ภาพทหารไทยจัดฉากเหยียบกับระเบิด ตรวจสอบแล้วสร้างจาก AI

ข่าวปลอมDateClock icon15:00|การเมือง
พบโพสต์อ้างทหารไทยจัดฉากเหยียบกับระเบิด Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่า ภาพดังกล่าวไม่ตรงกับเหตุการณ์จริง และขัดแย้งกับรายงานของสื่อหลักหลายสำนัก รวมทั้งผลตรวจสอบภาพชี้ว่ามีแนวโน้มสร้างจาก AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Threads 

ตรวจสอบพบโพสต์อ้างทหารไทยจัดฉากเหยียบกับระเบิด โดยเป็นภาพทหารไทยกำลังแบกร่างของทหารที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมตากล้องประกอบการถ่ายทำ ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมียอดเข้าชมกว่า 1,800 ครั้ง

ระบุคำอธิบายว่า

“មិនដឹងថារកពាក្យណា និយាយ? សត្វនរក? ពួកនរកមកកើត?

ធ្វើគ្រប់វិធីដើម្បីរករឿងខ្មែរ សម្ដែងជាន់មីន ហើយចោទមកលើខ្មែរ

😡😡😡”

“ไม่รู้จะหาคำไหนมาพูด? พวกxx? ทำทุกวิธีเพื่อหาเรื่องชาวเขมร แสร้งว่าเหยียบทุ่นระเบิด แล้วกล่าวหา พร้อมโยนความผิดให้ชาวเขมร”

ภาพทหารไทยจัดฉากว่าเหยียบกับระเบิดเป็นภาพเหตุการณ์จริงหรือไม่ ?

เมื่อนำภาพดังกล่าวค้นหาด้วยเครื่องตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าไปตรงกับรายงานของสื่อไทยหลายสำนัก ซึ่งระบุว่าเป็นภาพเคลื่อนย้ายทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด แต่ภายในภาพไม่พบภาพตากล้องตามที่โพสต์ของบัญชีผู้ใช้ Threads กัมพูชากล่าวอ้าง

เมื่อใช้ Google Lens ตรวจสอบภาพของสำนักข่าวเนชั่นที่อ้างว่าทหารไทยบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด พบว่าภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของ Thai PBS World ระบุเนื้อหาเกี่ยวทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิดเช่นกัน

เมื่อใช้ Google Lens ตรวจสอบภาพของสำนักข่าวเนชั่นที่อ้างว่าทหารไทยบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด พบว่าภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของ Thai PBS World ระบุเนื้อหาเกี่ยวทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด

จากนั้นค้นหาด้วยคำสำคัญเกี่ยวกับรายงานทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด ภายใต้สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา พบรายงานของสำข่าว BBC ไทย ระบุว่า อนุทิน ประกาศชะลอทุกข้อตกลงใน “ถ้อยแถลงร่วม” ไทย-กัมพูชา และหยุดส่งตัว 18 เชลยศึกกลับ หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่ศรีสะเกษ

ทั้งนี้ พบข้อสังเกตภายในภาพ จากการเปรียบเทียบระหว่างภาพที่อ้างว่าทหารไทยจัดฉากเหยียบกับระเบิด และภาพจากสำนักข่าว BBC ไทย พบว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบและองค์ประกอบภายในภาพไม่มีความสอดคล้องกันแต่อย่างใด บ่งชี้ว่าไม่ใช่เหตุการณ์เดียวกัน

ภาพเปรียบเทียบระหว่าง (ซ้าย) ภาพที่อ้างว่าทหารไทยจัดฉากเหยียบกับระเบิด มีอุปกรณ์การถ่ายทำ เช่น ขาไฟ และ (ขวา) ภาพจากรายงานสำนักข่าว BBC ไทย ไม่ปรากฏขาไฟภายในภาพ แสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน บ่งชี้ว่าไม่ใช่เหตุการณ์เดียวกันแต่อย่างใด

นอกจากนี้ เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ wasitai พบว่าผลลัพธ์การตรวจสอบภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI

เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ wasitai พบว่าผลลัพธ์การตรวจสอบภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI

ทั้งนี้ จากรายงานเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 68 -ของ Thai PBS ระบุว่า ทหารกองพันทหารราบที่ 162 เหยียบทุ่นระเบิด ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวาขาด 1 นาย คือ จ.ส.อ. เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ส่วนอีก 1 นาย คือ พลฯ วชิระ พันธนา มีอาการแน่นหน้าอก เหตุเกิดบริเวณห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ตรงข้ามปราสาทพระวิหาร ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง 

เรื่องจริงเป็นอย่างไร

Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์จาก Threads ที่อ้างว่าทหารไทยจัดฉากเหยียบกับระเบิด โดยใช้ภาพทหารไทยพร้อมอุปกรณ์ถ่ายทำเพื่อใส่ร้ายกัมพูชา เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วย Google Lens พบว่าภาพไปตรงกับรายงานของสื่อไทยหลายสำนัก ซึ่งระบุว่าเป็นเหตุการณ์จริงที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด และไม่พบตากล้องหรืออุปกรณ์ถ่ายทำในภาพตามที่โพสต์กล่าวอ้าง นอกจากนี้ เมื่อนำภาพที่อ้างว่าเป็นการจัดฉากมาเปรียบเทียบกับภาพจากรายงานข่าว พบว่าสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบในภาพไม่สอดคล้องกัน บ่งชี้ว่าไม่ใช่เหตุการณ์เดียวกัน ขณะเดียวกัน ผลการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI จากเว็บไซต์ wasitai ระบุว่าภาพดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสร้างจาก AI สรุปได้ว่า ข้อกล่าวอ้างว่าทหารไทยจัดฉากเหยียบกับระเบิดเป็นข้อมูลบิดเบือน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens: เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วย Google lens พบภาพต้นฉบับตรงกับรายงานของหลาย ๆ สำนักข่าวในไทย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด 
  2. ค้นหาด้วยคำสำคัญ: ค้นหาด้วยคำสำคัญเกี่ยวกับรายงานทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด ภายใต้สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา พบรายงานของสำข่าว BBC ไทย ระบุว่า “อนุทิน ประกาศชะลอทุกข้อตกลงใน “ถ้อยแถลงร่วม” ไทย-กัมพูชา และหยุดส่งตัว 18 เชลยศึกกลับ หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่ศรีสะเกษ”
  3. ตรวจสอบภาพด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI: เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ wasitai พบว่าผลลัพธ์การตรวจสอบภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI

ผลกระทบของข้อมูลเท็จในกรณีนี้

  1. กระตุ้นความเกลียดชังและอคติระหว่างประชาชนไทย–กัมพูชา จากการใช้ hate speech
  2. เพิ่มความตึงเครียดในช่วงสถานการณ์ชายแดนที่อ่อนไหว อาจถูกนำไปขยายความขัดแย้งในสังคมออนไลน์
  3. บิดเบือนความเข้าใจของประชาชนต่อเหตุการณ์ด้านความมั่นคง ทำให้แยกแยะข้อเท็จจริงได้ยาก
  4. บั่นทอนความน่าเชื่อถือของข่าวสารและสื่อ เมื่อข้อมูลเท็จถูกแชร์ต่อในวงกว้าง
  5. เปิดช่องให้ภาพหรือเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ถูกนำมาใช้หลอกลวงและโฆษณาชวนเชื่อมากขึ้น

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. ตรวจสอบแหล่งที่มาและวันที่เผยแพร่ของโพสต์ก่อนเชื่อหรือแชร์
  2. ใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพย้อนหลัง เช่น Google Lens เพื่อเทียบกับข่าวจากสื่อหลัก
  3. ระวังเนื้อหาที่ใช้ถ้อยคำปลุกอารมณ์ โกรธ เกลียด หรือกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรุนแรง
  4. หลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน หรือมีข้อสงสัยว่าเป็นภาพ/คลิปจาก AI
  5. หากพบว่าเป็นข้อมูลบิดเบือน ควรแจ้งแพลตฟอร์ม และอ้างอิงผลตรวจสอบจากหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!