คลิปไฟไหม้อ้างอิหร่านโจมตีดูไบ แท้จริงเป็นเหตุการณ์ไฟไหม้ตลาด AJMAN ปี 2563

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: X
ภาพบัญชี X แชร์คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ไฟไหม้ พร้อมระบุว่า “Iran just attacked the energy infrastructure in Dubai today.”
Thai PBS Verify พบบัญชี X แชร์คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ไฟไหม้ พร้อมระบุว่า
“Iran just attacked the energy infrastructure in Dubai today.”
แปลเป็นภาษาไทยโดยใช้ Google Translate ระบุว่า
“อิหร่านเพิ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในดูไบเมื่อวันนี้”
โดยโพสต์ดังกล่าวมียอดผู้เข้าชมอยู่ที่ 1,657,000 ครั้ง มีการแสดงความรู้สึก 2,100 ครั้ง และมีการรีโพสต์ไปกว่า 407 ครั้ง เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 69
ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์อิหร่านโจมตีดูไบจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify นำภาพดังกล่าวไปค้นหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าตรงกับข่าว لا وفيات أو إصابات في حريق السوق الشعبي بعجمان บนเว็บไซต์ Al Bayan ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 63
โดยมีรายละเอียดดังนี้
สำนักข่าว Al Bayan รายงานเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 63 ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดพื้นเมือง (Popular Market) ในรัฐอัจมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. และส่งหน่วยดับเพลิง ตำรวจ และรถพยาบาลรวม 25 คัน เข้าระงับเหตุภายใน 3 นาที ส่งผลให้อาคารตลาดได้รับความเสียหายอย่างหนักและบางส่วนพังถล่ม
อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากตลาดปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 4 เดือนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยมีข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากก้นบุหรี่หรือวัสดุไวไฟระหว่างการซ่อมบำรุงร้านค้า
ภาพเปรียบเทียบจากโพสต์ (ซ้าย) และภาพจากเว็บไซต์ Al Bayan (ขวา)
ต่อมาเมื่อนำภาพดังกล่าวไปค้นหาด้วยเครื่องมือ Google Maps พบว่าภาพในโพสต์ดังกล่าวตรงกับภาพตลาด AJMAN PUBLIC MARKET ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ภาพเปรียบเทียบจากโพสต์ (ซ้าย) และภาพจาก Google Maps (ขวา)
แผนที่ตลาด
สถานการณ์อิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นอย่างไร ?
สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 69 ว่า ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขู่โจมตีอิหร่านอีกครั้ง สร้างความกังวลให้ประเทศพันธมิตรในภูมิภาคอ่าวอาหรับว่า อาจต้องเผชิญกับสงครามครั้งใหม่ที่ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจ
โดยฐานทัพสหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่ในหลายประเทศเพื่อคุ้มครองพันธมิตร อาจกลายเป็นเป้าหมายการตอบโต้ของอิหร่านแทน หลังจากการสู้รบรอบก่อนหน้านี้ อิหร่านได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคด้วยขีปนาวุธ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบความมั่นคงที่สหรัฐฯ วางไว้ในภูมิภาคมายาวนาน
ขณะที่อิหร่านได้จัดทำรายชื่อเป้าหมายที่อาจโจมตี หากถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอีกครั้ง ส่งผลให้ประเทศในอ่าวอาหรับกังวลว่าจะต้องเผชิญความขัดแย้งที่ไม่มีแนวทางยุติชัดเจน จึงพยายามผลักดันให้ใช้แนวทางการทูตเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามครั้งใหม่
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
ภาพเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ถูกนำมาเผยแพร่พร้อมข้อความอ้างว่าเป็นเหตุการณ์อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 69 เป็นการนำภาพเหตุเพลิงไหม้ตลาดพื้นเมือง (Popular Market) ในรัฐอัจมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2563 มาใช้ประกอบข้อความ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดปิดให้บริการจากสถานการณ์โควิด-19 และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ
ผลการตรวจสอบด้วย Google Lens พบภาพตรงกับรายงานข่าวของสำนักข่าว Al Bayan ขณะที่การตรวจสอบตำแหน่งผ่าน Google Maps พบว่าเป็นสถานที่เดียวกับตลาด AJMAN PUBLIC MARKET จึงยืนยันได้ว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์เก่าที่เกิดขึ้นในรัฐอัจมาน ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในดูไบตามที่มีการกล่าวอ้าง
แม้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และประเทศในภูมิภาคอ่าวอาหรับจะยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แต่ยังไม่สามารถใช้ภาพเหตุการณ์เก่านี้เป็นหลักฐานยืนยันการโจมตีดูไบในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ได้
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วย Google Lens: นำภาพดังกล่าวไปค้นหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าตรงกับข่าว لا وفيات أو إصابات في حريق السوق الشعبي بعجمان ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 63
- ตรวจสอบด้วย Google Maps: นำภาพดังกล่าวไปค้นหาด้วยเครื่องมือ Google Maps พบว่าภาพในโพสต์ดังกล่าวตรงกับภาพตลาด AJMAN PUBLIC MARKET ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ผลกระทบข้อมูลเท็จ
- สร้างความตื่นตระหนก: ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในดูไบ ซึ่งอาจกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
- บิดเบือนสถานการณ์ระหว่างประเทศ: ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง
- สร้างความเข้าใจผิดจากภาพเก่า: ทำให้ผู้รับสารเข้าใจว่าภาพเหตุการณ์ในอดีตเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น และอาจนำไปใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงที่ไม่ถูกต้อง
- ขยายความเข้าใจผิดในสื่อสังคมออนไลน์: การแชร์ต่อโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจทำให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนแพร่กระจายไปในวงกว้าง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบแหล่งที่มา: ตรวจสอบว่าภาพหรือคลิปมาจากสำนักข่าวหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือหรือไม่ และมีการระบุวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุอย่างชัดเจนหรือไม่
- ตรวจสอบภาพย้อนหลัง: ใช้เครื่องมือ Google Lens ค้นหาภาพต้นฉบับ เพื่อดูว่าเคยปรากฏในข่าวหรือเหตุการณ์ใดมาก่อนหรือไม่
- เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง: ติดตามรายงานข่าวจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือและหน่วยงานทางการ เพื่อยืนยันว่าเกิดเหตุการณ์ตามที่มีการกล่าวอ้างจริงหรือไม่
- ไม่รีบแชร์ข้อมูล: หากยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ ควรหลีกเลี่ยงการส่งต่อ เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
- แจ้งเตือนเมื่อพบข้อมูลคลาดเคลื่อน: หากพบโพสต์ที่นำภาพเก่ามาใช้ประกอบข้อความเท็จ ควรชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมแนบแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในวงกว้าง









