"วีระศักดิ์" เผย 8 เหตุผล ส่งให้ปัญหาไฟป่าลุกลามหนักในภาคเหนือ

สิ่งแวดล้อม
17:13
จำนวนผู้ชม 832
"วีระศักดิ์" เผย 8 เหตุผล ส่งให้ปัญหาไฟป่าลุกลามหนักในภาคเหนือ
ประธานสภาลมหายใจ กรุงเทพฯ เผย 8 เหตุผลหลัก ที่ทำให้ปัญหาไฟป่าลุกลามหนักในเขตภาคเหนือ จนส่งผลกระทบ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นต่อประชาชนในหลายจังหวัด วอนรัฐบาลรักษาการเร่งออกมาตรการด่วน โดยเฉพาะด้านงบประมาณ

วันนี้ (30 มี.ค.2569) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ เผย 8 เหตุผลที่ทำให้ปัญหาฝุ่น จากไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือเข้าขั้นวิกฤต กับไทยพีบีเอส ออนไลน์ พร้อมย้ำ เชียงใหม่ เป็นเมืองหลวงที่มีภาวะวิกฤตหนักที่สุดในโลกก็จริง แต่หากนับตามพื้นที่แล้ว จ.เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ถือว่าหนักกว่ามาก เพียงแต่ 2 จังหวัดนี้ ไม่ได้เป็น Major City เท่านั้น

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

สำหรับ 8 เหตุผลที่ทำให้ปัญหาไฟป่าลุกลาม มีดังนี้

1.งบประมาณกลางสกัดไฟป่ามาช้า โดยปกติแล้ว งบสำหรับการดำเนินการแก้ปัญหาไฟป่า จะออกในช่วงกลางเดือน ธ.ค.ของทุกปี แต่ในครั้งนี้ งบประมาณออกมาในช่วงหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. ซึ่งค่อนข้างล่าช้า และมีผลต่อการจ้างงานเหล่าอาสาสมัคร ในการเฝ้าระวังพื้นที่

ไฟป่าแม่ฮ่องสอน

ไฟป่าแม่ฮ่องสอน

2.น้ำมันแพงมาก อุปกรณ์ดับไฟต้องใช้น้ำมัน เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ไม่ได้มีการคาดการณ์ไว้ก่อน วันนี้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ไฟป่า ไม่มีน้ำมัน บางพื้นที่ขาดแคลนน้ำมันมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ไม่สามารถขนอุปกรณ์ หรือนำรถเข้าไปยังพื้นที่เพื่อสกัดไฟได้

3.งบประมาณเบี้ยเลี้ยงไม่มี ทหาร กอรมน. จึงมาช่วยเฝ้าป่าสกัดไฟไม่ได้ ข้อนี้ต่อเนื่องมาจากข้อแรก คือเมื่องบประมาณออกมาล่าช้า ทำให้ขาดงบประมาณ ในการว่าจ้างทั้งอาสาสมัครในการเฝ้าระวังพื้นที่ รวมถึงการจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยงให้ทหาร ที่จะคอยลาดตระเวนพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังหรือระงับเหตุทันทีที่พบเจอเหตุไฟป่าได้

4.รัฐบาลกลางไม่ค่อยมีบทบาท ในช่วงจะมีรัฐบาลใหม่ โดยเรื่องนี้ประธานสภาลมหายใจ กรุงเทพฯ กล่าวว่า แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ก็มีอำนาจในการสั่งการได้ ตนอยากเห็นแนวทางที่ชัดเจน รวมถึงการอนุมัติงบช่วยเหลือเร่งด่วนลงพื้นที่ไปก่อน เพื่อใช้ในการแก้ปัญหา

ไฟป่าแม่ฮ่องสอน

ไฟป่าแม่ฮ่องสอน

5.ลมที่พัดในภาคเหนือปีนี้พัดแรงกว่าปกติ กระพือไฟให้ขยายเร็วมากๆ จากเครื่องมือตรวจวัด พบว่าปีนี้ลมแรงกว่าทุกปี ทำให้ไฟป่าที่เกิดขึ้น ลุกลามขยายวงกว้างกว่าเดิม ทั้งไฟป่าที่เกิดขึ้นเอง และรวมถึงไฟป่าที่เกิดจากความตั้งใจของมนุษย์

6.หน่วยงานรัฐชิงเผาด้วยการไม่เปิดเผยข้อมูล และไม่เชื่อมโยงกัน ขณะที่บางหน่วยจ้างเอกชนที่อาจไม่มีทักษะการวางแผนบริหารเชื้อเพลิง จุดแล้วดับไม่เป็น โดยจากการหาข้อมูลกับชาวบ้านในพื้นที่ มีการตั้งข้อสังเกตุว่า เอาคนนอกภาคเหนือมาทำงานนี้หรือเปล่า ทำให้คนกลุ่มเหล่านี้ ไม่เข้าใจสภาพป่าของภาคเหนือดี อาจไม่เข้าใจเรื่องทิศทางลม และการวางแผนดำเนินการที่ไม่รัดกุม จุดเผาแล้ว ไม่สามารถควบคุมได้

7.ลมตะวันตกพาฝุ่นข้ามมาจากป่าสาละวินในเมียนมา เรื่องนี้ต่อเนื่องจากข้อที่ 5 หากเรามองจากภาพถ่ายดาวเทียมจะพบว่า มีการเผาในเมียนมามากกว่าในประเทศไทย แต่คนไทย ได้รับผลกระทบมากกว่า เนื่องจากเมียนมาเป็นต้นลม แต่ไทยอยู่ปลายทางของลม ดังนั้นลมที่พัดมาจึงพาฝุ่นข้ามแดนมาด้วยเป็นจำนวนมาก

8.ลมตะวันออกเฉียงเหนือ หมุนวนพาฝุ่นการเผาจากนาในพิจิตร ลพบุรี และอีสานให้วนขึ้นภาคเหนือ เพราะลมตะวันออกเฉียงเหนือชนกับลมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงนี้

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า แนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว จะต้องดำเนินการทั้งในแบบวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ โดยในทางวิทยาศาสตร์คือการพยายามระงับไฟป่าให้แคบลงด้วยวิธีการต่างๆ ส่วนในทางเศรษฐศาสตร์ คือการทำความเข้าใจกับกลุ่มคนที่เผาป่า ซึ่งหลายคนมักพุ่งเป้าไปที่เกษตรกร

"เอาจริงๆ แล้วเกษตรกร มีแค่ 15% เท่านั้น อีกกว่า 80% เป็นการเผาที่เกิดในป่า เกษตรกร คุยง่าย ควบคุมง่าย แต่ภาครัฐก็ต้องเข้าไปช่วยเขา เพราะการเผามันช่วยลดต้นทุนให้พวกเขาได้ ส่วนการเผาที่เกิดในป่า มาจากหลายกลุ่มคน จะเห็นได้ว่าแต่ละปี มีการดำเนินคดีจากกลุ่มคนเหล่านี้กว่า 300 ราย แต่ก็ยังเกิดเหตุซ้ำอีก" นายวีระศักดิ์ กล่าว

นายวีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างน่าเป็นห่วง และไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าในฤดูฝน ซึ่งปกติประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนในเดือน มิ.ย. สถานการณ์จะสงบลงจริงหรือไม่ เนื่องจากประเทศไทย กำลังเข้าสู่ภาวะซูเปอร์เอลนิโญ ที่อาจทำให้ปริมาณฝนน้อยลง อากาศแล้ง และร้อนมากกว่าเดิม

อ่านข่าว

ทภ.3 จับมือ ปภ.เร่งดับไฟป่าเหนือ ทัศวิสัยไม่ดี ยังทิ้งน้ำลดฝุ่นไม่ได้

จุดความร้อนพุ่ง 610 จุด "แม่ฮ่องสอน" ปัญหาพื้นที่ซับซ้อนดับไฟป่ายาก

8 จังหวัดเหนือ เจอฝุ่น PM2.5 "สีแดง" หนักสุด "เชียงดาว" 255.1 มคก.ต่อ ลบ.ม.