วันนี้ (6 มี.ค.2569) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เผยผลสำรวจ "ภัยออนไลน์ของเยาวชน ช่วงปิดเทอมใหญ่ 2569" โดยการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จากประชาชนในกรุงเทพฯ 1,381 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 24-28 ก.พ.2569
จากการสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 34.7 คาดว่าเยาวชนในความดูแล จะใช้เวลาอยู่กับหน้าจอ (มือถือ/แท็บเล็ต/คอมพิวเตอร์) ในช่วงปิดเทอมใหญ่ เฉลี่ยสูงถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง รองลงมา ร้อยละ 34.2 อยู่ที่ 3-5 ชั่วโมง ร้อยละ 15.9 น้อยกว่า 2 ชั่วโมง และร้อยละ 15.3 มากกว่า 8 ชั่วโมง
แพลตฟอร์มที่เด็ก และเยาวชนนิยมใช้งานมากที่สุด และเสี่ยงต่อการเจอภัยออนไลน์ อันดับ 1 คือ TikTok ร้อยละ 43.7 รองลงมาคือ Instagram (IG) ร้อยละ 16.4, อันดับ 3 YouTube/ Streaming ร้อยละ 12.8, อันดับ 4 Facebook/ Messenger ร้อยละ 12.5, อันดับ 5 เกมออนไลน์ ร้อยละ 11.2 และอันดับ 6 คือ แอปหาคู่ ร้อยละ 3.3
นอกจากนี้พบว่า โฆษณาชวนเชื่อ ในลักษณะเว็บพนันออนไลน์ เป็นสิ่งที่เยาวชนในความดูแลของกลุ่มตัวอย่างที่ลงไปสำรวจสูงที่สุด ร้อยละ 39.2 รองลงมาเป็นเงินกู้/ แอปเงินกู้เถื่อน ร้อยละ 19.3, สินค้าราคาถูกผิดปกติ ร้อยละ 19 และคลิปโป๊/ สื่อลามก ร้อยละ 6.4
ส่วนสิ่งที่ผู้ปกครองมีความกังวลที่จะเกิดกับเยาวชนในช่วงปิดเทอมมากที่สุดคือ การถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกให้โอนเงิน ร้อยละ 35.8 อันดับ 2 คือ การติดพนันออนไลน์ จนเป็นหนี้สิน ร้อยละ 23.3, อันดับ 3 การเลียนแบบพฤติกรรมความรุนแรง ร้อยละ 17.5, อันดับ 4 การถูกล่อลวงทางเพศ ร้อยละ 12.9 และอันดับสุดท้ายคือ การถูกกลั่นแกล้งทางออนไลน์ ร้อยละ 10.5
ผศ.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ปัจจุบันภัยจากสื่อออนไลน์ที่คุกคามต่อเยาวชนไทยอย่างรวดเร็วความเสี่ยงที่เยาวชนต้องเผชิญการถูกคุกคาม ทั้งการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ การสร้างความเกลียดชัง และการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การพนัน สื่อลามก และยาเสพติด การเล่นเกมที่มีเนื้อหาความรุนแรงนำไปสู่พฤติกรรมการเลียนแบบ เสพสื่อลามกนำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศ การเล่นเกมการเสี่ยงทายนำไปสู่การพนันออนไลน์ การกลั่นแกล้งรังแกบนโลกไซเบอร์ (Cyber bullying) โดยเฉพาะการเล่นเกมออนไลน์ของเยาวชน ซึ่งกลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาสร้างความสนิทสนม ผ่านการเล่นหรือแชตในเกม การหลอกให้โอนเงิน
ผู้ปกครองจึงควรหมั่นสังเกต ตรวจสอบบทสนทนา พฤติกรรมการเล่นเกม และคอยแนะนำเยาวชนอย่างใกล้ชิด ในอนาคตควรมีการเพิ่มเติมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความรู้เรื่องความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Internet Safety & Cybersecurity) และความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตคือการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากภัยคุกคามออนไลน์
ส่วนผลสำรวจอื่นๆ ที่น่าสนใจ มีดังนี้
บุคคลที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของเยาวชนในโลกออนไลน์มากที่สุด
1. เพื่อน/ กลุ่มเพื่อนในออนไลน์ ร้อยละ 25.9
2. ยูทูบเบอร์/ สตรีมเมอร์เกม/ อินฟลูเอนเซอร์ ร้อยละ 23.5
3.ดารา/ นักร้อง/ ศิลปิน ร้อยละ 23.2
4.คนแปลกหน้าในโซเชียลมีเดีย ร้อยละ 19.3
พฤติกรรมการเติมเกม หรือซื้อไอเทมในเกม (Microtransactions) ของเยาวชน
1.เป็นเรื่องปกติเพื่อความบันเทิง ร้อยละ 31.1 อั
2.เป็นความเสี่ยงเริ่มต้นของการเสพติดการพนัน ร้อยละ 27.6
3. ควรมีการควบคุมวงเงินหรืออายุผู้เติมเงินอย่างเข้มงวด ร้อยละ 26.4
4.เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องแบกรับ ร้อยละ 14.9
สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของเยาวชนที่ติดสื่อออนไลน์มากเกินไป
1.ก้าวร้าว/ อารมณ์รุนแรงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ร้อยละ 30.1
2. เก็บตัว/ ไม่สุงสิงกับคนในครอบครัว ร้อยละ 27.3
3. ยังไม่พบความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ ร้อยละ 19
4.ผลการเรียนตกต่ำ/ สมาธิสั้น ร้อยละ 15.9
5.มีพฤติกรรมลักขโมยเงินเพื่อไปใช้จ่ายออนไลน์ ร้อยละ 7.7
คิดว่าต้นเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ยาวชนตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์
1.แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ขาดการคัดกรองโฆษณา ร้อยละ 39.2
2.ระบบการศึกษาไม่ได้สอนเรื่องการรู้เท่าทันสื่อ ร้อยละ 28.2
3.สถาบันครอบครัวอ่อนแอ/ ผู้ปกครองไม่มีเวลา ร้อยละ 18.8
4.กฎหมายล้าสมัย/ บทลงโทษไม่รุนแรงพอ ร้อยละ 13.8
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ต้องการให้ภาครัฐ ดำเนินการขั้นเด็ดขาด
1.จับกุมเจ้าของเว็บพนัน/แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทันที ร้อยละ 34.6
2.ปิดกั้น/ บล็อกเว็บพนันและสื่อลามก ร้อยละ 31.7
3.จับกุมอินฟลูเอนเซอร์ที่รับจ้างโปรโมทเว็บพนัน ร้อยละ 17.7
4. เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุภัยออนไลน์สำหรับเยาวชน ร้อยละ 15.9
อ่านข่าว :
"สิงคโปร์" ทลาย "เครือปรินซ์กรุ๊ป" อายัดทรัพย์ "เฉินจื้อ" 500 ล้านดอลลาร์
"ดีเอสไอ" แถลงจับแอดมินเว็บพนัน โยง "ชนนพัฒฐ์" ออกหมายเรียกให้ปากคำ 12 มี.ค.นี้
อิหร่านพ่ายออสเตรเลีย ศึกบอลหญิง "เอเชียนคัพ 2026"
