Profile icon

เตือนภัยหลอกไปทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหายกว่า 80 คน เสียหายเกือบ 20 ล้านบาท

DateClock icon14:05|บทสัมภาษณ์

ผู้เสียหายกว่า 80 คนรวมตัวแจ้งความ หลังถูกบริษัท Goldtech House HR จำกัด อ้างว่าสามารถจัดหางานในประเทศฟินแลนด์และแคนาดา โดยมีทั้งงานแพ็คสินค้าและงานโรงงาน พร้อมเสนอรายได้สูงถึงเดือนละ 90,000 บาท ก่อนเรียกเก็บค่าดำเนินการและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่สุดท้ายผู้เสียหายไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้จริง เบื้องต้นพบมูลค่าความเสียหายเกือบ 20 ล้านบาท โดยผู้เสียหายดังกล่าวเดินทางมาร้องเรียนที่รายการสถานีประชาชน

ผู้เสียหายกว่า 80 คน ถูกชักชวนไปทำงานฟินแลนด์-แคนาดา

ผู้เสียหายระบุว่า จุดเริ่มต้นมาจากการพบข้อมูลรับสมัครงานผ่าน Facebook ซึ่งอ้างว่าสามารถจัดหางานในประเทศฟินแลนด์และแคนาดาได้ โดยมีทั้งงานแพ็คสินค้าและงานโรงงาน ทำให้ผู้ที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศสนใจ เนื่องจากมีการระบุค่าตอบแทนหลายหมื่นบาทต่อเดือน

ผู้เสียหายบางรายติดต่อบริษัทผ่าน Line ก่อนเดินทางไปยังสำนักงานในพื้นที่ดอนเมืองเพื่อสัมภาษณ์งาน โดยระบุว่ามีการสัมภาษณ์กับชาวต่างชาติและมีล่ามคนไทย รวมถึงมีการนำวิดีโอเกี่ยวกับลักษณะงานมาแสดง ทำให้กระบวนการสมัครงานดูน่าเชื่อถือ

หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า สมัครงานโรงงานแปรรูปอาหาร โดยเป็นงานแล่ปลาแซลมอน และได้รับข้อมูลว่าจะมีรายได้ประมาณ 90,000 บาทต่อเดือน ไม่รวม OT มีอาหาร 1 มื้อและที่พัก พร้อมสัญญาการทำงาน 2 ปี

เรียกเก็บเงินค่าดำเนินการ ก่อนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ผู้เสียหายรายหนึ่งระบุว่า หลังผ่านการสัมภาษณ์ บริษัทเรียกเก็บเงินก้อนแรก 12,500 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการด้านเอกสารและวีซ่า จากนั้นมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมอีก 65,000 บาท

ขณะที่ผู้เสียหายบางรายระบุว่า บริษัทแจ้งว่าจะมีการอบรมก่อนเดินทาง แต่เมื่อใกล้ถึงกำหนดอบรมกลับไม่สามารถติดต่อบริษัทได้ นอกจากนี้ ยังมีการเรียกให้แลกเงินก่อนเดินทาง โดยอ้างว่าหากแลกเงินผ่านบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายถูกลง

ผู้เสียหายรายหนึ่งยังระบุว่า มีการนำเสนอวีซ่าแคนาดาให้เห็น จึงตัดสินใจจ่ายเงินก้อนเพิ่มเติม โดยยังไม่ทราบว่าวีซ่าดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่

เรียกเก็บเงินค่าดำเนินการ ก่อนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

เรียกเก็บเงินค่าดำเนินการ ก่อนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

เปิดสำนักงาน มีชาวต่างชาติสัมภาษณ์ สร้างความน่าเชื่อถือ

จากคำบอกเล่าของผู้เสียหาย กระบวนการสมัครงานมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การติดต่อผ่าน Facebook และ Line การเดินทางไปสัมภาษณ์งานที่สำนักงาน การพบชาวต่างชาติ รวมถึงการนำเสนอวิดีโอลักษณะงาน

ผู้เสียหายรายหนึ่งระบุว่า สำนักงานเป็นอาคาร 3 ชั้น และมีลักษณะคล้ายสำนักงานที่จัดเตรียมไว้อย่างเป็นระบบ ภายในมีจอแสดงวิดีโอเกี่ยวกับงานต่าง ๆ เช่น การล้างผลไม้และการล้างปลาแซลมอน ก่อนมีการสัมภาษณ์กับชาวต่างชาติ 2 คน โดยมีล่ามคนไทย

นอกจากนี้ เพจ Facebook ที่เกี่ยวข้องยังมีการอัปเดตข้อมูล มีผู้ติดตามจำนวนมาก มีการแชร์ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ และมีการตอบคอมเมนต์ต่าง ๆ ทำให้ผู้เสียหายมองว่าเพจมีความน่าเชื่อถือ โดยผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางานระบุว่า หน่วยงานมีการโพสต์ตอบโต้ข้อมูลออนไลน์ที่ไม่ถูกต้องและดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

ตรวจสอบข้อมูลบริษัท พบจดทะเบียน แต่มีประเด็นเรื่องการส่งงบการเงิน

ข้อมูลที่นำเสนอในรายการระบุว่า บริษัทดังกล่าวมีการจดทะเบียนนิติบุคคลจริง จึงอาจทำให้ผู้สมัครงานที่ค้นหาข้อมูลก่อนจ่ายเงินมองว่าบริษัทมีตัวตน

อย่างไรก็ตาม มีการระบุว่า เมื่อดูข้อมูลการส่งงบการเงิน พบว่าหยุดส่งมาตั้งแต่ปี 2560 แม้ชื่อบริษัทยังคงปรากฏว่าจดทะเบียนอยู่ ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลที่ผู้สมัครงานควรนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรพิจารณาเพียงว่าบริษัทมีชื่อจดทะเบียนหรือไม่

ตรวจสอบข้อมูลบริษัท พบจดทะเบียน แต่มีประเด็นเรื่องการส่งงบการเงิน

ตรวจสอบข้อมูลบริษัท พบจดทะเบียน แต่มีประเด็นเรื่องการส่งงบการเงิน

5 ช่องทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นายสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายมี 5 ช่องทาง ได้แก่

  1. บริษัทจัดหางานส่งไปทำงานต่างประเทศ
  2. กรมการจัดหางานส่งไปทำงานต่างประเทศ
  3. นายจ้างพาลูกจ้างไปทำงานต่างประเทศ
  4. นายจ้างส่งลูกจ้างไปฝึกงานต่างประเทศ
  5. คนหางานเดินทางไปทำงานเอง

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศควรตรวจสอบช่องทางและข้อมูลให้ชัดเจนก่อนจ่ายเงิน หากมีผู้ใดอ้างว่าสามารถจัดการเงื่อนไขที่เป็นข้อจำกัดของประเทศปลายทางได้ เช่น สามารถ “ซื้ออายุ” หรือทำให้อายุลดลงได้ ควรสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นกระบวนการหลอกลวงเพื่อให้ตายใจและประสงค์ต่อทรัพย์

นายสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน

นายสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน

กรมการจัดหางานแนะ ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงิน

นายสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน แนะนำว่า ผู้ที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการชักชวนแบบบุคคลต่อบุคคล หรือข้อมูลจากสื่อออนไลน์ ควรนำข้อมูลไปตรวจสอบกับกรมการจัดหางานก่อน

กรมการจัดหางานมีหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงสำนักงานจัดหางานจังหวัด ซึ่งสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้ โดยผู้สมัครงานไม่ควรเชื่อข้อมูลที่ได้รับมาโดยทันที

สำหรับการไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางานระบุว่า หากเดินทางผ่านกรมการจัดหางาน ค่าใช้จ่ายแทบไม่มี ส่วนการใช้บริษัทจัดหางานที่ได้รับใบอนุญาต จะต้องเรียกเก็บค่าบริการและค่าใช้จ่ายตามกรอบกฎหมายที่กำหนด ขณะที่การเดินทางไปทำงานด้วยตนเอง สัญญาว่าจ้างและสถานประกอบการจะต้องผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

นายสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน

กรมการจัดหางานเตือน อย่าใช้วีซ่าท่องเที่ยวไปทำงาน

ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางานระบุว่า ไม่แนะนำให้ประชาชนเดินทางไปต่างประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแล้วไปหางานทำภายหลัง เพราะการเดินทางไปทำงานควรถูกต้องตั้งแต่เดินทางออกจากประเทศไทย

การเดินทางในช่องทางที่ถูกต้องมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการถูกบังคับใช้แรงงาน ความเสี่ยงด้านการค้ามนุษย์ และการต้องใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนในต่างประเทศ โดยภาครัฐต้องการให้คนไทยที่เดินทางไปทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีรายได้ส่งกลับมาเลี้ยงครอบครัว

