Profile icon

ข่าวจริง ! ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm จัดเป็น “ยาอันตราย” แต่ไม่ต้องตกใจ !

ข่าวจริงDateClock icon12:19|สังคมและสุขภาพ
ข่าวจริงแต่ไม่ต้องตกใจ ! หลังประกาศราชกิจจานุเบกษาเรื่องยาที่มีฟลูออไรด์ 5,000 ppm หลายคนเกิดความเข้าใจว่า “ฟลูออไรด์เป็นอันตราย” และควรหลีกเลี่ยงยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริง คือ ฟลูออไรด์ในยาสีฟันมีหลายระดับความเข้มข้นและใช้ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

สำหรับยาสีฟันทั่วไปที่ใช้ป้องกันฟันผุมีส่วนประกอบฟลูออไรด์ประมาณ 1,000–1,500 ppm ซึ่งเป็นระดับที่ WHO แนะนำสำหรับการดูแลสุขภาพช่องปาก ขณะที่ 5,000 ppm เป็นฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูงในกลุ่มยา ใช้ในกรณีเฉพาะ เช่น ผู้ที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง โดยควรใช้ตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ในระดับทั่วไปที่วางจำหน่ายในท้องตลาดยังสามารถใช้ได้ตามปกติ

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวจาก: Facebook

พบโพสต์อ้างว่า กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดให้ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5,000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็น “ยาอันตราย” 

ระบุ

ประกาศให้ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย !!!

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 37 ซึ่งลงนามโดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ ประกาศไว้ ณ วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการกำหนดให้ยาที่มีส่วนผสม ของฟลูออไรด์ 5000 ส่วนในล้านส่วน หรือ 5000 ppm สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย

ประกาศดังกล่าวอาศัยอำนาจตามมาตรา 76(3) แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ซึ่งแก้ไขเพิ่ม เติมโดยพระราชบัญญัติยา ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2522 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออก ประกาศตามคำแนะนำของคณะกรรมการยา ในการประชุมครั้งที่ 430-1/2569 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569

สาระสำคัญของประกาศกำหนดให้เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้เป็น (80) ของข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวง สาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2521

“(80) ยาที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 5000 ส่วนในล้านส่วน (5000 ppm) สำหรับใช้ในช่องปาก”

ทั้งนี้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 37 ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

โพสต์ดังกล่าวมียอดกดถูกใจ 1,400 ครั้ง และแชร์ 723 ครั้ง เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 69

โพสต์ชี้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้ว เป็นข่าวจริง

ราชกิจจาฯ กำหนดฟลูออไรด์ 5,000 ppm เป็นยาอันตรายจริงหรือไม่ ?

จากการตรวจสอบพบว่า ข้อความในประกาศราชกิจจานุเบกษาสอดคล้องกับข้อกล่าวอ้างในโพสต์ โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 37 ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 69 และลงนามประกาศ ณ วันที่ 6 ส.ค. 69 พบว่า กำหนดให้ “ยาที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 5,000 ส่วนในล้านส่วน (5,000 ppm) สำหรับใช้ในช่องปาก” เป็นยาอันตราย โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 69 เป็นต้นไป 

จึงสรุปได้ว่าโพสต์ดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง 

ประกาศราชกิจจานุเบกษา

ห้ามใช้ยาสีฟันที่มี “ฟลูออไรด์” หรือไม่ ?

หลังมีการเผยแพร่ประกาศราชกิจจานุเบกษาที่กำหนดให้ยาที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 5,000 ppm สำหรับใช้ในช่องปากเป็น “ยาอันตราย” ทำให้เกิดความเข้าใจว่า ฟลูออไรด์เป็นสารอันตรายและควรหลีกเลี่ยงยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ในโลกออนไลน์นั้น ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนเกิดความกังวลต่อการใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ทั่วไปที่วางจำหน่ายในท้องตลาด

อย่างไรก็ตาม ประกาศดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ายาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ทุกชนิดเป็นยาอันตรายหรือห้ามใช้ โดยสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ชี้แจงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ยาสีฟันฟลูออไรด์ทั่วไปที่วางจำหน่ายในท้องตลาดจัดเป็นเครื่องสำอาง ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์ความเข้มข้น 5,000 ppm จัดอยู่ในกลุ่มยาอันตราย สำหรับใช้ในกรณีเฉพาะและอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์

ทั้งนี้ คำว่า “ยาอันตราย” ไม่ได้หมายถึง “ยาที่ห้ามใช้” แต่เป็นการจัดประเภทตามกฎหมายยา เพื่อกำหนดให้มีการควบคุมการใช้และการจำหน่ายอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะยาที่มีความเข้มข้นสูงหรือจำเป็นต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

ดังนั้น ยาสีฟันฟลูออไรด์ทั่วไปที่จำหน่ายในท้องตลาดยังสามารถใช้ได้ตามปกติ 

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ระบุรายละเอียด ดังนี้

ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm ต่างจากยาสีฟันทั่วไปอย่างไร ?

หลายคนอาจเข้าใจว่า “ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm เป็นยาอันตราย” หมายถึง ห้ามใช้หรือเลิกผลิต แต่จริง ๆ แล้วประเด็นสำคัญคือ การกำกับดูแลการใช้ให้เหมาะสมกับผู้ที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง

  • ยาสีฟันฟลูออไรด์ทั่วไป ไม่เกิน 1,500 ppm ยังใช้ได้ตามปกติ
  • ฟลูออไรด์ 5,000 ppm เป็นความเข้มข้นสูง ใช้สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง เช่น ผู้สูงอายุที่มีน้ำลายน้อยลงทำให้ฟันผุได้ง่าย ผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปากที่ได้รับการฉายแสง

 การใช้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของ ทันตแพทย์และเภสัชกรหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ตามข้อกำหนด ดังนั้น “ยาอันตราย” ไม่ได้แปลว่า “ห้ามใช้” แต่หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีการควบคุมการใช้เพื่อความปลอดภัยและให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ที่ขายทั่วไป ต่างจากยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 5,000 ppm อย่างไร ?

เมื่อมีการประกาศว่า ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 5,000 ppm เป็นยาอันตราย ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและข้อกังวลเกี่ยวกับการที่ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 5,000 ppm เป็นยาอันตราย วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติม…..

ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทั่วไป

ฟลูออไรด์ได้รับการยอมรับว่าเป็นสารประกอบที่สำคัญในการป้องกันฟันผุ จึงมักถูกบรรจุในผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพหลายชนิดที่ประชาชนสามารถใช้ที่บ้านได้ เช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก

ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. กำหนดให้การขึ้นทะเบียนยาสีฟันเป็นเครื่องสำอาง โดยมีปริมาณฟลูออไรด์ได้ไม่เกิน 1,500 ppm หรือหมายถึง การมีฟลูออไรด์อยู่ 1,500 มิลลิกรัม ในยาสีฟันจำนวน 1 ล้านมิลลิกรัม เหมาะกับผู้ที่สุขภาพช่องปากปกติในการป้องกันฟันผุ โดยการแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที และ งดการรับประทานอาหารหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง

แล้วยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 5,000 ppm คืออะไร

ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 5,000 ppm เป็นยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูง ใช้เพื่อชะลอและป้องกันฟันผุในกลุ่มที่ความเสี่ยงฟันผุสูงอยู่ เช่น ผู้สูงอายุที่มีน้ำลายน้อยลงทำให้ฟันผุได้ง่าย ผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปากที่ได้รับการฉายแสง แต่เนื่องจากเป็นยาสีฟันที่มีความเข้มข้นของฟลูออไรด์สูงจึงจำเป็นต้องมีการใช้ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์และเภสัชกร

ดังนั้นยาอันตรายในที่นี้ จึงหมายถึง เป็นประเภทของการขึ้นทะเบียนยา โดยเป็นยาที่ต้องมีการควบคุมการใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์

ภาพ: สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย

กรมอนามัย – อย. เคยเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องฟลูออไรด์ 5,000 ppm 

ก่อนหน้านี้พบรายงานของกรมอนามัย เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 69 ระบุ กรมอนามัย และ อย. มีแนวคิดผลักดัน ส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงฟันผุ เช่น ผู้สูงอายุและผู้มีข้อจำกัดในการแปรงฟัน สามารถเข้าถึงยาสีฟันฟลูออไรด์ความเข้มข้น 5,000 ppm ได้อย่างปลอดภัย โดยคณะกรรมการยาได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและพิจารณากำหนดให้เป็น ยาอันตราย เพื่อให้จำหน่ายผ่านร้านขายยาที่มีเภสัชกรหรือสถานพยาบาล ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเปิดทางให้สามารถผลิตหรือนำเข้าได้อย่างถูกต้อง

ส่วนหนึ่งในรายงาน ระบุดังนี้

รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์ ดร. พรพจน์ เฟื่องธารทิพย์ ประธานอนุกรรมการฝึกอบรม ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย สาขาทันตกรรมผู้สูงอายุและผู้มีความต้องการพิเศษ เปิดเผยว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูง ผลวิจัยจากต่างประเทศ พบว่ายาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ความเข้มข้น 5,000 ppm สามารถลดการเกิดฟันผุในฟันแท้ได้ร้อยละ 40–42 เมื่อเทียบกับยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,450 ppm อีกทั้งยังช่วยชะลอการลุกลามของฟันผุ รวมถึงฟันผุบริเวณรากฟัน ซึ่งที่ผ่านมา การใช้ฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูงมักจำกัดอยู่ในการดูแลโดยทันตแพทย์เท่านั้น ดังนั้น การมียาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm จึงช่วยเพิ่มโอกาสให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงฟันผุสูงสามารถเข้าถึงการป้องกันฟันผุได้ง่ายขึ้นและต่อเนื่องสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำเตือนให้ใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น เพื่อป้องกันผลกระทบอื่นจากการได้รับปริมาณฟลูออไรด์ที่สูงเกิน

ด้าน ดร.เภสัชกรหญิง ธารกมล จันทร์ประภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า คณะกรรมการยาได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาบรรจุยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ความเข้มข้น 5,000 ppm เป็นยาอันตราย เพื่อให้สามารถจำหน่ายในร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำ หรือในสถานพยาบาล ภายใต้การกำกับดูแลของทันตแพทย์หรือเภสัชกร โดยยาสีฟันดังกล่าวมีสารสำคัญคือโซเดียมฟลูออไรด์ ความเข้มข้นร้อยละ 1.1 โดยน้ำหนัก ให้ปริมาณฟลูออไรด์ไอออน 5 มิลลิกรัมต่อยาสีฟัน 1 กรัม หรือ 5,000 ppm มีทั้งรูปแบบครีมและเจล ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการนำเข้าหรือจำหน่ายยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 5,000 ppm อย่างเป็นทางการ แต่การกำหนดแนวทางดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตหรือนำเข้าได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยกลุ่มเป้าหมายที่แนะนำคือประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูง อายุ 12 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย จะร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจัดทำแนวทางการใช้ และทำงานร่วมกับ อย. ในการชี้แจงผู้ประกอบการที่สนใจ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีทางเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในอนาคต 

WHO แนะนำใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ 

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ความเข้มข้นระดับ 1,000–1,500 ppm มีประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุ และแนะนำให้แปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้ง 

ขณะเดียวกัน สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) แนะนำสำหรับคนทั่วไป ทั้งเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ แนะนำให้แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ โดยเด็กควรได้รับการดูแลเรื่องปริมาณยาสีฟันที่ใช้ เพื่อป้องกันการกลืนกินในปริมาณมาก

สำหรับผลิตภัณฑ์ฟลูออไรด์ที่มีความเข้มข้นสูง อย่างฟลูออไรด์ 5,000 ppm จะใช้ในกรณีเฉพาะ เช่น ผู้ที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง จัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ 

หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเป็นคำแนะนำและข้อมูลด้านสุขภาพช่องปากจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และสมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) ซึ่งใช้เพื่อประกอบการอธิบายหลักการใช้ฟลูออไรด์และการป้องกันฟันผุ 

ใครบ้างที่ควรใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เข้มข้น 

ผศ. ทพ.ชนกันต์ แผ้วพาลชน อาจารย์สาขาทันตกรรมบูรณะและทันตกรรมเพื่อความสวยงาม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคบางชนิดที่ส่งผลให้การผลิตน้ำลายลดลง รวมถึงผู้สูงอายุ อาจมีความจำเป็นต้องใช้ยาสีฟันที่มีความเข้มข้นของฟลูออไรด์สูงขึ้น จากระดับทั่วไปประมาณ 1,000-1,500 ppm เป็น 5,000 ppm โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุสูงซึ่งสามารถใช้ยาสีฟันประเภทนี้ได้ตามดุลยพินิจของทันตแพทย์ ขณะที่ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคฟันผุในระดับปานกลางหรือต่ำ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้ฟลูออไรด์ความเข้มข้น 5,000 ppm และระดับ 1,000-1,500 ppm ก็เพียงพอต่อการป้องกันฟันผุแล้ว

ในต่างประเทศ ยาสีฟันฟลูออไรด์ความเข้มข้น 5,000 ppm มีการใช้งานเป็นปกติในกลุ่มผู้ที่มีข้อบ่งใช้ แต่ต้องได้รับการสั่งจ่ายหรืออยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ส่วนในประเทศไทย มีรายงานข่าวล่าสุดว่ายาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ความเข้มข้น 5,000 ppm ได้รับการอนุมัติให้ทันตแพทย์สามารถสั่งจ่ายได้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการจำหน่ายและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของประชาชนทั่วไปต่อไป

การให้ทันตแพทย์เป็นผู้ประเมินและสั่งจ่ายยาสีฟันชนิดนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน เนื่องจากฟลูออไรด์ความเข้มข้น 5,000 ppm มีปริมาณสูงกว่ายาสีฟันทั่วไป และอาจเป็นอันตรายได้หากใช้ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในเด็กที่อาจกลืนยาสีฟันเข้าไปในปริมาณมาก จึงควรมีมาตรการป้องกันการเข้าถึงผลิตภัณฑ์โดยเด็ก รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันการเปิดโดยเด็ก

สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์ยาสีฟันในประเทศไทย ในอดีตยังไม่มีผลิตภัณฑ์ฟลูออไรด์ความเข้มข้น 5,000 ppm วางจำหน่ายทั่วไป หากจำเป็นต้องนำเข้ามาเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีสถานะเป็นยาอันตราย และเดิมมีข้อจำกัดด้านการจำหน่ายทั่วไป

สำหรับประชาชนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องหายาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm มาใช้โดยไม่ผ่านการประเมินความเสี่ยง เนื่องจากการใช้ควรพิจารณาเป็นรายกรณีและอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของทันตแพทย์ 

การได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการพิษเฉียบพลัน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ส่วนการได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณสูงเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ภาวะฟันตกกระหรือภาวะกระดูกจากฟลูออไรด์ได้ ดังนั้น การใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ความเข้มข้น 5,000 ppm จึงควรใช้เมื่อมีข้อบ่งใช้และได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์

ผศ. ทพ.ชนกันต์ แผ้วพาลชน อาจารย์สาขาทันตกรรมบูรณะและทันตกรรมเพื่อความสวยงาม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

ตรวจสอบแล้วโพสต์อ้างประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง และไม่ได้หมายความว่า “ฟลูออไรด์เป็นอันตรายและห้ามใช้” แต่กำหนดเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์ 5,000 ppm สำหรับใช้ในช่องปาก ให้เป็น “ยาอันตราย” เพื่อให้มีการควบคุมการใช้ตามประเภทของยา ขณะที่ยาสีฟันฟลูออไรด์ทั่วไปที่มีความเข้มข้นประมาณ 1,000–1,500 ppm ยังใช้เพื่อป้องกันฟันผุได้ตามปกติ 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

1.ตรวจสอบประกาศราชกิจจานุเบกษา: จากการตรวจสอบพบว่า ข้อความในประกาศราชกิจจานุเบกษาสอดคล้องกับข้อกล่าวอ้างในโพสต์ โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 37 ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 69 และลงนามประกาศ ณ วันที่ 6 ส.ค. 69 พบว่า กำหนดให้ “ยาที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 5,000 ส่วนในล้านส่วน (5,000 ppm) สำหรับใช้ในช่องปาก” เป็นยาอันตราย โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 69 เป็นต้นไป 

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน