7 ม.ค.2569 กัมพูชาจับกุมชาวจีน 3 คน เฉิน จื้อ, สวี่ จีเหลียง และ เชา จีฮุย เพื่อส่งตัวส่งกลับไปดำเนินคดีจีนแล้ว ถือเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ของสองพ่อลูก “ตระกูลฮุน” อย่างสิ้นเชิง “เฉิน จื้อ” ถูกทางการสหรัฐ อเมริกาฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงิน ดำเนินการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และยึดสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือน ต.ค.2568 แล้วก็ตาม แต่คดีในประเทศอื่นยังไม่สิ้นสุดและยังรอการชำระความ
ที่มา:https://www.straitstimes.com/singapore/courts-crime/spore-scam-gang-operating-in-cambodia-was-allegedly-led-by-pair-of-brothers
แม้จะถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีในประเทศบ้านเกิดแล้ว แต่คดีที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ยังไม่ยุติจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในกรุงพนมเปญ และขยายอาณาจักรสู่ “Prince Holding Group” ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา หลังได้รับสัญชาติกัมพูชา เมื่อปี 2557 โดยธุรกิจของเขาครอบคลุมตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก โครงสร้างพื้นฐาน และสถาบันการเงิน
เฉินจื้อ ถูกยึดอายัดทรัพย์สินในหลายประเทศ ทั้งที่สหรัฐฯ ใต้หวัน อังกฤษ สิงคโปร์ ที่ผ่านมาตำรวจสิงคโปร์ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายก่ออาชญากรรมข้ามชาติ โดยได้ยึดอายัดทรัพย์ เฉิน จื้อ และบุคคลที่เกี่ยวข้องมีมูลค่ากว่า 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรือยอชต์ 1 ลำ รถหรู 11 คัน และสุราอีกหลายขวด
ที่มา:https://www.straitstimes.com/singapore/courts-crime/spore-scam-gang-operating-in-cambodia-was-allegedly-led-by-pair-of-brothers
วันที่ 3 มี.ค.2569 กองบัญชาการตำรวจสิงคโปร์แถลงความคืบหน้าครั้งใหญ่ในคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับ "ไท่จื่อจี๋ถวน" หรือ ปรินซ์ กรุ๊ป (Prince Group) ระบุว่า ตั้งแต่เดือน พ.ย.2568 ถึง ม.ค.2569 เจ้าหน้าที่จับกุมชาวสิงคโปร์ 3 ราย ได้แก่ ตัน ยู เคียต ,ไนเจล ถัง วัน เป่า นะบิล , และ อลัน โยว นอกจากนี้ยังได้ออกหมายจับ คาเรน เฉิน ในข้อหาประพฤติมิชอบในทางบัญชีและพยายามฉ้อโกง
หากรวบมูลค่าทรัพย์สินในสิงคโปร์ของเครือปรินซ์ กรุ๊ป ที่ถูกอายัดหรือสั่งห้ามทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีฯนี้ มีมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 2.7 พันล้านหยวน หรือประมาณ 13,200 ล้านบาท
ตัน ยู เคียต (Tan Yew Kiat) วัย 49 ปี เป็นกรรมการบริษัทให้เช่ารถยนต์ในสิงคโปร์ คือ SRS Auto Holding (SRS) ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568 ตำรวจยังได้ออกคำสั่งห้ามจำหน่ายหรือโอนย้ายรถยนต์ที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อ SRS
ขณะที่ ไนเจน ถัง วัน เป่า นะบิล (Nigel Tang Wan Bao Nabil) วัย 32 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 หลังจากเดินทางกลับจากกัมพูชา ไนเจล ถังฯ เป็นกัปตันเรือยอร์ชหรู ชื่อ NONNI II ซึ่งอยู่ในกรรมสิทธิครอบครองของเฉินจื้อ และยังเป็นกรรมการและผู้จัดการของฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท Warpcapital Yacht Managemen
ส่วน อลัน โยว (Yeo Sin Huat Alan) วัย 53 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2569 หลังเดินทางกลับจากกัมพูชามายังสิงคโปร์
ที่มา:https://www.straitstimes.com/singapore/courts-crime/spore-scam-gang-operating-in-cambodia-was-allegedly-led-by-pair-of-brothers
ตำรวจสิงคโปร์แถลงอีกว่า ได้ออกหมายจับ คาเรน เฉิน (karen Chen) หญิงชาวสิงโปร์วัย 43 ปี ข้อหายุยงให้ผู้อื่นทำบัญชีเท็จ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติเป็นบุคคลในเครือข่าย Prince Group ตำรวจ เชื่อว่าเธอเดินทางออกจากสิงคโปร์ไปกกดานในกัมพูชาก่อนที่ตำรวจลุยปฏิบัติการไล่ล่าสมาชิกในเครือข่ายอาชญากรรมของเฉินจื้อเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่ทางการสหรัฐฯ ได้มีมาตรการคว่ำบาตร คาเรน เฉิน แล้ว
ข้อมูลระบุว่า "เฉิน จื้อ" หัวหน้าขบวนการ เกิดเมื่อปี 2530 ที่ อ.เหลียนเจียง มณฑลฝูเจี้ยน เริ่มทำงานจากการเป็นผู้ดูแลระบบร้านอิน เตอร์เน็ตคาเฟ่ หลังจากลาออกจากโรงเรียน ก่อนที่จะมีการตั้งทีมแฮกเกอร์เจาะระบบเซิร์ฟเวอร์เกมและโจมตีเว็บไซต์ แล้วหลบหนีมาที่กัมพูชา ในปี 2554 เพื่อทำธุรกิจและขยายอาณาจักรในเครือปรินซ์กรุ๊ป
เขาเริ่มใช้สิงคโปร์เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างระบบจัดการทรัพย์สินในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2560 โดยได้รับความช่วยเหลือจาก เดวิด หว่อง (David Wong) ชาวสิงคโปร์ ในการจัดตั้งสำนักงานครอบครัว (Family Office) ภายใต้ชื่อ DW Capital Holdings Pte. Ltd. เมื่อปี 2561
เฉิน จื้อ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ระดับหรูหลายแห่ง เพื่อใช้สิงคโปร์เป็นฐานเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและการฟอกเงินข้ามชาติที่ครอบคลุมทั้งกัมพูชา จีน และสหราชอาณาจักร
ต่อมาปี 2564 เกิดความขัดแย้งภายในทีมงาน โดยเดวิด หว่อง แอบโอนเงินจำนวน 5.84 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 154 ล้านบาท ออกจากบัญชีธนาคาร OCBC ของเฉิน จื้อ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนพบเบาะแสของเครือข่ายนี้
สิงคโปร์เผชิญกับปัญหาจากขบวนการฉ้อโกงที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยในปี 2567 เพียงปีเดียว มียอดความเสียหายรวมสูงถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 29,000 ล้านบาท รัฐบาลจึงได้ประกาศใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เช่น ร่างกฎหมายป้องกันการต้มตุ๋น และกฎหมายว่าด้วยอันตรายจากอาชญากรรมทางไซเบอร์
สำหรับไท่จื่อจี๋ถวน หรือ ปรินซ์ กรุ๊ป มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา อ้างว่า มีธุรกิจในเครือกว่า 100 แห่งใน 30 ประเทศ แต่ข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า เฉิน จื้อ ได้สร้าง "นิคมต้มตุ๋น" อย่างน้อย 10 แห่งในกัมพูชา มาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีการบังคับใช้แรงงานข้ามชาติหลายพันคนให้ทำการหลอกลวงทางออนไลน์ภายใต้การข่มขู่ด้วยความรุนแรง ซึ่งต่อมาทางการจีนได้เริ่มกวาดล้างเครือข่ายนี้มาอย่างต่อเนื่อง
ตำรวจสิงคโปร์ระบุว่า ได้ยึดอสังหาริมทรัพย์ 3 แห่ง และรถยนต์ 8 คัน พร้อมออกคำสั่งห้ามเพิ่มเติม ยึดเงินสดและบัญชีธนาคารทรัพย์สิน รวมถึงบัญชีหลักทรัพย์ กระเป๋าหรู และนาฬิกา มีมูลค่าประมาณ 350 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ จนถึงปัจจุบัน มูลค่ารวมของทรัพย์สินที่ถูกยึดหรือห้ามจำหน่ายในคดีนี้มีมูลค่าเกิน 500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์
ในบรรดาผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าว นาย เฉิน โยวเจี๋ย เป็นกรรมการบริษัทเช่ารถยนต์ท้องถิ่น SRS Auto Holdings (SRS) เขาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2568 และตำรวจได้ออกคำสั่งห้ามใช้รถยนต์ที่จดทะเบียนในชื่อบริษัทของเขา ส่วนนาย เติ้ง หวันเป่า ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 หลังจากเดินทางกลับสิงคโปร์จากกัมพูชา เขาเป็นกัปตันเรือยอชต์ชื่อ NONNI II ซึ่งจดทะเบียนในชื่อของนาย เฉิน จื้อ และยังเป็นกรรมการและผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทในสิงคโปร์ชื่อ Warpcapital Yacht Management นาย หยาง ซินฟา ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2026 หลังจากเดินทางกลับสิงคโปร์จากกัมพูชา
เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของเครือข่ายปรินซ์กรุ๊ป และ“เฉินจื้อ” บิ๊กบอสเครือข่ายสแกมเมอร์ ที่ถูกจองจำอยู่ที่ประเทศจีนขณะนี้
อ่านข่าว
อวสาน “เฉิน จื้อ” ปิดท่อน้ำเลี้ยงจีนเทา อำนาจ “ตระกูลฮุน” สั่นไหว
สะเทือน ! ยึดหมื่นล้าน "เฉิน จื้อ -ก๊ก อาน" ตัดเครือข่ายสแกมเมอร์เขมร