นอกจากนี้ ผู้ที่เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องยังสามารถอยู่ในระบบที่ภาครัฐติดตามและให้ความช่วยเหลือได้ โดยมีการระบุถึงแอปพลิเคชัน Smart TOEA ซึ่งใช้บันทึกข้อมูลของผู้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ และช่วยให้สามารถติดต่อกับหน่วยงานราชการ สถานทูตไทย หรือสำนักงานแรงงานไทยในประเทศนั้น ๆ ได้ หากเกิดภัยพิบัติ สงคราม หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ผู้เสียหายส่วนใหญ่กู้เงินมาจ่าย หวังมีรายได้ที่ดีขึ้น

กรณีนี้สร้างความเสียหายทั้งจากเงินที่จ่ายให้บริษัทและภาระหนี้สินของผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายหลายรายระบุว่าต้องกู้เงินหรือยืมเงินมาใช้จ่าย บางรายลาออกจากงานเดิมเพื่อเตรียมเดินทางไปทำงานต่างประเทศ

ผู้เสียหายระบุว่า การตัดสินใจส่วนหนึ่งเกิดจากความหวังว่าจะมีรายได้สูงขึ้นและสามารถนำเงินกลับมาใช้หนี้หรือดูแลครอบครัวได้ แต่สุดท้ายกลับต้องเผชิญกับความเสียหายและหนี้สิน

หากถูกหลอกสมัครงานต่างประเทศ ควรทำอย่างไร

คุณหัทยา อั้นเต้ง ทนายความ ให้คำแนะนำว่า หากมีผู้เสียหายจากการกระทำความผิดของนิติบุคคลหรือหน่วยงาน และมีผู้เสียหายหลายราย ควรรวบรวมรายชื่อ เอกสาร หลักฐานการโอนเงิน และรายละเอียดความเสียหายของแต่ละคน ก่อนนำไปแจ้งความ

หลักฐานที่ควรเก็บไว้ ได้แก่

  • สลิปการโอนเงิน
  • ข้อความสนทนากับผู้รับสมัครงาน
  • ข้อมูลบัญชีธนาคารที่ใช้รับเงิน
  • ข้อมูล Facebook Page และเว็บไซต์
  • เอกสารหรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง
  • เอกสารเกี่ยวกับวีซ่า
  • หลักฐานการโฆษณาหรือประกาศรับสมัครงาน

การรวบรวมข้อมูลจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดความเสียหายและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ส่วนเงินที่ถูกโอนไป หากสามารถอายัดบัญชีได้อย่างรวดเร็วและยังมีเงินเหลืออยู่ ก็มีโอกาสนำเงินดังกล่าวมาคืนให้ผู้เสียหายได้มากขึ้น

คุณหัทยา อั้นเต้ง ทนายความ 

คุณหัทยา อั้นเต้ง ทนายความ 

ตรวจสอบให้รอบด้าน ก่อนตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ

กรณีนี้สะท้อนว่า การสมัครงานต่างประเทศอาจถูกสร้างความน่าเชื่อถือผ่านหลายองค์ประกอบ ทั้งสำนักงานจริง การสัมภาษณ์งาน การมีชาวต่างชาติมาร่วมสัมภาษณ์ การนำเสนอวิดีโอลักษณะงาน Facebook Page ที่มีผู้ติดตาม รวมถึงการนำข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐมาเผยแพร่

ดังนั้น การตรวจสอบเพียงว่าบริษัทมีชื่อจดทะเบียนหรือมี Facebook Page ไม่เพียงพอ ผู้ที่กำลังหางานต่างประเทศควรตรวจสอบกับกรมการจัดหางานหรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน และควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากมีการเรียกเก็บเงินจำนวนมาก อ้างรายได้สูง หรือเสนอวิธีเดินทางที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางานย้ำว่า หากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศจากบุคคลหรือสื่อออนไลน์ ควรนำข้อมูลมาตรวจสอบกับกรมการจัดหางานก่อน เพื่อป้องกันการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ

สำหรับผู้เสียหายที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราว ระบุว่า ส่วนหนึ่งต้องการให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ เพื่อไม่ให้คนอื่นถูกหลอกในลักษณะเดียวกันอีก

ขอบคุณข้อมูลจาก : รายการสถานีประชาชน

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน