ปปง.ยึดทรัพย์เพิ่มกว่า 3,282 ล้านบาท "ยิม เลียก-ชนนพัฒฐ์-อลงกต-ทิดแย้ม"

อาชญากรรม
18:12
จำนวนผู้ชม 94
ปปง.ยึดทรัพย์เพิ่มกว่า 3,282 ล้านบาท "ยิม เลียก-ชนนพัฒฐ์-อลงกต-ทิดแย้ม"
ปปง. มีมติยึดทรัพย์เพิ่มเติม และยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดทรัพย์ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน-นำไปชดใช้ผู้เสียหาย ผู้ต้องหารายคดีสำคัญ เช่น "แตงไทย-ชนนพัฒฐ์-นายอลงกต-ทิตแย้ม" รวมจำนวน 2,100 รายการ มูลค่าทรัพย์สินกว่า 3,282 ล้านบาท

วันนี้ (14 พ.ค.2569) นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และนายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 5/2569 โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฯ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ โดยสรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 12 รายคดี ทรัพย์สิน 166 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 169 ล้านบาท โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ เช่น การยึดและอายัดทรัพย์ น.ส.แตงไทย ซึ่งเชื่อมโยงกับ นายยิม เลียก นักธุรกิจชาวกัมพูชา เครือข่ายสแกมเมอร์ โดยเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ พบข้อมูลความเชื่อมโยงการกระทำความผิดมูลฐานอื่นๆ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยมีทรัพย์สินส่วนที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 31/2569 รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท

ในการพิจารณาครั้งนี้ เลขาธิการ ปปง. ใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 สั่งยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 1 รายการ คือเรือขนาดเล็กใช้ประกอบการอำนวยความสะดวกของเรือ PLEASURE YACHT ซึ่งมีคำสั่งให้ยึดไปก่อนหน้านี้แล้ว มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท

คดีกรณีที่นายชวิศร์ กับพวก แสดงตนว่าเป็นผู้วิเศษ ชักชวนทำกิจกรรมธรรมะ หลอกให้โอนเงินค่าลดกรรม เป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 14 รายการ เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 36 ล้านบาท

คดีเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมไฮบริดสแกมข้ามชาติ ของนายวศิษฎ์ กับพวกที่หลอกลวงผู้เสียหายผ่านช่องทางโซเซียลมีเดีย โดยหลอกลวงให้ลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ มีธุรกรรมการโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด โอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผิดปกติ มีเส้นทางทางการเงินเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้กระทำความผิด คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 38 รายการ เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 68 ล้านบาท

2.กรณีส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 33 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 771 รายการ มูลค่าประมาณ 293 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

มีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ คือคดี ที่นายชนนพัฒฐ์ กับพวกร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 12 รายการ เช่น หุ้น และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท

คดีที่นายเอื้ออังกูร กับพวก มีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดย ปปง.มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ ยื่นคำร้องขอให้ศาล มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพิ่มเติม 192 รายการ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล และเงินในบัญชี เงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท

คดีนายกฤตภพ กับพวก มีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์การมีส่วนร่วม ในองค์กรอาชญากรรมฯ และความผิดฐานฟอกเงิน โดย ปปง.ยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพิ่มเติม 220 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 58 ล้านบาท

3.ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย จำนวน 10 รายคดี ทรัพย์สิน 1,163 รายการ มูลค่าประมาณ 2,820 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนหรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ เช่น

คดีอดีตพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ นายอลงกต กับพวก ทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ปปง.มีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท

กรณีอดีตพระธรรมวชิรานุวัตร หรือนายแย้ม กับพวกทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ปปง. มีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหายมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

และคดีที่ 3 กรณีที่นายสฤษฎ์ กับพวก ฉ้อโกงประชาชน โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง โดยมีผู้เสียหายที่ได้รับความคุ้มครองแล้วส่วนหนึ่ง ปปง.มีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย โดยเป็นกรณีมีผู้เสียหายเพิ่มเติม รวมผู้เสียหายที่ได้รับการคุ้มครองทั้งหมดจำนวน 817 คน ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 130 รายการ มูลค่าประมาณ 2,552 ล้านบาท

อนึ่ง กรณีที่ปรากฎตามข่าวที่มีบุคคลกล่าวอ้างว่า รู้จักหรือมีความสัมพันธ์กับผู้บริหารสำนักงาน ปปง. โดยสามารถวิ่งเต้นคดีเพื่อไม่ให้ถูกตรวจสอบธุรกรรม หรือถูกยึด อายัดทรัพย์สิน ตลอดจนสามารถดำเนินการให้มีการคืนทรัพย์สิน โดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมายได้นั้น

สำนักงาน ปปง. ขอเรียนว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากในการตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด รวมถึงอำนาจในการยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นอำนาจของคณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรภายนอก สำนักงาน ปปง. จึงขอยืนยันว่าไม่มีบุคคลใดสามารถแทรกแซงหรือมีอิทธิพลเหนือกระบวนการดังกล่าวได้

อ่านข่าว :

ปปง.ยึด-อายัดทรัพย์เครือข่าย "ยิม เลียก-เบน สมิธ" เพิ่มอีก 8,269 ล้านบาท

ปปง.พร้อมยึดทรัพย์ "ธัมมชโย" คดีอาญาจบ แต่คดีแพ่งยังไม่จบ

ปปง.ยึดทรัพย์ "ชนนพัฒฐ์" เพิ่ม 12 ล้าน กลุ่มหุ้น-เงินฝาก โยงคดีเว็บพนัน