วันที่ 28 มี.ค.2569 สำนักข่าว Reuters รายงาน ประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลรัสเซีย ในวันที่ 27 มี.ค.2569 โดยอเล็กซานเดอร์ โนวัก รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย สั่งการให้กระทรวงพลังงาน จัดทำร่างมติรัฐบาลเพื่อดำเนินการห้ามส่งออกน้ำมันเบนซิน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2569 เป็นต้นไป โดยสำนักข่าว TASS ซึ่งเป็นสำนักข่าวรัฐบาลรัสเซีย รายงานว่ามาตรการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาจนถึงวันที่ 31 ก.ค.2569
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการประชุมกับผู้ผลิตน้ำมัน และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมพลังงาน โนวัก ชี้ให้เห็นถึงความปั่นป่วนหรือความผันผวนในตลาดน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันทั่วโลก ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดการแกว่งตัวของราคาอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เขายังคงมองว่าความต้องการผลิตภัณฑ์พลังงานจากรัสเซียในตลาดต่างประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ
รัฐบาลรัสเซียระบุในแถลงการณ์ว่า ปริมาณการแปรรูปหรือกลั่นน้ำมันดิบของประเทศ ยังคงอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้การจัดหาผลิตภัณฑ์น้ำมันต่าง ๆ ภายในประเทศมีเสถียรภาพและเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายใน นโยบายห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินในครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นไปที่การจัดลำดับความสำคัญ ของการจัดหาเชื้อเพลิงสำหรับตลาดภายในประเทศเป็นหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนและควบคุมราคาไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นเกินไป
ปีที่แล้ว รัสเซียเคยเผชิญกับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันเบนซินในหลายภูมิภาค รวมถึงพื้นที่บางส่วนของยูเครนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ยูเครนเพิ่มความเข้มข้นในการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ควบคู่กับความต้องการเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นตามฤดูกาล
ส่งผลให้รัฐบาลรัสเซียต้องใช้นโยบายจำกัดหรือคุมเข้มการส่งออกน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลหลายครั้งในอดีต เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาเชื้อเพลิงและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนทันที
ข้อมูลจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า รัสเซียส่งออกน้ำมันเบนซินในปริมาณเกือบ 5,000,000 เมตริกตันตลอดปีที่ผ่านมา คิดเป็นปริมาณเฉลี่ยประมาณ 117,000 บาร์เรล/วัน การห้ามส่งออกชั่วคราวในครั้งนี้ จึงอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกในไตรมาสที่ 2 และต้นไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 แต่รัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้ เป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ
การดำเนินนโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางที่รัสเซียเคยใช้ในอดีต เพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนและเศรษฐกิจภายในประเทศ จะได้รับการจัดหาเชื้อเพลิงอย่างเพียงพอ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลกมากนัก แม้ว่าตลาดต่างประเทศจะยังคงมีความต้องการสูงต่อผลิตภัณฑ์น้ำมันรัสเซียก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า มาตรการห้ามส่งออกในครั้งนี้ อาจครอบคลุมผู้ผลิตทั้งหมดในตลาด เพื่อให้การควบคุมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งแตกต่างจากมาตรการก่อนหน้าที่อาจจำกัดเฉพาะบางกลุ่ม รัฐบาลคาดว่าการกลั่นน้ำมันที่ยังคงระดับปกติ จะช่วยรองรับความต้องการภายในได้อย่างดี โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนรุนแรงเหมือนในอดีต
สถานการณ์ตลาดพลังงานโลกในช่วงนี้ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันปรับตัวสูงและผันผวน รัสเซียในฐานะผู้ผลิตและส่งออกพลังงานรายใหญ่ จึงต้องปรับกลยุทธ์เพื่อสมดุลระหว่างการตอบสนองตลาดโลก กับการรักษาเสถียรภาพภายในประเทศ
อ่านข่าวอื่น :
นายกฯ เช่ารถซุ่มตรวจน้ำมัน ไฉน "บิ๊ก มท.-ผู้ว่าฯ" โชว์หน้าสลอน
“พาณิชย์” ลงพื้นที่ตรวจร้านค้า 3,477 แห่ง พบกระทำผิด 25 ราย - เร่งลดค่าครองชีพ
"ออสเตรเลีย" ลดภาษีน้ำมัน แก้ปัญหาวิกฤตพลังงานในประเทศ
