ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

อิหร่าน-สหรัฐฯ เปิดโต๊ะเจรจา ผ่านคนกลางโอมาน ท่ามกลางแรงกดดันทางทหาร

ต่างประเทศ
17:11
2,490
อิหร่าน-สหรัฐฯ เปิดโต๊ะเจรจา ผ่านคนกลางโอมาน ท่ามกลางแรงกดดันทางทหาร
อ่านให้ฟัง
05:20อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
อิหร่าน-สหรัฐฯ เริ่มเจรจาครั้งสำคัญ โดยมี "โอมาน" เป็นคนกลาง เพื่อพยายามลดช่องว่างความเห็นต่างอย่างรุนแรงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน ท่ามกลางความกังวลว่า หากการทูตล้มเหลว อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง

วันนี้ (6 ก.พ.2569) แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิหร่านให้ข้อมูลกับ Reuters ว่า ขณะนี้การเจรจายังไม่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ แม้ว่าอิหร่านจะส่งข้อเรียกร้องไปยังสหรัฐฯ ผ่านรัฐบาลโอมานแล้วก็ตาม โดยระบุว่า การเจรจาทางอ้อม "อาจ" เริ่มขึ้นหลังการพบกันระหว่างหัวหน้าคณะเจรจาของสหรัฐฯ กับรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ซึ่งรูปแบบการทูตลักษณะนี้เคยถูกใช้มาแล้วในการเจรจาอิหร่าน–สหรัฐฯ ในอดีต

แม้ทั้ง 2 ฝ่ายจะแสดงท่าทีพร้อมฟื้นการทูตเกี่ยวกับปัญหานิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อมานาน แต่สหรัฐฯ ต้องการขยายวาระการเจรจาให้ครอบคลุมถึงโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค และประเด็นสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ ซึ่งมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 ก.พ.)

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวทางการทูตของอิหร่านเตือนว่า การมีส่วนร่วมของกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) หรือเจ้าหน้าที่ทหารในภูมิภาค อาจบ่อนทำลายกระบวนการเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมในโอมาน

อิหร่านยืนยันว่า ต้องการให้การหารือจำกัดอยู่เฉพาะประเด็นนิวเคลียร์ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี จะหารือกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษด้านตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ที่กรุงมัสกัต ขณะเดียวกัน จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยมีบทบาทในการไกล่เกลี่ยหยุดยิงในกาซา ก็มีกำหนดเข้าร่วมการเจรจาด้วย

ผู้นำทางศาสนาของอิหร่านยังคงกังวลอย่างยิ่งว่า ทรัมป์อาจเดินหน้าตามคำขู่โจมตีอิหร่าน หลังจากกองทัพเรือสหรัฐฯ เพิ่มกำลังใกล้น่านน้ำอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ในเดือน มิ.ย. สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์ของอิหร่าน ร่วมกับปฏิบัติการทิ้งระเบิดของอิสราเอลเป็นเวลา 12 วัน ซึ่งอิหร่านระบุภายหลังว่า ได้หยุดกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมแล้ว

ส่วนการเสริมกำลังทางทะเลของสหรัฐฯ ที่ทรัมป์เรียกว่าเป็นกองเรือขนาดมหึมา เกิดขึ้นหลังที่รัฐบาลอิหร่านปราบปรามการประท้วงทั่วประเทศอย่างรุนแรงเมื่อเดือน ม.ค. ส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันและเตหะรานทวีความรุนแรงขึ้น ปธน.ทรัมป์เตือนว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ "สิ่งเลวร้าย" อาจเกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการทูต

โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ กล่าวย้ำว่า ปธน.สหรัฐฯ มีอำนาจและทางเลือกมากมายในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลก ขณะที่มหาอำนาจโลกและประเทศในภูมิภาคต่างกังวลว่า หากการเจรจาล้มเหลว อาจนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่ที่กระทบทั้งภูมิภาคผู้ผลิตน้ำมัน

อิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้รุนแรงหากถูกโจมตีทางทหาร และเตือนประเทศอ่าวอาหรับ ที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ว่า อาจตกเป็นเป้าหมายหากมีส่วนร่วมในการโจมตี โดยอิหร่านมีคลังขีปนาวุธบอลลิสติกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง

ขีปนาวุธ "เส้นแดง" ของเตหะราน

ผู้เจรจาในโอมานต้องเผชิญความท้าทายสำคัญ เนื่องจากอิหร่านปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงที่จะหารือเรื่องขีปนาวุธและขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ โดยสื่อของอิหร่านรายงานก่อนการเจรจาเพียงไม่กี่ชั่วโมงว่า มีการประจำการของขีปนาวุธพิสัยไกลรุ่นคอร์รัมชาห์-4 ในฐานใต้ดินของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ

อย่างไรก็ตาม อิหร่านแสดงความยืดหยุ่นในประเด็นนิวเคลียร์ โดยยินดีพิจารณาส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง 400 กิโลกรัม และยอมรับการเสริมสมรรถนะเป็นศูนย์ ภายใต้ข้อตกลงแบบกลุ่ม แลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ นำกลับมาใช้ตั้งแต่ปี 2561 หลังถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558

สหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรป รวมถึงอิสราเอล กล่าวหาอิหร่านว่า ใช้โครงการนิวเคลียร์เป็นฉากบังหน้าเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านยืนยันว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติภาพเท่านั้น

อ่านข่าวอื่น :

เช็กพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ประกาศห้ามบินโดรน เริ่ม 7 ก.พ.นี้

เลือกตั้ง 2569 : เข้าคูหา เลือก สส.-ออกเสียงประชามติ ทุกคำถามมีคำตอบที่นี่