Profile icon

ตรวจสอบแล้ว คลิปชาวไร่อ้อยหน้ากระทรวงฯ ถูกอ้างเป็นประชาชนขับไล่รัฐบาล

ข่าวบิดเบือนDateClock icon19:12|การเมือง
Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปภาพการชุมนุมอ้างว่าเป็นประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาล แท้จริงเป็นเหตุการณ์กลุ่มชาวไร่อ้อยกว่า 2,500 คน รวมตัวหน้ากระทรวงอุตสาหกรรม วันที่ 26 มิ.ย. 69 เพื่อเรียกร้องเงินช่วยเหลือตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน เป็นการนำภาพเหตุการณ์จริงมาใช้ผิดบริบท

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Facebook

ภาพเพจเฟซบุ๊ก สุริยา พาลุย แชร์คลิปวิดีโอภาพม็อบ พร้อมภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนนตรี และข้อความ “ประชาชนเริ่มออกมาขับไล่รัฐบาล แต่รัฐบาลบังคับสื่อทีวีไม่ให้ลง” 

ภาพเพจเฟซบุ๊ก สุริยา พาลุย แชร์คลิปวิดีโอภาพม็อบ พร้อมภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนนตรี และข้อความ “ประชาชนเริ่มออกมาขับไล่รัฐบาล แต่รัฐบาลบังคับสื่อทีวีไม่ให้ลง”

Thai PBS Verify พบเพจเฟซบุ๊ก สุริยา พาลุย แชร์คลิปวิดีโอภาพม็อบ พร้อมภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนนตรี และข้อความ “ประชาชนเริ่มออกมาขับไล่รัฐบาล แต่รัฐบาลบังคับสื่อทีวีไม่ให้ลง” 

โดยมีการแคปชันระบุว่า “ถ้าดูแลประชาชนคนไทยดี คนไทยเขาจะมาไล่มึงทำไม แต่รัฐบาลชุดนี้เอาทุนจีนเข้ามาทำลายเศรษฐกิจของไทย” 

ขณะที่โพสต์ดังกล่าวมียอดชมจำนวน 2,000,000 ครั้ง การแสดงความรู้สึก 100,000 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็นอยู่ที่ 8,700  ข้อความ  รวมทั้งมีการแชร์ไปกว่า  14,000 ครั้ง ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69

ภาพเหตุการณ์ม็อบดังกล่าวเป็นม็อบไล่รัฐบาลหรือไม่ ? 

Thai PBS Verify แยกคีย์เฟรมออกมา และไปค้นหาด้วย Google Lens  เห็นข้อความในป้ายที่มีการเขียนระบุว่า “ชาวไร่อ้อยขอให้รัฐบาล  จ่ายเงินตัดอ้อยสดปี 65 120 บาท/ ตัน”

หลังจากนั้นเราใช้การค้นหาคำสำคัญ “ชาวไร่อ้อยทวงเงินอ้อยสด 120 บาท” พบว่าไปตรงกับข่าว ชาวไร่อ้อย บุกกระทรวงอุตสาหกรรม ทวงเงินช่วยเหลือตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ปิดถนนพระราม 6  ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 

ภาพเฟซบุ๊ก Thai PBS แชร์ภาพชาวไร่อ้อย บุกกระทรวงอุตสาหกรรม ทวงเงินช่วยเหลือตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ปิดถนนพระราม 6

ภาพเฟซบุ๊ก Thai PBS แชร์ภาพชาวไร่อ้อย บุกกระทรวงอุตสาหกรรม ทวงเงินช่วยเหลือตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ปิดถนนพระราม 6

 

ต่อมาเราได้ใช้เครื่องมือ  Google Maps  เพื่อทำการเช็กว่า สถานที่ดังกล่าวอยู่ที่ พระราม 6 จริงหรือไม่ พบว่าอยู่ที่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ภาพเปรียบเทียบในคลิป (ซ้าย) และภาพจาก Google Maps (ขวา)

ภาพเปรียบเทียบในคลิป (ซ้าย) และภาพจาก Google Maps (ขวา)

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ? 

ภาพม็อบที่เพจนำมาเผยแพร่ เป็นเหตุการณ์จริง แต่ไม่ใช่การชุมนุมของประชาชนเพื่อขับไล่รัฐบาล ตามที่โพสต์กล่าวอ้าง จากการตรวจสอบคีย์เฟรมของคลิปและข้อความบนป้ายที่ระบุว่า “ชาวไร่อ้อยขอให้รัฐบาล จ่ายเงินตัดอ้อยสดปี 65 120 บาท/ตัน” พบว่าเป็นภาพการชุมนุมของกลุ่มชาวไร่อ้อยที่เดินทางมายังกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับ เงินช่วยเหลือการตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 โดยมีชาวไร่อ้อยกว่า 2,500 คน พร้อมรถบัสประมาณ 60 คัน มาชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระราม 6 เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวงอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ข้อเรียกร้องของกลุ่มชาวไร่อ้อยในวันดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับการคัดค้านร่างระเบียบเกี่ยวกับการเสนอชื่อและถอดถอนผู้แทนชาวไร่อ้อย รวมถึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาเงินช่วยเหลืออ้อยสด 120 บาทต่อตัน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกมารับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยตนเอง

โพสต์ดังกล่าวนำ ภาพการชุมนุมของชาวไร่อ้อยที่เกิดขึ้นจริง มาเชื่อมโยงกับข้อความว่า “ประชาชนเริ่มออกมาขับไล่รัฐบาล” ซึ่งเป็น การนำภาพมาใช้ผิดบริบท เพราะจุดประสงค์ของการชุมนุมในภาพคือการเรียกร้องเงินช่วยเหลือและยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับปัญหาของชาวไร่อ้อย ไม่ใช่การชุมนุมขับไล่รัฐบาล

ส่วนข้อความที่อ้างว่า “รัฐบาลบังคับสื่อทีวีไม่ให้ลง” จากหลักฐานที่ตรวจสอบในส่วนของคลิปนี้ ยังไม่พบข้อมูลที่ยืนยันข้อกล่าวอ้างดังกล่าวจากสื่อหลักทุกแห่งแต่อย่างใด

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วย Google Lens: ค้นหาด้วย Google Lens  เห็นข้อความในป้ายที่มีการเขียนระบุว่า “ชาวไร่อ้อยขอให้รัฐบาล  จ่ายเงินตัดอ้อยสดปี 65 120 บาท/ ตัน”
  2. ตรวจสอบด้วยการค้นหาคำสำคัญ: เมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ “ชาวไร่อ้อยทวงเงินอ้อยสด 120 บาท” พบว่าไปตรงกับข่าวที่มีการนำเสนอข่าว ชาวไร่อ้อย บุกกระทรวงอุตสาหกรรม ทวงเงินช่วยเหลือตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ปิดถนนพระราม 6 ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 
  3. ตรวจสอบด้วย Google Maps: ใช้เครื่องมือ  Google Maps  เพื่อทำการเช็กว่า สถานที่ดังกล่าวอยู่ที่ พระราม 6 จริงหรือไม่ พบว่าอยู่ที่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ถนนโยธี

ผลกระทบข้อมูลเท็จ

  1. ทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ผิด: ผู้ชมอาจเข้าใจว่าภาพดังกล่าวเป็นการชุมนุมของประชาชนเพื่อขับไล่รัฐบาล ทั้งที่จริงเป็นการรวมตัวของชาวไร่อ้อยเพื่อเรียกร้องเงินช่วยเหลือ
  2. สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง:  การนำภาพการชุมนุมจริงมาเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาว่า “ประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาล” อาจทำให้ผู้รับสารประเมินระดับความไม่พอใจต่อรัฐบาลสูงกว่าความเป็นจริง
  3. บั่นทอนความน่าเชื่อถือของสื่อ: ข้อกล่าวหาว่ารัฐบาล “บังคับสื่อโทรทัศน์ไม่ให้นำเสนอข่าว” หากถูกเผยแพร่โดยไม่มีหลักฐาน อาจทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยต่อการทำงานและความเป็นอิสระของสื่อ ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าว งานวิจัยพบว่าการรับข้อมูลเท็จมีความสัมพันธ์กับความเชื่อมั่นต่อสื่อที่ลดลง
  4. เพิ่มความขัดแย้งและการแบ่งขั้วทางการเมือง: เนื้อหาที่ทำให้เหตุการณ์ทางสังคมถูกตีความว่าเป็นการต่อต้านรัฐบาล อาจกระตุ้นอารมณ์และการโต้เถียงระหว่างกลุ่มที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน
  5. ทำให้ข้อมูลจริงถูกลดทอนความสำคัญ:เมื่อภาพเหตุการณ์จริงถูกนำไปประกอบกับคำบรรยายที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผู้ชมอาจจดจำ “เรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้น” มากกว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการชุมนุม

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. หยุดก่อนแชร์: หากเนื้อหามีข้อความรุนแรง ชวนโกรธ หรือกระตุ้นให้รีบส่งต่อ ควรหยุดและตรวจสอบก่อน เพราะการแชร์โดยไม่ตรวจสอบอาจทำให้ข้อมูลผิดแพร่กระจายต่อไปได้
  2. ตรวจสอบบริบทของภาพหรือคลิป: อย่าเชื่อคำบรรยายที่แนบมากับภาพทันที โดยเฉพาะภาพการชุมนุมหรือเหตุการณ์ข่าว ควรตรวจสอบว่าเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ เพราะภาพจริงสามารถถูกนำกลับมาใช้ในบริบทใหม่ได้
  3. ตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหลายแหล่ง: เปรียบเทียบข้อมูลจากสำนักข่าว หน่วยงานรัฐ หรือแหล่งข้อมูลต้นทาง และไม่ควรตัดสินจากโพสต์หรือคลิปเพียงแหล่งเดียว
  4. แยก “ข้อเท็จจริง” ออกจาก “ความคิดเห็นหรือข้อกล่าวอ้าง”:  กรณีนี้ควรแยกให้ชัดว่า มีการชุมนุมเกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าการชุมนุมนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อขับไล่รัฐบาลตามที่โพสต์กล่าวอ้าง
  5. ตรวจสอบต้นทางของภาพและคลิป: หากเป็นภาพหรือวิดีโอ ควรค้นหาต้นฉบับหรือโพสต์แรก ๆ รวมถึงตรวจสอบวันเวลาและสถานที่ เพื่อดูว่าถูกนำมาใช้ผิดบริบทหรือไม่
  6. หากยังตรวจสอบไม่ได้ อย่าเพิ่งส่งต่อ: การระบุว่า “ยังไม่พบหลักฐานยืนยัน” ดีกว่าการสรุปหรือแชร์ต่อทั้งที่ข้อมูลยังไม่ชัดเจน
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน