เตือนภัยหลอกไปทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหายกว่า 80 คน เสียหายเกือบ 20 ล้านบาท

ผู้เสียหายกว่า 80 คนรวมตัวแจ้งความ หลังถูกบริษัท Goldtech House HR จำกัด อ้างว่าสามารถจัดหางานในประเทศฟินแลนด์และแคนาดา โดยมีทั้งงานแพ็คสินค้าและงานโรงงาน พร้อมเสนอรายได้สูงถึงเดือนละ 90,000 บาท ก่อนเรียกเก็บค่าดำเนินการและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่สุดท้ายผู้เสียหายไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้จริง เบื้องต้นพบมูลค่าความเสียหายเกือบ 20 ล้านบาท โดยผู้เสียหายดังกล่าวเดินทางมาร้องเรียนที่รายการสถานีประชาชน
ผู้เสียหายกว่า 80 คน ถูกชักชวนไปทำงานฟินแลนด์-แคนาดา
ผู้เสียหายระบุว่า จุดเริ่มต้นมาจากการพบข้อมูลรับสมัครงานผ่าน Facebook ซึ่งอ้างว่าสามารถจัดหางานในประเทศฟินแลนด์และแคนาดาได้ โดยมีทั้งงานแพ็คสินค้าและงานโรงงาน ทำให้ผู้ที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศสนใจ เนื่องจากมีการระบุค่าตอบแทนหลายหมื่นบาทต่อเดือน
ผู้เสียหายบางรายติดต่อบริษัทผ่าน Line ก่อนเดินทางไปยังสำนักงานในพื้นที่ดอนเมืองเพื่อสัมภาษณ์งาน โดยระบุว่ามีการสัมภาษณ์กับชาวต่างชาติและมีล่ามคนไทย รวมถึงมีการนำวิดีโอเกี่ยวกับลักษณะงานมาแสดง ทำให้กระบวนการสมัครงานดูน่าเชื่อถือ
หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า สมัครงานโรงงานแปรรูปอาหาร โดยเป็นงานแล่ปลาแซลมอน และได้รับข้อมูลว่าจะมีรายได้ประมาณ 90,000 บาทต่อเดือน ไม่รวม OT มีอาหาร 1 มื้อและที่พัก พร้อมสัญญาการทำงาน 2 ปี
เรียกเก็บเงินค่าดำเนินการ ก่อนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ผู้เสียหายรายหนึ่งระบุว่า หลังผ่านการสัมภาษณ์ บริษัทเรียกเก็บเงินก้อนแรก 12,500 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการด้านเอกสารและวีซ่า จากนั้นมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมอีก 65,000 บาท
ขณะที่ผู้เสียหายบางรายระบุว่า บริษัทแจ้งว่าจะมีการอบรมก่อนเดินทาง แต่เมื่อใกล้ถึงกำหนดอบรมกลับไม่สามารถติดต่อบริษัทได้ นอกจากนี้ ยังมีการเรียกให้แลกเงินก่อนเดินทาง โดยอ้างว่าหากแลกเงินผ่านบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายถูกลง
ผู้เสียหายรายหนึ่งยังระบุว่า มีการนำเสนอวีซ่าแคนาดาให้เห็น จึงตัดสินใจจ่ายเงินก้อนเพิ่มเติม โดยยังไม่ทราบว่าวีซ่าดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่
เรียกเก็บเงินค่าดำเนินการ ก่อนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เปิดสำนักงาน มีชาวต่างชาติสัมภาษณ์ สร้างความน่าเชื่อถือ
จากคำบอกเล่าของผู้เสียหาย กระบวนการสมัครงานมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การติดต่อผ่าน Facebook และ Line การเดินทางไปสัมภาษณ์งานที่สำนักงาน การพบชาวต่างชาติ รวมถึงการนำเสนอวิดีโอลักษณะงาน
ผู้เสียหายรายหนึ่งระบุว่า สำนักงานเป็นอาคาร 3 ชั้น และมีลักษณะคล้ายสำนักงานที่จัดเตรียมไว้อย่างเป็นระบบ ภายในมีจอแสดงวิดีโอเกี่ยวกับงานต่าง ๆ เช่น การล้างผลไม้และการล้างปลาแซลมอน ก่อนมีการสัมภาษณ์กับชาวต่างชาติ 2 คน โดยมีล่ามคนไทย
นอกจากนี้ เพจ Facebook ที่เกี่ยวข้องยังมีการอัปเดตข้อมูล มีผู้ติดตามจำนวนมาก มีการแชร์ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ และมีการตอบคอมเมนต์ต่าง ๆ ทำให้ผู้เสียหายมองว่าเพจมีความน่าเชื่อถือ โดยผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางานระบุว่า หน่วยงานมีการโพสต์ตอบโต้ข้อมูลออนไลน์ที่ไม่ถูกต้องและดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
ตรวจสอบข้อมูลบริษัท พบจดทะเบียน แต่มีประเด็นเรื่องการส่งงบการเงิน
ข้อมูลที่นำเสนอในรายการระบุว่า บริษัทดังกล่าวมีการจดทะเบียนนิติบุคคลจริง จึงอาจทำให้ผู้สมัครงานที่ค้นหาข้อมูลก่อนจ่ายเงินมองว่าบริษัทมีตัวตน
อย่างไรก็ตาม มีการระบุว่า เมื่อดูข้อมูลการส่งงบการเงิน พบว่าหยุดส่งมาตั้งแต่ปี 2560 แม้ชื่อบริษัทยังคงปรากฏว่าจดทะเบียนอยู่ ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลที่ผู้สมัครงานควรนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรพิจารณาเพียงว่าบริษัทมีชื่อจดทะเบียนหรือไม่

5 ช่องทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นายสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายมี 5 ช่องทาง ได้แก่
- บริษัทจัดหางานส่งไปทำงานต่างประเทศ
- กรมการจัดหางานส่งไปทำงานต่างประเทศ
- นายจ้างพาลูกจ้างไปทำงานต่างประเทศ
- นายจ้างส่งลูกจ้างไปฝึกงานต่างประเทศ
- คนหางานเดินทางไปทำงานเอง
ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศควรตรวจสอบช่องทางและข้อมูลให้ชัดเจนก่อนจ่ายเงิน หากมีผู้ใดอ้างว่าสามารถจัดการเงื่อนไขที่เป็นข้อจำกัดของประเทศปลายทางได้ เช่น สามารถ “ซื้ออายุ” หรือทำให้อายุลดลงได้ ควรสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นกระบวนการหลอกลวงเพื่อให้ตายใจและประสงค์ต่อทรัพย์
นายสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน
กรมการจัดหางานแนะ ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงิน
นายสนธยา กาลาศรี ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน แนะนำว่า ผู้ที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการชักชวนแบบบุคคลต่อบุคคล หรือข้อมูลจากสื่อออนไลน์ ควรนำข้อมูลไปตรวจสอบกับกรมการจัดหางานก่อน
กรมการจัดหางานมีหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงสำนักงานจัดหางานจังหวัด ซึ่งสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้ โดยผู้สมัครงานไม่ควรเชื่อข้อมูลที่ได้รับมาโดยทันที
สำหรับการไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางานระบุว่า หากเดินทางผ่านกรมการจัดหางาน ค่าใช้จ่ายแทบไม่มี ส่วนการใช้บริษัทจัดหางานที่ได้รับใบอนุญาต จะต้องเรียกเก็บค่าบริการและค่าใช้จ่ายตามกรอบกฎหมายที่กำหนด ขณะที่การเดินทางไปทำงานด้วยตนเอง สัญญาว่าจ้างและสถานประกอบการจะต้องผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

กรมการจัดหางานเตือน อย่าใช้วีซ่าท่องเที่ยวไปทำงาน
ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางานระบุว่า ไม่แนะนำให้ประชาชนเดินทางไปต่างประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแล้วไปหางานทำภายหลัง เพราะการเดินทางไปทำงานควรถูกต้องตั้งแต่เดินทางออกจากประเทศไทย
การเดินทางในช่องทางที่ถูกต้องมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการถูกบังคับใช้แรงงาน ความเสี่ยงด้านการค้ามนุษย์ และการต้องใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนในต่างประเทศ โดยภาครัฐต้องการให้คนไทยที่เดินทางไปทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีรายได้ส่งกลับมาเลี้ยงครอบครัว
นอกจากนี้ ผู้ที่เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องยังสามารถอยู่ในระบบที่ภาครัฐติดตามและให้ความช่วยเหลือได้ โดยมีการระบุถึงแอปพลิเคชัน Smart TOEA ซึ่งใช้บันทึกข้อมูลของผู้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ และช่วยให้สามารถติดต่อกับหน่วยงานราชการ สถานทูตไทย หรือสำนักงานแรงงานไทยในประเทศนั้น ๆ ได้ หากเกิดภัยพิบัติ สงคราม หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ผู้เสียหายส่วนใหญ่กู้เงินมาจ่าย หวังมีรายได้ที่ดีขึ้น
กรณีนี้สร้างความเสียหายทั้งจากเงินที่จ่ายให้บริษัทและภาระหนี้สินของผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายหลายรายระบุว่าต้องกู้เงินหรือยืมเงินมาใช้จ่าย บางรายลาออกจากงานเดิมเพื่อเตรียมเดินทางไปทำงานต่างประเทศ
ผู้เสียหายระบุว่า การตัดสินใจส่วนหนึ่งเกิดจากความหวังว่าจะมีรายได้สูงขึ้นและสามารถนำเงินกลับมาใช้หนี้หรือดูแลครอบครัวได้ แต่สุดท้ายกลับต้องเผชิญกับความเสียหายและหนี้สิน
หากถูกหลอกสมัครงานต่างประเทศ ควรทำอย่างไร
คุณหัทยา อั้นเต้ง ทนายความ ให้คำแนะนำว่า หากมีผู้เสียหายจากการกระทำความผิดของนิติบุคคลหรือหน่วยงาน และมีผู้เสียหายหลายราย ควรรวบรวมรายชื่อ เอกสาร หลักฐานการโอนเงิน และรายละเอียดความเสียหายของแต่ละคน ก่อนนำไปแจ้งความ
หลักฐานที่ควรเก็บไว้ ได้แก่
- สลิปการโอนเงิน
- ข้อความสนทนากับผู้รับสมัครงาน
- ข้อมูลบัญชีธนาคารที่ใช้รับเงิน
- ข้อมูล Facebook Page และเว็บไซต์
- เอกสารหรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง
- เอกสารเกี่ยวกับวีซ่า
- หลักฐานการโฆษณาหรือประกาศรับสมัครงาน
การรวบรวมข้อมูลจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดความเสียหายและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ส่วนเงินที่ถูกโอนไป หากสามารถอายัดบัญชีได้อย่างรวดเร็วและยังมีเงินเหลืออยู่ ก็มีโอกาสนำเงินดังกล่าวมาคืนให้ผู้เสียหายได้มากขึ้น
คุณหัทยา อั้นเต้ง ทนายความ
ตรวจสอบให้รอบด้าน ก่อนตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ
กรณีนี้สะท้อนว่า การสมัครงานต่างประเทศอาจถูกสร้างความน่าเชื่อถือผ่านหลายองค์ประกอบ ทั้งสำนักงานจริง การสัมภาษณ์งาน การมีชาวต่างชาติมาร่วมสัมภาษณ์ การนำเสนอวิดีโอลักษณะงาน Facebook Page ที่มีผู้ติดตาม รวมถึงการนำข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐมาเผยแพร่
ดังนั้น การตรวจสอบเพียงว่าบริษัทมีชื่อจดทะเบียนหรือมี Facebook Page ไม่เพียงพอ ผู้ที่กำลังหางานต่างประเทศควรตรวจสอบกับกรมการจัดหางานหรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน และควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากมีการเรียกเก็บเงินจำนวนมาก อ้างรายได้สูง หรือเสนอวิธีเดินทางที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางานย้ำว่า หากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศจากบุคคลหรือสื่อออนไลน์ ควรนำข้อมูลมาตรวจสอบกับกรมการจัดหางานก่อน เพื่อป้องกันการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ
สำหรับผู้เสียหายที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราว ระบุว่า ส่วนหนึ่งต้องการให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ เพื่อไม่ให้คนอื่นถูกหลอกในลักษณะเดียวกันอีก
ขอบคุณข้อมูลจาก : รายการสถานีประชาชน









