" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news23012013/141696-imagejpeg-209153.jpg
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะดูแลค่าเงินบาทได้เหมาะสม พร้อมแนะภาคเอกชนถือเป็นโอกาสนำเข้าสินค้าและเครื่องจักรได้ในราคาต่ำเพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิต
ในงานสัมมนา โจทย์ท้าทาย อนาคตเศรษฐกิจไทยปี 2556 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปี 2556 เชื่อว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชน
โดยรัฐบาลจะเน้นการลงทุนเพิ่ม ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เนื่องจากหนี้สาธารณะของไทยยังอยู่ในระดับต่ำจึงสามารถลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มได้ ขณะที่การส่งออกได้ขยายฐานการส่งออกเพิ่มในหลายตลาด จึงเชื่อว่าจะทำให้ภาคการส่งออกของไทยปรับตัวดีขึ้นในปีนี้
ส่วนการดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้น นายกิตติรัตน์ระบุว่ายังอยู่ในระดับเดียวกับภูมิภาค ซึ่งค่าเงินที่แข็งขึ้น จะทำให้ต้นทุนการนำเข้าของผู้ประกอบการต่ำลง โดยประเทศไทยนำเข้าสินค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มพลังงาน จะเป็นผลดีต่อผู้บริโภค และรัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ลงทุนเพื่อให้เกิดความสมดุลของค่าเงินที่ไหลเข้าออก พร้อมแนะภาคเอกชนนำเข้าสินค้าทุน เครื่องจักร เทคโนโลยี เข้ามาเพิ่มศักยภาพในการผลิต
ทั้งนี้รองนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย จะดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ และใช้เครื่องมือดูแลค่าเงินเมื่อมีความจำเป็น ซึ่งการแทรกแซงค่าเงินบาทในแต่ละครั้ง ต้องคำนึงถึงความสมดุลของกลไกตลาดทุกครั้ง ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่เพียงบริหารการสมดุลของค่าเงิน พร้อมระบุจะไม่แทรกแซงการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย
