โพสต์อ้างเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,150 บาท พ.ย.- ธ.ค. 69 แท้จริงยังไม่มีประกาศจากรัฐบาล

Thai PBS Verify ตรวจสอบแหล่งที่มาข่าวบิดเบือนจาก : Facebook
ภาพบัญชีเฟซบุ๊ก แชร์ข้อความระบุว่า “ได้ข่าวมาว่า รัฐบาลจะให้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่ออีกสองเดือน คือเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เดือนละ 1,150 บาท”
Thai PBS Verify พบบัญชีเฟซบุ๊ก แชร์ข้อความระบุว่า “ได้ข่าวมาว่า รัฐบาลจะให้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่ออีกสองเดือน คือเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เดือนละ 1,150 บาท”
โดยโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 16,000 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น 1,700 ข้อความ และมีการแชร์ไปกว่า 210 ครั้ง ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 69
รัฐบาลจะให้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 2 เดือน เป็นเงินเดือนละ 1,150 บาท หรือไม่ ?
Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569” พบว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 69 มีการรายงานว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 สำหรับผู้ที่ผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ต.ค. 69 จะได้รับสิทธิในเดือน ต.ค. โดยวันที่ 1 ต.ค 69 ได้รับวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 1,000 บาทต่อคน วงเงินส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคน สำหรับเดือนต.ค.– ธ.ค. 69 และวงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน
ส่วนวันที่ 20 ต.ค. 69 ผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ มีบัตรประจำตัวคนพิการ และได้รับเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินเพิ่มเบี้ยความพิการอีก 200 บาทต่อเดือน โดยวงเงินซื้อสินค้าและค่าเดินทางไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้และไม่สะสมไปเดือนถัดไป ตามเงื่อนไขของโครงการ
ขณะเดียวกัน Thai PBS Verify สอบถามไปยัง ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แจ้งว่า สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในเดือนต.ค. 69 จะได้รับเงิน 1,000 บาท ส่วนเดือนพ.ย. 69 ทางรัฐบาลยังไม่มีประกาศแจ้งมายังศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งหากไม่มีประกาศ ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้วงเงิน 300 บาทเท่าเดิม
อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ “บัตรคนจน 1,700 บาท รวม 2 เดือน ” พบว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 68 มีการนำเสนอข่าว เติมเงิน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เพิ่ม 850 บาท 2 เดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้
โดยมีรายละเอียดระบุว่า “มติที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการ 2 เดือน ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 จำนวน 850 บาทต่อคนต่อเดือน รวม 1,700 บาทต่อคน “
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์อ้างมาตรการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนละ 1,150 บาท เป็นเวลา 2 เดือน (ต.ค. -ก.ย. 69 ) พบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นการบิดเบือน โดยเมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญและสอบถามไปยังศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า รัฐบาลแจ้งว่าผู้ที่มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินเดือนละ 1,000 บาท ส่วนเดือนพ.ย. 69 ต้องรอประกาศจากทางภาครัฐ หากไม่มีการประกาศจะได้รับเงินวงเงิน 300 บาทตามเดิม
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ:. ใช้การค้นหาคำสำคัญ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569” พบว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 69 มีรายงานว่า ผู้ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับวงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาท ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อ 3 เดือน และค่าเดินทาง 750 บาทต่อเดือน ในเดือน ต.ค. 69 ขณะที่ผู้มีสิทธิซึ่งเป็นคนพิการและได้รับเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินเพิ่มอีก 200 บาท ในวันที่ 20 ต.ค. 69
- ตรวจสอบด้วยแหล่งข่าว:ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแจ้งว่า เดือน ต.ค. 69 ผู้ถือบัตรได้รับวงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาทต่อคน ส่วนเดือน พ.ย. 69 ยังไม่มีประกาศเพิ่มวงเงิน หากไม่มีมาตรการใหม่ จะได้รับวงเงินตามปกติ 300 บาทต่อเดือน
- ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ: ” เมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ “บัตรคนจน 1,700 บาท รวม 2 เดือน ” พบข่าวเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2568 ระบุว่า ครม. เห็นชอบเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 850 บาทต่อคนต่อเดือน มาตรการดังกล่าวมีผลในเดือน พ.ย.–ธ.ค. 2568 รวมเพิ่มวงเงิน 1,700 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลา 2 เดือน
ผลกระทบข้อมูลเท็จ
- ทำให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าใจผิดและคาดหวังว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มจากรัฐบาล
- อาจทำให้ประชาชนวางแผนค่าใช้จ่ายในครัวเรือนคลาดเคลื่อน จากการคาดว่าจะได้รับเงินเพิ่มตามที่มีการกล่าวอ้าง
- สร้างความสับสนเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือและวงเงินสวัสดิการที่รัฐบาลประกาศใช้
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบประกาศมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง หรือเว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- อย่าหลงเชื่อหรือแชร์ข้อมูลเรื่องการเพิ่มวงเงินสวัสดิการ หากยังไม่มีประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการ
- ตรวจสอบวันที่เผยแพร่ข่าวและที่มาของข้อมูล เพื่อป้องกันการนำมาตรการในอดีตมาเผยแพร่ซ้ำจนเกิดความเข้าใจผิด
- หากพบข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ควรแจ้งเตือนผู้อื่นพร้อมแนบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการส่งต่อข้อมูลเท็จในวงกว้าง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาได้รับความนิยม









