ดีเอสไอลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวที่สกลนคร
เกษตรกรทั้ง 146 คน จากอำเภอพรรณานิคม อากาศอำนวย และโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร วันนี้ (15 ส.ค.) หลังนำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ที่ลานรับซื้อกลุ่มเกษตรกรช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม ซึ่งถูกลูกจ้างองค์การคลังสินค้า (อคส.) และตัวแทนเกษตรกรรวม 3 คน ร่วมกันทุจริต ด้วยการลดค่าความชื้น ลดน้ำหนักข้าว และออกใบประทวนปลอม ทำให้ อคส.และผู้ประกอบการโรงสีได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่า 1.6 ล้านบาท
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า จากการลงพื้นที่สอบปากคำ และตรวจเอกสารหลักฐาน ทำให้เชื่อได้ว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง มีเจ้าหน้าที่ของ อคส.และเกษตรกรบางกลุ่มร่วมกันสวมสิทธิเกษตรกร และปลอมแปลงเอกสาร จนทำให้ภาครัฐเกิดความเสียหาย ซึ่งจะขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดนอกเหนือจากผู้ต้องหา 3 คน ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีก่อนหน้านี้
ปัญหาการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบ เพื่อป้องกันปัญหา เช่นที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ชุดสายตรวจเฉพาะกิจ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำข้าวระดับจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างข้าวเพื่อส่งไปทดสอบคุณภาพ และได้ตรวจปริมาณข้าวในโกดังกลางทั้ง 9 แห่ง ในเขตอำเภอเมือง และอำเภอประโคนชัย ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูการผลิตปี 2554/2555 ว่าครบตามจำนวนที่ลงบัญชีไว้หรือไม่ เพื่อป้องกันการทุจริตด้วยการลักลอบนำข้าวด้อยคุณภาพมาสวมสิทธิ์ แต่ไม่พบความผิดปกติ
ส่วนภาคกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพื้นที่ได้จัดกำลังตรวจสอบจุดรับจำนำข้าวเช่นกัน ทั้งที่จังหวัดสุพรรณบุรี และอ่างทอง ซึ่งก่อนหน้านี้พบเรื่องร้องเรียนกรณีโรงสีบางแห่งไม่รับจำนำข้าว ทำให้เกษตรกรเตรียมรวมตัวเรียกร้องความเป็นธรรม
