ยังไม่นับปัจจัยและตัวช่วยในทางตรงสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ทั้งแคมเปญส่งท้าย กระสุนดินดำ และกลไกอำนาจใน และนอกระบบราชการ รวมทั้งปฏิบัติการไอโอหรือเฟคนิวส์ ที่อาจทำให้ผลออกมาผันแปรไปจากเดิม
แต่หากดูจากโพลสำนักต่างๆ ที่เปิดผลสำรวจครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 7 วันตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนใหญ่สอดคล้องไปทางเดียวกัน
คือตัวบุคคลที่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน นำอันดับ 1
ขณะที่ผู้สมัคร สส.ทั้งระบบเขต และบัญชีรายชื่อ เป็นของ พรรคประชาชน เช่นเดียวกัน
หากไม่มีปัจจัยใดๆ ถึงขั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ พรรคประชาชน ย่อมมีสิทธิ์โดยชอบธรรมสำหรับการเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล เดินหน้ารวบรวมเสียงสส.ให้ได้เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสส.ในสภาผู้แทนฯ โหวตหนุน นายณัฐพงษ์ เป็นนายกฯคนใหม่
โดยปราศจาก "อำนาจ" หรือ "พลังที่มองไม่เห็น" สกัดขวางกั้น จนเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก
แต่ทั้งนี้ในรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุชัดให้พรรคอันดับ 1 เท่านั้น เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ อันดับ 2-3 หากรวบรวมเสียงข้างมากได้ ก็สามารถชิงตั้งรัฐบาลได้เช่นกัน
ว่าที่พรรคอันดับ 1 อย่างพรรคประชาชน ด้านหนึ่งต้องออกแรงฮึดสุดท้าย ทำจำนวน สส.ให้ได้มากที่สุด ตั้งเป้าขั้นต่ำที่วางไว้ 200 คน เพื่อรับประกันโอกาสตั้งรัฐบาลกับพรรคอื่นอีก 2-3 พรรคที่อาจเป็นพรรคขนาดกลาง หรือพรรคเล็ก ให้ได้เสียงข้างมากประมาณ 270-280 เสียง ป้องกันไม่ให้เกิดกรณี "เสียงปริ่มน้ำ" และ ไม่ต้อง "กินแห้ว" เหมือนเลือกตั้งปี 66
ขณะเดียวกัน ก็ต้องมองข้ามช็อตไปถึงหลังการตั้งรัฐบาลด้วย สำหรับการเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย และทำตามเป้าที่ประกาศเจตจำนงไว้ โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญ ที่ พรรคประชาชน จุดพลุ และพยายามจะทำให้ได้แต่ยังทำไม่สำเร็จ แม้จะมีลงนามเอ็มโอเอร่วมกับ พรรคภูมิใจไทย มาแล้ว
จึงต้องเชื่อมโยงถึงสูตรตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้งด้วย ดังนั้น การเลือกพรรคเข้าร่วมรัฐบาลจึงมีความสำคัญมาก ไม่เพียงแค่มีเสถียรภาพเท่านั้น
สูตรจับมือกับอีกหนึ่งพรรคใหญ่ คือ ภูมิใจไทย จึงมองข้ามไปไม่ได้ หากหวังจะแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ เนื่องเพราะพรรคค่ายสีน้ำเงินถูกมองว่าเชื่อมโยงไปถึง สว.ส่วนใหญ่ในวุฒิสภา ซึ่งต้องใช้เสียงไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของ สว.ที่มีอยู่ เปิดประตูแก้รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256
เว้นเสียแต่ยังไม่ใช่เป้าหมายหลักที่พรรคต้องเร่งรีบทำ นอกจากการเข้าบริหารและขับเคลื่อนประเทศไปก่อน หรือไม่ก็ลดความสำคัญของการแก้รัฐธรรมนูญไปพลางก่อน
ซึ่งหากเป็นอย่างหลัง สูตรการตั้งรัฐบาลอาจเปลี่ยนเป็นจับมือกับ พรรคเพื่อไทย แทน
สมการตั้งรัฐบาลจึงยังไม่เป็นสูตรสำเร็จ ขึ้นอยู่กับพรรคใดจะได้สส.มากที่สุดในสภา และการตัดสินใจของแกนนำในพรรคประชาชน หากเข้าเส้นชัยอันดับ 1 ได้จริง
ปล.การเมืองไทย อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
ประจักษ์ มะวงศ์สา
อ่านข่าว
"อ.ปริญญา" สรุป 2 ประเด็นประชามตินอกเขต กกต.ทำถูกต้อง คนบกพร่องคือประชาชน?
เลือกตั้ง 2569 : วันนี้ 4 พรรคใหญ่ปราศรัยใหญ่ โค้งสุดท้าย
"ทิ้งทวน" สนามกทม. 4 พรรคใหญ่ "พลิกเกม" เจาะสส.เมืองหลวง










