง โดยเฉพาะประเด็นทางการเมืองและนโยบายที่มีผลต่อประชาชน
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.ตรวจสอบวันที่ของภาพหรือคลิปก่อนเชื่อ
อย่าเพิ่งสรุปว่าเนื้อหาที่ปรากฏในโพสต์เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน ให้ตรวจสอบวันที่เผยแพร่ต้นฉบับหรือค้นหาภาพย้อนกลับด้วย Google Lens หรือ Search by Image เพื่อดูว่าภาพเคยถูกเผยแพร่มาก่อนหรือไม่
2.ฟังและตรวจสอบคำพูดในคลิปด้วย
หากคลิปมีเสียงบุคคลพูดถึงชื่อ บุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์ใด ควรตรวจสอบว่าคำพูดนั้นสอดคล้องกับช่วงเวลาของภาพหรือไม่
3.อย่าเชื่อข้อความประกอบคลิปเพียงอย่างเดียว
ข้อความที่เขียนขึ้นใหม่สามารถนำภาพเก่ามาประกอบกับเหตุการณ์ใหม่ได้ ควรแยกตรวจสอบ “ภาพเกิดขึ้นเมื่อไร” “เกิดที่ไหน” และ “เกิดจากเหตุการณ์อะไร” ก่อนเชื่อมโยงกับคำอธิบายของโพสต์
4.ค้นหาข่าวจากสื่อหรือแหล่งข้อมูลในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ
หากสงสัยว่าเหตุการณ์ในคลิปเกี่ยวข้องกับเรื่องใด ให้ค้นข่าวด้วยคำสำคัญ เช่น วันที่ สถานที่ ชื่อบุคคล หรือประโยคที่พูดในคลิป แล้วเปรียบเทียบกับรายงานข่าวจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อดูว่าเหตุการณ์ตรงกันหรือไม่
5.ตรวจสอบว่าข้อมูลหลายส่วนมาจากคนละเหตุการณ์หรือไม่
โดยเฉพาะโพสต์ที่นำ ภาพ คลิป เสียง และข้อความข่าว มารวมกัน ควรตรวจสอบที่มาของแต่ละส่วนแยกกัน เพราะอาจเป็นข้อมูลจริงทั้งหมด แต่ถูกนำมาประกอบกันจนเกิดความหมายใหม่ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเดิม
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่ได้รับความนิยม











