จับตา การกำกับคุณภาพ
โฆษณาหลากหลายรูปแบบผ่านช่องรายการเคเบิ้ลทีวี และทีวีดาวเทียม เป็นเรื่องที่ คณะกรรมการกสทช. ตักเตือน เฝ้าระวัง และลงโทษกับบางช่องรายการ แต่ก็ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่แก้ยาก เพราะโฆษณาในช่องโทรทัศน์ เหล่านี้ เกิดขึ้นก่อนกสทช.เข้าไปกำกับดูแล
" src="/sites/default/files/imce/1901_2.jpg
" src="/sites/default/files/imce/190102_13.jpg
แต่การควบคุมโฆษณาที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย หรือ ไม่เหมาะสม ขณะนี้ กสทช.อาศัยความร่วมมือกับองค์การอาหารและยา และสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อนำกฎหมายของทั้ง 2 หน่วยมาบังคับใช้
ปัจจุบัน การโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ ทั้งฟรีทีวี เคเบิ้ลทีวี และทีวีดาวเทียม ที่มีรวมเกือบ 200 ช่อง และในปีนี้ (56) เมื่อทีวีระบบดิจิตอลเกิดอีก 48 ช่องในช่องฟรีทีวี ก็จะมีโฆษณาประเภทต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก และหลากหลายรูปแบบ
" src="/sites/default/files/imce/190104_8.jpg
สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค มั่นใจว่า โฆษณาทางฟรีทีวี หรือ ช่องดิจิตอล จะควบคุมได้ง่ายกว่า ช่องเคเบิ้ล และทีวีดาวเทียม เพราะเป็นช่องที่เกิดใหม่พร้อมกับกติกาของกสทช. และจำนวนนาทีในการโฆษณาจะมีน้อยกว่า ขณะเดียวกัน ก็เชื่อว่า หากช่องเคเบิ้ล หรือดาวเทียม ไม่แก้ไขเรื่องโฆษณาที่ผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม ก็จะไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน
อีกปัญหาใหญ่ คือ รายการช่องทีวีมีเนื้อหาการเมือง และแบ่งแยกความนิยมการเมืองเฉพาะกลุ่มอย่างชัดเจน และถูกตั้งข้อสังเกตหลายครั้งที่มีเนื้อหาช่องปลุกระดมให้เกิดความแตกแยก เกลียดชัง
กรรมการกสทช.เห็นว่า ช่องทีวีการเมืองเหล่านี้ ก็ต้องปรับผังรายการให้เข้าการเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด เช่น เป็นรายการทั่วไป ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ได้ใบอนุญาต หรือ หากจะแข่งประมูล ก็ต้องคำนึงถึงคู่แข่งขันในตลาดด้วย ขณะที่ กสทช. ก็จะเปิดเวที เชิญผู้ประกอบการกลุ่มเหล่านี้หารือ เพื่อไม่ให้ละเมิดเสรีภาพสื่อ ควบคู่กับความรับผิดชอบ
" src="/sites/default/files/imce/190105_3.jpg
นายนิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งประเทศไทย มองว่า การผลิตเนื้อหารายการโทรทัศน์ กสทช.อาจต้องกำหนดคุณสมบัติผู้ร่วมประมูล ว่าจำเป็นต้องมีเงื่อนไขเกี่ยวกับความเป็นมืออาชีพ หรือ มีประสบการณ์ให้ชัดเจนก่อนเริ่มประมูล เพื่อให้ได้รายการมีคุณภาพ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากผู้ประกอบการ ไม่มีประสบการณ์ อาจเจอภาวะเสี่ยงทำให้บริษัทขาดทุน และปิดกิจการหลังการประมูลเสร็จในช่วง 2- 3 ปี
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เห็นว่า กสทช.ต้องสร้างกลไกล และสนับสนุนให้ผู้บริโภครู้เท่าทันสื่อ และมีภาคการตรวจสอบที่เข้มแข็ง และเอาผิดจริงจังต่อสื่อที่นำเสนอเนื้อหาโฆษณา ที่ผิดกฎหมาย และกสทช.เองก็ต้องปรับตัว
ขณะที่สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ประเมินว่า ภาพรวมตลาดสื่อโฆษณาปีนี้ (56) จะเติบโตร้อยละ 10 หรือมีเม็ดเงินประมาณ 120,000ล้านบาท โดยเฉพาะจะเกิดการซื้อโฆษณาในช่องเคเบิลทีวี และทีวีดิจิตอล มากถึง 40,000 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา
