ฉีดวัคซีน AstraZeneca มาหลายปียังต้องกังวลอยู่หรือไม่ ?

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Facebook
พบโพสต์อ้างว่า วัคซีนโควิด-19 “AstraZeneca” ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ระบุ
“ถอนการขายทั่วโลกแล้ว!
วัคซีนแอสตราเซเนก้า
หลังพบทำให้ลิ่มเลือดอุดตัน
.
วัคซีนโควิด แอสตราเซเนก้า ทำให้ลิ่มเลือดอุดตัน เป็นเรื่องจริง โดยทาง บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ยื่นต่อศาลสูงแห่งสหราชอาณาจักร โดยยอมรับว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) ของบริษัท สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่พบได้ยาก คือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ”

โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 69 ทำให้มียอดถูกใจกว่า 1,800 ครั้ง และถูกแชร์ต่อ 996 ครั้ง
นอกจากนี้ ยังพบโพสต์ในลักษณะเดียวกัน โดยระบุว่า วัคซีนดังกล่าวทำคนหายไปมากกว่าครึ่ง
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ใครที่ไม่เคยฉีดวัคซีนโควิดในตอนนั้น คือลาภอันประเสริฐ” เพราะล่าสุด บ.วัคซีนแอสตราซินิก้า ออกมายอมรับผลกระทบของวัคซีนตัวนี้แล้วว่า มีผลทำให้ลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งทำคนหายไปจากโลกนี้แล้วเกือบครึ่ง
ที่มา: Facebook
หรือแม้แต่โพสต์คลิปสร้างความหวาดกลัว พร้อมข้อความโฆษณาขายประกันสุขภาพ ระบุ
ข่าวเรื่อง AstraZeneca กับ “ลิ่มเลือดอุดตัน”
สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนกลับมาคิด คือ…
เรามีเงินก้อนสำรองไว้หรือยัง หากวันหนึ่งเกิดโรคร้ายแรงขึ้นมา?
แต่ประเด็นสำคัญสำหรับผมในฐานะ Financial Advisor คือ
“เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ และเราไม่รู้ว่าจะเกิดกับใคร”
ถ้าวันหนึ่งเกิดโรคร้ายแรง เช่น
🧠 โรคหลอดเลือดสมอง
❤️ โรคหัวใจ
🩸 ภาวะที่นำไปสู่ความพิการหรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
รวมถึงโรคร้ายแรงอื่น ๆ ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ประกันโรคร้ายแรงสามารถช่วยจ่าย เงินก้อน เมื่อเข้าเงื่อนไขการเคลมตามนิยามของกรมธรรม์ เพื่อนำไปใช้กับค่ารักษา ค่าใช้จ่ายในครอบครัว หรือชดเชยรายได้ในช่วงที่ต้องหยุดงานได้ (เมืองไทยประกันภัย)
เพราะฉะนั้น…
ประกันโรคร้ายแรงไม่ได้มีไว้เพราะเราคิดว่าเราจะป่วย
แต่มีไว้เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า
“โรคร้ายแรงจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่”
สุขภาพดีวันนี้ = โอกาสในการวางแผนที่ดี
ที่มา: Instagram
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากแหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในไทย เช่น อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ และ Cofact Thailand ซึ่งนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงและอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนโควิด-19
วัคซีน AstraZeneca ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำจริงหรือไม่ ?
จากการค้นหาคำสำคัญ พบว่า วัคซีนชนิด Adenoviral vector เช่น AstraZeneca มีความเกี่ยวข้องกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ หรือ TTS แต่เป็นภาวะที่พบได้ยาก มักพบอาการผิดปกติภายในช่วง 3–4 สัปดาห์หลังได้รับวัคซีน โดยมีแนวทางทางการแพทย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษา หากเกิดภาวะดังกล่าว
ตรวจสอบดังนี้
- พบรายงานจากสำนักงานยายุโรป (EMA) เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 64 (2021) ระบุว่า วัคซีน Vaxzevria ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca มีความสัมพันธ์กับภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ (TTS) โดย EMA ระบุว่าเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ยาก หลังฉีด Vaxzevria โดย ณ วันที่ 27 มิ.ย. 64 มีรายงานกรณีที่สงสัยว่าเป็น TTS ในประเทศ EU/EEA จำนวน 479 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิต 100 ราย จากการฉีดวัคซีนประมาณ 51.4 ล้านโดส
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็น กรณีที่สงสัยว่าเป็น TTS และยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัยในแต่ละราย ณ ช่วงเวลาของรายงานขณะนั้น

- ข้อมูลเอกสารสรุปข้อมูลผลิตภัณฑ์ Vaxzevria (ปรับปรุงล่าสุด พฤศจิกายน 2566 หรือ 2023) จาก MHRA หรือ หน่วยงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของสหราชอาณาจักร ระบุว่า มีการพบ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (TTS) ซึ่งในบางกรณีมีเลือดออกร่วมด้วย แต่พบได้น้อยมาก หลังได้รับวัคซีน Vaxzevria
รายละเอียด
ภาวะดังกล่าวรวมถึงกรณีรุนแรงที่เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ รวมถึงบริเวณที่พบได้ไม่บ่อย เช่น ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำไซนัสในสมอง (cerebral venous sinus thrombosis) และ ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำของอวัยวะภายในช่องท้อง (splanchnic vein thrombosis) รวมถึงลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดแดง โดยเกิดขึ้นร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
บางกรณีมีผลร้ายแรงถึงขั้น เสียชีวิต โดยกรณีส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายใน 3 สัปดาห์แรกหลังได้รับวัคซีน แต่ก็มีรายงานการเกิดหลังจากช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน
- WHO ระบุว่า วัคซีนโควิด-19 ชนิด Adenoviral vector เช่น AstraZeneca มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่ได้รับการติดตามเป็นพิเศษ โดยเฉพาะภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ หรือ TTS ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงแต่พบได้น้อยมาก โดยมักเกิดภายใน 4–30 วันหลังฉีด และพบได้น้อยกว่าหลังการฉีดเข็มที่สอง
รายละเอียด
วัคซีนกลุ่มนี้ ได้แก่ วัคซีนโควิด-19 ของ AstraZeneca, Janssen (Johnson & Johnson ), Gamaleya (Sputnik V) และ CanSino Biologics โดยเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่สำคัญซึ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษสำหรับวัคซีนกลุ่มนี้ ได้แก่ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombosis with Thrombocytopenia Syndrome: TTS), ภาวะเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน (Immune Thrombocytopenic Purpura: ITP) และ กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barré Syndrome: GBS)
TTS เป็นภาวะการแข็งตัวของเลือดที่รุนแรงแต่พบได้น้อยมาก โดยมีลิ่มเลือดอุดตัน (blood clots) ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (จำนวนเกล็ดเลือดในเลือดต่ำ) อาการของ TTS มักเริ่มเกิดขึ้นภายใน 4–30 วันหลังได้รับวัคซีน โดยพบประมาณ 2 รายต่อผู้ได้รับวัคซีน 100,000 คน หลังได้รับวัคซีนเข็มแรก
ความเสี่ยงของ TTS หลังได้รับวัคซีน AstraZeneca เข็มที่สองดูเหมือนจะต่ำกว่ามาก โดยพบ น้อยกว่า 0.5 รายต่อผู้ได้รับวัคซีน 100,000 คน หลังได้รับเข็มที่สอง
ผู้หญิงอายุน้อยและผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปีดูเหมือนจะมีโอกาสเกิดผลลัพธ์ที่รุนแรงจาก TTS มากกว่าเล็กน้อย เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะเกิดลิ่มเลือดในตำแหน่งที่ผิดปกติ เช่น สมองหรือช่องท้อง มากกว่า

ไทยพบอัตราการเกิดภาวะเสี่ยง 1 รายต่อ 5 ล้านโดส หลังฉีด
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รายงานเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 64 ว่า ประเทศไทยพบผู้มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หรือ VITT หลังได้รับวัคซีน AstraZeneca จำนวน 1 ราย จากการฉีดวัคซีน 5,360,745 โดส หรือประมาณ 1 รายต่อ 5 ล้านโดส โดยมีอุบัติการณ์ต่ำกว่าข้อมูลจากต่างประเทศ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1 รายต่อ 125,000–1,000,000 โดส หรือพบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5–40 เท่า พร้อมย้ำว่าประเทศไทยมีระบบตรวจวินิจฉัยและรักษาภาวะดังกล่าวรองรับแล้ว
ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ (TTS) หลังได้รับวัคซีนโควิด-19 บางชนิด เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
อ้างอิงข้อมูลจาก WHO ระบุ TTS เกิดจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกัน โดยร่างกายสร้างแอนติบอดีที่จับกับโปรตีน PF4 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกล็ดเลือด ทำให้เกล็ดเลือดถูกกระตุ้นและรวมตัวกันมากผิดปกติ จนนำไปสู่การก่อตัวของลิ่มเลือด
ขณะเดียวกันเกล็ดเลือดถูกใช้มากขึ้น ทำให้จำนวนเกล็ดเลือดในเลือดลดลง จึงเกิดภาวะ “ลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ” หรือ TTS โดยพบภาวะนี้เป็นเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่พบได้ยากมากหลังวัคซีนโควิด-19 ชนิด Adenoviral เช่น AstraZeneca
นอกจากนี้ EMA ได้ออกคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเกิดลิ่มเลือดหรือภาวะเกล็ดเลือดต่ำหลังได้รับวัคซีน Vaxzevria
คณะกรรมการยาสำหรับมนุษย์ของ EMA (CHMP) แนะนำให้บุคลากรทางการแพทย์ดำเนินการดังนี้:
- ห้ามให้วัคซีน Vaxzevria แก่ผู้ที่เคยเกิดลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (thrombosis with thrombocytopenia syndrome: TTS) หลังได้รับวัคซีน
- ควรตรวจหาสัญญาณของ ลิ่มเลือดอุดตัน ในผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำภายใน 3 สัปดาห์หลังได้รับวัคซีน
- ควรตรวจหาสัญญาณของ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ในผู้ที่เกิดลิ่มเลือดอุดตันภายใน 3 สัปดาห์หลังได้รับวัคซีน
- ควรให้ผู้ป่วยที่เกิดลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำหลังได้รับวัคซีน ได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แม้ว่า การเกิดลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำหลังได้รับวัคซีนจะพบได้น้อยมาก แต่ EMA ยังคงแนะนำให้ประชาชนตระหนักถึงอาการที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างทันท่วงทีหากจำเป็น
แนวทางวินิจฉัยและการรักษา
สำหรับการกังวลเรื่องอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน WHO มีแนวทางสำหรับการวินิจฉัยและรักษาภาวะ TTS
- แนวทางสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการเฝ้าระวัง วินิจฉัย และจัดการภาวะ TTS โดยระบุว่า ผู้ที่มีอาการเข้าข่าย โดยเฉพาะภายใน 3–30 วันหลังได้รับวัคซีน ควรได้รับการตรวจหาลิ่มเลือดและภาวะเกล็ดเลือดต่ำโดยเร็ว
- WHO ระบุว่า วัคซีน AstraZeneca มีประสิทธิภาพ 72% ในการป้องกันการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ที่มีอาการ จากการวิเคราะห์ผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 โดส โดยมีระยะห่างระหว่างเข็มประมาณ 4–12 สัปดาห์ ขณะเดียวกันพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ (TTS) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก ทั้งนี้ ในประเทศที่ยังมีการแพร่ระบาดของ SARS-CoV-2 อย่างต่อเนื่อง WHO ระบุว่า ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนในการป้องกันโควิด-19 มีมากกว่าความเสี่ยงอย่างมาก
แพทย์ชี้หลังฉีดวัคซีน 2–3 ปีแทบไม่พบความเสี่ยง
ด้าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อมร ลีลารัศมี อายุรแพทย์โรคติดเชื้อและ กรรมการแพทยสภา ระบุกับ Thai PBS Verify ว่า หากเวลาผ่านไป 2–3 ปีหลังได้รับวัคซีนแล้ว โอกาสที่จะเกิดภาวะภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ จากวัคซีนแทบไม่มี
“เนื่องจากภาวะนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้ในคนบางรายในช่วงระยะเวลาหลังฉีดวัคซีน โดยอาจมีปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือนแรก แต่หากพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไปแล้ว วัคซีนและส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องจะถูกสลายหรือกำจัดออกจากร่างกาย จึงพ้นช่วงเวลาที่คาดว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากวัคซีนแล้ว”
ทั้งนี้ ข้อมูลการศึกษาการกระจายตัวทางชีวภาพของ จาก PubMed ระบุ หลังฉีดวัคซีน adenovirus vector เช่น AstraZeneca ตัวไวรัสที่ใช้เป็นพาหะถูกทำให้ ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ และทำหน้าที่นำสารพันธุกรรมที่ใช้สร้างโปรตีนหนาม (spike protein) เข้าไปในเซลล์ จากนั้นสารพันธุกรรมของพาหะจะไม่ได้เข้าไปแทรกใน DNA ของมนุษย์ และเมื่อเซลล์สร้างโปรตีนตามคำสั่งแล้ว สารพันธุกรรมของวัคซีนจะถูกกำจัดหรือสลายไปตามกระบวนการของเซลล์ ไม่ได้คงอยู่ในร่างกายอย่างถาวร
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อมร ลีลารัศมี อายุรแพทย์โรคติดเชื้อและ กรรมการแพทยสภา
ทำไม AstraZeneca ถอนการจำหน่าย Vaxzevria ในยุโรป ?
27 มี.ค. 67 คณะกรรมาธิการยุโรปถอนใบอนุญาตการวางจำหน่าย Vaxzevria ในสหภาพยุโรป ตามคำขอของ AstraZeneca โดยบริษัทแจ้งว่าจะยุติการทำตลาดวัคซีนอย่างถาวรด้วย เหตุผลทางการค้า
ด้าน EMA ระบุiถึงรายละเอียดสถานะยาด้วยว่า การถอนวัคซีนออกจากตลาดด้วยเหตุผลทางการค้าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อผลิตภัณฑ์มีการใช้งานลดลง หรือบริษัทไม่มีแผนปรับวัคซีนให้สอดคล้องกับสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาด
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
จากการตรวจสอบพบหลายองค์กรทางการแพทย์ ระบุว่า ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำพบได้ยากมากหลังได้รับวัคซีน AstraZeneca โดยอาการมักเกิดภายในช่วง 4–30 วันหลังฉีดวัคซีน จึงมีคำแนะนำให้บุคลากรทางการแพทย์เฝ้าระวังและตรวจหาภาวะดังกล่าวโดยเร็วเมื่อพบอาการ
ขณะเดียวกัน WHO ระบุว่า ในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประโยชน์ของวัคซีนในการป้องกันโรครุนแรงยังมากกว่าความเสี่ยงจาก ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำอย่างมาก
กระบวนการตรวจสอบ
1.ค้นหาด้วยคำสำคัญ: จากการตรวจสอบ พบว่า วัคซีนชนิด Adenoviral vector เช่น AstraZeneca มีความเกี่ยวข้องกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ หรือ TTS แต่เป็นภาวะที่พบได้ยาก มักพบอาการผิดปกติภายในช่วง 3–4 สัปดาห์หลังได้รับวัคซีน โดยมีแนวทางทางการแพทย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษา หากเกิดภาวะดังกล่าว
2.สอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อมร ลีลารัศมี อายุรแพทย์โรคติดเชื้อและ กรรมการแพทยสภา ระบุกับ Thai PBS Verify ว่า หากเวลาผ่านไป 2–3 ปีหลังได้รับวัคซีนแล้ว โอกาสที่จะเกิดภาวะภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ จากวัคซีนแทบไม่มี เนื่องจากภาวะนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้ในคนบางรายในช่วงระยะเวลาหลังฉีดวัคซีน โดยอาจมีปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือนแรก
ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลลักษณะนี้
1.เกิดความตื่นตระหนกและวิตกกังวลเรื่องสุขภาพ: ผู้ที่เคยฉีดวัคซีน AstraZeneca ไปเมื่อหลายปีก่อนอาจเกิดความกลัวว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอันตรายหรือความเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือดอุดตัน ทั้งที่ยังไม่หลักฐานรับรองชัดเจน มีเพียงการศึกษาและข้อบ่งชี้ว่าความเสี่ยงดังกล่าวจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงประมาณ 3-30 วันแรกหลังฉีด
2.การนำไปสู่การตัดสินใจที่คลาดเคลื่อน: ข้อมูลที่สร้างความกังวลมักถูกนำไปเชื่อมโยงกับการเสนอขายสินค้าหรือบริการ เช่น ประกันสุขภาพ ซึ่งอาจมีผลให้ผู้รับสารเร่งตัดสินใจซื้อบริการดังกล่าวโดยอิงจากข้อมูลพื้นฐานที่ไม่ครบถ้วนหรือถูกบิดเบือน
3.ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุข: การเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อแนวทางการแพทย์
4.การกระจายตัวของข้อมูลบิดเบือนในระบบนิเวศสื่อ: การแชร์เนื้อหาที่มีลักษณะตื่นตระหนกโดยขาดการตรวจสอบ จะส่งผลให้ข้อมูลบิดเบือนขยายวงกว้าง สร้างความสับสนในสังคม และเพิ่มภาระแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.ชะลอการส่งต่อข้อมูล: ควรงดเว้นการส่งต่อ แชร์ หรือแสดงความคิดเห็นในโพสต์ที่อ้างถึงผลกระทบด้านสุขภาพที่รุนแรง จนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่แน่ชัด
2.ตรวจสอบแหล่งข้อมูลจากหน่วยงานทางการ: ควรเทียบเคียงข้อมูลที่ได้รับกับแถลงการณ์ของหน่วยงานสาธารณสุข หรือองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทางการแพทย์ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, องค์การอนามัยโลก (WHO) หรือหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอม
3.พิจารณาบริบทแวดล้อมของเนื้อหา: สังเกตองค์ประกอบของโพสต์ว่ามีการนำเสนอเนื้อหาเชิงพาณิชย์ เช่น การเสนอขายประกัน หรือการโฆษณาสินค้าและบริการร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อประเมินวัตถุประสงค์โดยรวมของการสื่อสาร
4.ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง: หากมีความกังวลใจเรื่องสุขภาพ หรือมีอาการทางร่างกายที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือด ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและปรึกษาแพทย์เฉพาะทางในสถานพยาบาล เพื่อรับข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ











