"เอกนิติ" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินคือทางรอด ย้ำวิกฤตปากท้องประชาชนรอไม่ได้

การเมือง
17:09
จำนวนผู้ชม 57
"เอกนิติ" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินคือทางรอด ย้ำวิกฤตปากท้องประชาชนรอไม่ได้
"เอกนิติ" ยืนยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จำเป็นต่อการรับมือวิกฤตค่าครองชีพและพลังงาน พร้อมย้ำไม่ใช่การตีเช็คเปล่าหรือเอื้อนายทุน แต่เป็นการช่วยประชาชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว

วันนี้ (14 พ.ค.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงถึงความคืบหน้าและเหตุผลความจำเป็นในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้าน และการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

นายเอกนิติ กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้คือกลไกสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่รุนแรง และลุกลามมาสู่ปัญหาค่าครองชีพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

รมว.คลัง กล่าวต่อว่า หากเปรียบเทียบกับวิกฤตในอดีต เช่น วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่เกิดจากทุนสำรองหมด หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 ที่เกิดจากภาคการส่งออกติดลบ วิกฤตครั้งนี้มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็น "วิกฤตปากท้อง" ที่เริ่มจากอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและต้นทุนสินค้า

โดยเฉพาะในไตรมาสแรกที่เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมาถึงร้อยละ 2.9 และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีก หากรัฐบาลไม่ดำเนินการใด ๆ ธุรกิจขนาดเล็กและประชาชนระดับฐานราก จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจนอาจเกิดความวุ่นวายในสังคม

สำหรับโครงสร้างของงบประมาณ 400,000 ล้านบาท นายเอกนิติ ชี้แจงว่า ไม่อยากให้แยกมองเป็น 2 ส่วนที่ขาดจากกัน แต่ให้มองว่าเป็น "เงินเยียวยา" ทั้งหมด โดย 200,000 ล้านบาทแรก จะนำไปเยียวยาโดยตรง ส่วนอีก 200,000 ล้านบาทจะนำไปใช้ในการ "เปลี่ยนผ่านพลังงาน" ซึ่งถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว

เพราะการช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการขนส่ง เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือการใช้ไบโอดีเซล จะเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน ดีกว่าการนำเงินไปอุดหนุนราคาพลังงานแบบชั่วคราวเพียงอย่างเดียว

"หากใช้การเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเจนว่า พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้เปรียบเสมือน "ยา" ที่ใช้รักษาโรค วันนี้คนไทยกำลังป่วยจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น การจะให้รอไปอีก 5 เดือนเพื่อกินยาในงบประมาณปี 2570 จะไม่ทันการณ์ ยาบางชนิดต้องกินวันนี้ เพื่อให้เห็นผลในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า ถ้าปล่อยให้วิกฤตลุกลามไปมากกว่านี้ ความเสียหายจะมหาศาลเกินกว่าจะเยียวยาได้" รมว.คลัง กล่าว

"เอกนิติ" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินคือทางรอด ย้ำวิกฤตปากท้องประชาชนรอไม่ได้

"เอกนิติ" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินคือทางรอด ย้ำวิกฤตปากท้องประชาชนรอไม่ได้

ต่อประเด็นที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตเรื่องการ "ตีเช็คเปล่า" หรือการเขียนโครงการไม่ชัดเจน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนกลุ่มพลังงาน นายเอกนิติ กล่าวปฏิเสธ โดยระบุว่า พ.ร.ก.ทุกฉบับมีกลไกคณะกรรมการกลั่นกรองที่เข้มงวด มีขั้นตอนการอนุมัติที่เป็นระบบและโปร่งใส โดยเน้นย้ำ 5 หลักการสำคัญคือ

  1. ต้องช่วยประชาชนได้ตรงเป้า
  2. ต้องช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน
  3. ต้องมีการปฏิรูปทักษะแรงงาน (Reskill/Upskill) ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เพื่อให้คนฟื้นตัวได้หลังวิกฤต
  4. ความโปร่งใสที่ตรวจสอบข้อมูลได้ทุกขั้นตอน
  5. เปิดโอกาสให้ภาคเอกชน เข้ามาร่วมเสนอแนวทางแก้ปัญหา

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่จะช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด และผู้ประกอบการรายย่อย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ได้ง่ายขึ้น เพื่อลดปัญหาการกู้นอกระบบและบรรเทาภาระหนี้สินในช่วงวิกฤต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มทักษะทางการเงินไปพร้อมกับการเยียวยา

รองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวว่า แม้จะมีการยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่ พ.ร.ก.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา รัฐบาลจึงต้องเดินหน้าตามขั้นตอนปกติ เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียประโยชน์ โดยตนพร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็นต่อศาลและหน่วยงานตรวจสอบ เพราะมั่นใจว่าการทำหน้าที่ครั้งนี้ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

อ่านข่าวอื่น :

"คอร์รัปชันภาครัฐ" ฉุดต้นทุนธุรกิจพุ่ง 58% เปิด 10 หน่วยงาน รับสินบนสูงสุด

รบ.เดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน "ภราดร" เผย ภท.ถกร่างแก้ รธน. 19 พ.ค.

ตร.สงขลา รวบชายมาเลเซียซุกไอซ์ในรถ 102 กก. ลอบขนข้ามชาติ