ในแต่ละปีอุตสาหกรรมอาหารทะเลต้องเผชิญกับขยะเปลือกสัตว์สัตว์น้ำเปลือกแข็งปริมาณมหาศาลที่ถูกทิ้งลงบ่อขยะโดยเปล่าประโยชน์ แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบวิธีเปลี่ยนขยะเหล่านี้ให้กลายเป็นอุปกรณ์กีฬาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยแก้ปัญหามลพิษในวงการกอล์ฟได้อย่างตรงจุด
ปัญหามลพิษชิ้นจิ๋วในสนามกอล์ฟ
นักกอล์ฟทั่วโลกใช้งานหมุดตั้งลูกกอล์ฟจำนวนมหาศาลในแต่ละปี แม้จะดูเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็ก แต่หมุดแบบเดิมที่ทำจากไม้กลับต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะย่อยสลาย ขณะที่หมุดแบบพลาสติกแม้จะทนทานกว่า แต่เมื่อหักและแตกหักอยู่บนพื้นหญ้า จะถูกเครื่องตัดหญ้าบดขยี้จนกลายเป็นชิ้นส่วนไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ในดินและแหล่งน้ำ สนามกอล์ฟหลายแห่งจึงเริ่มมองหาทางออกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

จากขยะอาหารทะเลสู่นวัตกรรมชีวภาพ
งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเมน (University of Maine) นำโดย นวัตกรและนักวิทยาศาสตร์ David Neivandt พร้อมด้วย Isabelle Irani นักศึกษาระดับปริญญาโท ได้นำเปลือกล็อบสเตอร์ที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมจับสัตว์น้ำในรัฐเมน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีปริมาณสูงถึงปีละหลายหมื่นตัน มาบดละเอียดเป็นผง แล้วนำมาผสมกับวัสดุธรรมชาติและสีผสมอาหาร ก่อนนำเข้ากระบวนการขึ้นรูปด้วยเครื่องฉีดขึ้นรูปที่ออกแบบมาเฉพาะ

แข็งแรง ทนทาน ย่อยสลายได้ใน 1 เดือน
เบื้องหลังการพัฒนาวัสดุผสมชีวภาพชนิดนี้ ทีมวิจัยต้องก้าวข้ามข้อจำกัดด้านโครงสร้างของไคติน (Chitin) และไคโตซาน (Chitosan) ในเปลือกสัตว์ เพื่อให้ได้วัสดุที่มีความแข็งแกร่ง รองรับแรงกระแทกจากการหวดลูกกอล์ฟได้เทียบเท่ากับหมุดไม้สนสีขาว (Eastern White Pine) แต่มีจุดเด่นคือเมื่อถูกทิ้งไว้บนพื้นดินหรือในธรรมชาติ จะสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายในระยะเวลาเพียง 30 วันเท่านั้น โดยไม่เพื่อทิ้งสารเคมีตกค้างไว้ในดิน

ยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียนและสร้างมูลค่าเพิ่ม
การเปลี่ยนขยะเปลือกสัตว์น้ำให้เป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยลดขยะพลาสติกในสนามกอล์ฟเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนประมงและโรงงานแปรรูปอาหารทะเล นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังตั้งเป้าที่จะขยายกำลังการผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับหมุดแบบเดิมในท้องตลาดได้อย่างแพร่หลาย
การแปลงโฉมขยะเปลือกล็อบสเตอร์ให้กลายเป็นอุปกรณ์กอล์ฟย่อยสลายได้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ นวัตกรรมนี้นอกจากจะช่วยลดขยะพลาสติกและไมโครพลาสติกในธรรมชาติแล้ว ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ขยะในอุตสาหกรรมอาหารทะเล และสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของโลกยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการใช้วัสดุชีวภาพเพื่อความยั่งยืนในอนาคตมากขึ้น
ที่มาของข้อมูล : newatlas, www.seafoodsource, umaine.edu
ที่มาของข้อมูลภาพ : UMaine
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS





