สงครามส่อยืดเยื้อ ? ส่องเขี้ยวเล็บ "อิหร่าน" ถูกโจมตีหนักแต่ไม่สิ้นฤทธิ์

ต่างประเทศ
19:49
จำนวนผู้ชม 2,029
สงครามส่อยืดเยื้อ ? ส่องเขี้ยวเล็บ "อิหร่าน" ถูกโจมตีหนักแต่ไม่สิ้นฤทธิ์
ผู้นำสหรัฐฯ ระบุจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงในช่วง 2-3 สัปดาห์นับจากนี้ หลังจากทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปได้เกือบทั้งหมดแล้ว คำถามที่หลายคนอยากจะรู้ขณะนี้ คือ จริงๆ แล้ว อิหร่านเหลือศักยภาพที่จะต่อกรกับสหรัฐฯ มากแค่ไหน

สหรัฐฯ และอิสราเอลเดินหน้าถล่มคลังอาวุธและทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านตลอดช่วงเกือบ 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ศักยภาพในการรบของอิหร่านกลับยังไม่ได้หมดสิ้นไปตามแผน และอาจจะยังมีกำลังมากพอในการทำศึกยืดเยื้อด้วย

นาทีที่เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง หลังจากฐานเก็บขีปนาวุธของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ในอิสฟาฮาน ตกเป็นเป้าการโจมตีทางอากาศเมื่อวันพุธที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งอิสฟาฮานถือเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญ เป็นทั้งที่ตั้งคลังเก็บอาวุธและโครงการนิวเคลียร์ด้วย จึงทำให้ถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอย่างต่อเนื่อง
  
ด้านผู้บัญชาการทหารระดับสูงของกองทัพอิหร่านร่วมประชุมทางไกล หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สงครามอิหร่านใกล้จะจบลงแล้วในอีกไม่กี่สัปดาห์ โดยอิหร่านประกาศจับตาดูความเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีภาคพื้นดิน

นับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วมากกว่า 12,300 เป้าหมายทั่วประเทศ พร้อมทั้งอ้างความสำเร็จในการกำจัดขีดความสามารถของอิหร่านในการตอบโต้กลับ หลังพบว่าการโจมตีของอิหร่านลดลงร้อยละ 80-90 ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรก ๆ

จากการรวบรวมข้อมูลการโจมตีโต้กลับของอิหร่าน จะพบว่าในช่วงวันแรก ๆ ของสงคราม อิหร่านยิงขีปนาวุธมากกว่า 200 ลูก และส่งโดรนอีกเกือบ 600 ลำ ถล่มประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง ทั้งอิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ คูเวต และบาห์เรน ก่อนที่ตัวเลขดังกล่าวจะลดลงมาเหลือหลักสิบ หลังผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์

ส่วนเมื่อวันที่ 2 เม.ย. อิหร่านยิงขีปนาวุธเฉลี่ย 33 ลูก และส่งโดรน 62 ลำ โจมตีเป้าหมายในภูมิภาค ซึ่งแม้ข้อมูลชุดนี้จะช่วยสนับสนุนคำกล่าวอ้าง เรื่องความสำเร็จของสหรัฐฯ แต่จุดที่น่าตั้งข้อสังเกต คือรัฐบาลทรัมป์ไม่เคยเปิดเผยอย่างเป็นทางการเลย ว่า กองทัพได้ทำลายอาวุธอะไรของอิหร่านไปแล้วบ้าง และมีจำนวนมากแค่ไหน

สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการประเมินคลังอาวุธอิหร่านทำได้ยาก ยกตัวอย่าง แค่เรื่องขีปนาวุธที่อิหร่านมีก่อนสงคราม 12 วันเมื่อปีที่แล้ว การประเมินของแต่ละหน่วยงานในสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งภาครัฐและสถาบันวิจัยต่าง ๆ ยังให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน มีตั้งแต่ 2,000 ลูก ไปจนถึง 6,000 ลูก ซึ่งช่วงของตัวเลขห่างกันมาก
  
ขณะที่การประเมินคลังอาวุธของอิหร่าน ล่าสุดมาจากสำนักข่าว CNN ซึ่งรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯ ว่า ขีปนาวุธ ฐานยิงขีปนาวุธ โดยเฉพาะที่เป็นฐานยิงเคลื่อนที่ โดรนและเรือเล็กของอิหร่าน ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด อาจจะยังอยู่ดีและไม่ได้ถูกทำลายแต่อย่างใด แม้ว่าอาวุธบางส่วนอาจจะถูกฝังอยู่ใต้ดิน จนเข้าไม่ถึงและนำออกมาใช้งานไม่ได้ เนื่องจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีจนทำให้คลังเก็บอาวุธพังถล่มลงมา

ถ้าข้อมูลเป็นไปตามรายงานดังกล่าวจริง ผู้เชี่ยวชาญบางคน ประเมินว่า กรอบเวลาการโจมตี 2-3 สัปดาห์ที่ทรัมป์แถลง อาจจะไม่พอในการปราบอิหร่านอย่างเด็ดขาดแน่ ๆ

ตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา IRGC วางแผนรับมือสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยการสร้างเครือข่ายคลังเก็บอาวุธใต้ดินลึกหลายสิบเมตร-ตั้งอยู่ตามภูเขา และคาดว่า อาจจะมีเกือบ 30 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งการระบุตำแหน่งและโจมตีทำลายคลังดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

มีทั้งฐานเก็บขีปนาวุธของอิหร่านทั้งบนดินและใต้ดิน เพียงส่วนหนึ่งเท่าที่สถาบันวิจัยต่าง ๆ รวบรวมมาเท่านั้น บวกกับข้อมูลจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งอิหร่านมีฐานขีปนาวุธใหญ่ ๆ ไล่ตั้งแต่ทางตะวันตกในทาบริซ คอม ทางตอนใต้ของกรุงเตหะราน อิสฟาฮาน ชีราซ เคอร์มาน และจุดยุทธศาสตร์อย่างบันดาร์ อับบาส ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ

มีรายงานว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ พุ่งเป้าโจมตีคลังอาวุธที่อยู่ลึกเข้าไปในอิหร่าน เพราะเป็นจุดที่อิหร่านเก็บขีปนาวุธที่ใช้โจมตีประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง จึงทำให้สหรัฐฯ ละเลยเป้าหมายตามแนวชายฝั่ง ซึ่งขีปนาวุธร่อนที่เก็บอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ถือเป็นภัยคุกคามต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเน้นไปที่การโจมตีทางเข้าอุโมงค์ใต้ดิน และทำลายเครื่องมือที่จะใช้เปิดทางเข้าอุโมงค์ เช่น รถดันดินและเครื่องจักรกลหนักอื่น ๆ หลังจากอิหร่านอาศัยความได้เปรียบเรื่องชัยภูมิ และเน้นใช้กลยุทธ์ยิงโจมตีอย่างรวดเร็วและย้ายจุดหนีทันที โดยอิหร่านจะยิงขีปนาวุธจากฐานยิงเคลื่อนที่ พอยิงเสร็จก็รีบเคลื่อนฐานยิงไปซ่อนในอุโมงค์ใต้ดิน หรือตามถ้ำต่างๆ ทำให้สหรัฐฯ และอิสราเอลตรวจจับ เพื่อตอบโต้กลับได้ยาก

จุดหนึ่งที่น่าสนใจ คือแม้ว่าตอนนี้อิหร่านจะโจมตีตอบโต้กลับน้อยลง ใช้ขีปนาวุธและโดรนน้อยลง แต่กลับมีอัตราการสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการตั้งใจเลือกเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เราจึงเห็นภาพอาวุธล้ำสมัยของสหรัฐฯ ถูกทำลายไปแล้วหลายชิ้น และนี่คือความน่ากลัวของอิหร่านในขณะนี้

วิเคราะห์ : ทิพย์ตะวัน ธีรนัยพงศ์ ผู้ช่วยบรรณาธิการ ศูนย์ Thai PBS World

อ่านข่าวอื่น :

แพทย์ มช.เตือน ฝุ่นพิษกระตุ้น "สมองเสื่อม-หลอดเลือดอุดตัน" กลุ่มวัยเก๋า

บาห์เรนเสนอ UNSC "ใช้ทุกวิธี" ปกป้องเรือผ่านฮอร์มุซ เตรียมโหวตเช้า 4 เม.ย.

"ไม่สง่างาม" มาครงสวนทรัมป์ ปมล้อเลียนภรรยา จุดชนวนตึงเครียดใหม่