ตรวจสอบแล้ว: คลิปอ้าง “อนุทิน” เปิดด่านไทย-กัมพูชา แท้จริงเป็นม็อบเนปาลประท้วงรัฐบาลสั่งแบนโซเชียลฯ

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก : Facebook
ภาพบัญชีเฟซบุ๊ก หนอม บุรีรัมย์ แชร์คลิปวิดีโออ้างคนไทยไม่พอใจที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดด่านไทย-กัมพูชา
พบเพจเฟซบุ๊กชื่อ หนอม บุรีรัมย์ แชร์คลิปวิดีโอผู้คนจำนวนมากบนท้องถนน ใน Reel Facebook พร้อมระบุว่า “อนุทินเปิดด่าน ระวังขัดใจ ประชาชนทั้งประเทศแล้ว อยู่ไม่ได้นะครับ อย่าคิดว่ามีอำนาจและทำอะไรก็ได้” ซึ่งคลิปวิดีโอดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 9,000 ครั้ง การแสดงความคิดเห็น 1,600 ครั้ง และแชร์คลิปดังกล่าวไปกว่า 2,200 ครั้ง ทั้งนี้พบว่าคอมเมนต์บางส่วนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเหตุการณ์คนไทยประท้วงหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดด่านชายแดนไทย – กัมพูชา
ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ
เมื่อ Thai PBS Verify ทำการตรวจสอบด้วย Google Lens พบว่า คลิปใน Reel ของบัญชี หนอม บุรีรัมย์ ถูกโพสต์เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 68 ไปตรงกับคลิปเหตุการณ์การประท้วงในเนปาล ที่ถูกโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา ไม่ใช่เหตุการณ์ประท้วงนายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดด่านชายแดนไทย – กัมพูชา
ภาพเปรียบเทียบคลิปจากผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก หนอม บุรีรัมย์ (ด้านซ้าย) เปรียบเทียบกับ คลิปการประท้วงในเนปาล (ด้านขวา)
ตรวจสอบผ่าน Google Map
จากนั้น Thai PBS Verify นำภาพที่ได้ไปค้นหาสถานที่ภายในคลิปด้วย Google Maps พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
ภาพเปรียบเทียบสถานที่ในคลิป และ ถนน Madan Bhandari Road ในกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
แผนที่สถานที่จริงในคลิป
อนุทินปฏิเสธเปิดด่านไทย-กัมพูชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการเปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา โดยย้ำว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องรอให้รัฐบาลใหม่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการก่อน
สำหรับกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 2 และโฆษกกองทัพบกออกมาคัดค้าน เนื่องจากกังวลว่า จะเอื้อบ่อนการพนันและแก๊งสแกมเมอร์ นายอนุทิน ยืนยันว่า การเปิดด่านไม่สามารถทำได้ทันที แต่ต้องมีการเจรจาและบรรลุข้อตกลงหลายด้านก่อน และในตอนนี้ยังไม่มีอำนาจสั่งการหรือนโยบายใด ๆ ทั้งสิ้น
เรื่องจริงเป็นอย่างไร?
Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้ว พบว่า เป็น ข่าวปลอม เนื่องจากคลิปที่อ้างถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูลเกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา แท้จริงคือคลิปการประท้วงในประเทศเนปาล ต่อรัฐบาลที่สั่งแบนโซเชียลมีเดีย 26 แพลตฟอร์ม
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วย Google Lens พบว่าเป็นภาพเหตุการณ์ประท้วงเนปาล
- ตรวจสอบด้วย Google Maps พบว่า สถานที่ในคลิปอยู่บนถนน Madan Bhandari Road ในกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
ผลกระทบของข้อมูลเท็จ
- สร้างความเข้าใจผิดและปลุกปั่นความขัดแย้ง: ข้อมูลเท็จที่อ้างว่าประชาชนไม่พอใจการทำงานของนายอนุทินฯ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล และสร้างความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับภาครัฐ หรือระหว่างกลุ่มคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับนโยบาย
- ทำลายความน่าเชื่อถือของภาครัฐและบุคคลสาธารณะ: การนำเสนอข้อมูลบิดเบือนที่เชื่อมโยงกับบุคคลสาธารณะอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อการทำงานของรัฐบาลและนักการเมือง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียง
- สร้างความสับสนในสังคม: เมื่อมีข้อมูลที่บิดเบือนเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง จะทำให้ผู้รับสารไม่สามารถแยกแยะได้ว่าข้อมูลใดเป็นจริงหรือเท็จ ทำให้เกิดความสับสนและขาดความเชื่อมั่นในแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมทางไซเบอร์: การเผยแพร่ข้อมูลเท็จอาจเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสร้างข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งมีวัตถุประสงค์แอบแฝง เช่น การสร้างความวุ่นวายทางการเมือง หรือการหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายได้
ข้อความการแสดงความคิดเห็นที่เข้าใจว่า คลิปดังกล่าวเป็นการเปิดด่านไทย-กัมพูชา
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบแหล่งที่มา: พิจารณาว่าโพสต์นั้นมาจากเพจหรือบัญชีที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หากเป็นเพจที่ไม่คุ้นเคย ไม่มีข้อมูลติดต่อ หรือมีชื่อที่คลุมเครือ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
- สังเกตรายละเอียดในวิดีโอ/ภาพ: ในกรณีที่เป็นวิดีโอหรือภาพ ให้สังเกตองค์ประกอบต่างๆ ที่ปรากฏ เช่น สังเกตการแต่งกายของผู้คน สภาพอากาศ หรือสถาปัตยกรรมของอาคารว่าเป็นแบบไทยหรือต่างประเทศ
- ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบ: ค้นหาคำสำคัญที่เกี่ยวข้องใน search engine หรือบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น “ประท้วง เนปาล โซเชียลมีเดีย” หรือ “ม็อบแบนโซเชียล” เพื่อดูว่ามีข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือยืนยันเรื่องนี้หรือไม่
- เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง: ข้อมูลที่เป็นจริงมักจะถูกรายงานโดยสำนักข่าวหลายแห่งที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ หากมีเพียงแหล่งเดียวที่โพสต์ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ









