ไทยต้องปรับตัวตั้งรับ ศก.จีนที่เดินนโยบายแนวทางเสถียรภาพจนถึง 10 ปีข้างหน้า

เศรษฐกิจ
10:56
จำนวนผู้ชม 79
Thai PBS
ไทยต้องปรับตัวตั้งรับ ศก.จีนที่เดินนโยบายแนวทางเสถียรภาพจนถึง 10 ปีข้างหน้า

ชี้ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมพร้อมปรับกลยุทธ์สอดรับยุทธศาสตร์ – สภาพการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลง ตาม 6 กลยุทธ์สำคัญ

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว รายงานถึงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจีน ที่จะเร่งปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ตลอดจนปรับเปลี่ยนแนวทางสู่เป้าหมายการพัฒนาให้สังคมจีนเป็นสังคมอยู่ดีกินดีอย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับจีน โดยไทยตั้งเป้าหมายการส่งออกไปจีนในปี 2556 ขยายตัวราว 8% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2555 รวมถึงการขยายตัวเศรษฐกิจภายใต้นโยบายประชาคมอาเซียน(เออีซี)ที่มีการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ เทคโนโลยีและแรงงานเพิ่มขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การพัฒนาประเทศอย่างรอบด้านของจีน คือ การยึดแนวคิดการพัฒนาเชิงวิทยาศาสตร์ การพัฒนาที่เป็นระบบ ระเบียบ และให้ความสำคัญในการเร่งและปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย 5 มาตรการหลัก อาทิ การส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ การพัฒนาสินค้าจากความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนารายได้ของประชาชนในชนบทให้สูงขึ้น รวมถึงการพัฒนาและเปิดตลาดกับต่างประเทศมากขึ้น เป็นต้น

นางศรีรัตน์ กล่าวว่า ภาคเอกชนไทยควรใช้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจที่จีนตั้งเป้าหมายให้ ในอีก 10 ปีข้างหน้าจีนจะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ เพื่อภาคเอกชนไทยนำข้อมูลดังกล่าวไปปรับใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลจีนและพฤติกรรมของลูกค้าจีนในอนาคต ด้วยแนวทาง 6 ประการ ได้แก่ การส่งเสริมการบริโภคอย่างปลอดภัย การส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการบริโภคในธุรกิจการบริการ การส่งเสริมการบริโภคสินค้าแบรนด์เนมในประเทศ การควบคุมการบริโภคออนไลน์ให้เป็นไปตามระบบ ตลอดจนการส่งเสริมการบริโภคด้วยเครื่องมือการเงิน อาทิ การกู้ยืมจากธนาคาร การใช้บัตรเครดิต เป็นต้น

โดยวิกฤตเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ผ่านมา ทำให้จีนต้องเร่งการเปลี่ยนแปลงจากการพึ่งพาการส่งออกเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการบริโภคภายในประเทศ หากในปี 2563 จีนสามารถเพิ่มรายได้ต่อหัวได้เป็นสองเท่า จีนจะกลายเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ พร้อมศักยภาพที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะสร้างความสมดุลแก่ระบบเศรษฐกิจโลกที่จีนจะเป็นฝ่ายบริโภคมากขึ้น นอกจากนี้ จีนยังต้องปรับตัวให้พึ่งพาการลงทุนในประเทศให้มากขึ้นด้วย

“จีนตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของจีดีพีในปี 2555 จาก 8% ลดเหลือ 7.5% เพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจแล้ว ยังสะท้อนการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้มีความสมดุลและเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น และปี 2556 จีนยังคงทิศทางนโยบายเศรษฐกิจเดิม แต่จะเปิดช่องสำหรับความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนนโยบายตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แม้ว่ามูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวมของจีนในช่วง 10 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ย.)ของปี 2555 เพิ่มขึ้นในอัตรากว่า 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจจีนยังคงพึ่งพาการส่งออกและปัจจัยภายนอกประเทศอย่างมาก โดยการส่งออกคิดเป็น 31% ของการเติบโตของจีดีพี และการจ้างงานกว่า 200 ล้านตำแหน่งขึ้นกับการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ”นางศรีรัตน์ กล่าว