ภาคเอกชนเตรียมเสนอธปท.
แม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้น แต่นายสนั่น อังอุบลกุล ผู้ประกอบการรายหนึ่ง บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าไว้ รวมถึงเริ่มนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ จากเดิมที่ซื้อวัตถุดิบในประเทศทั้งหมด และมองว่าเป็นโอกาสให้บริษัทมีการลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่
โดยต่างจากธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ปรับตัวได้ไม่มาก โดยเฉพาะในเดือนนี้ที่ค่าเงินผันผวนอย่างหนัก จนทำให้กระแสเงินสดหายไป จึงเห็นว่ามาตรการที่ดีที่สุด คือกองทุนฉุกเฉินสำหรับเอสเอ็มอี เข้ามาดูแลสถานะทางการเงินระยะสั้น แต่สิ่งที่เห็นตรงกันทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และเล็ก คือเอกภาพของหน่วยงานที่ดูแลค่าเงินบาท
ขณะที่นางวัชรี วิมุกตายก ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การส่งออกไตรมาสแรกยังไม่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากนัก แต่หากเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่อง อาจจะกระทบต่อการส่งออกในเดือนถัดไปได้ พร้อมเชื่อว่าการส่งออกปีนี้จะยังขยายตัวที่ร้อยละ 8-9 ตามที่ตั้งเป้าไว้ และในวันศุกร์นี้ (26เม.ย.56) จะประชุมกับภาคเอกชน เพื่อรับทราบข้อเสนอและแนวทางที่จะให้รัฐบาลช่วยเหลือ
ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทยควรดูแลเงินบาท ให้อยู่ที่ระดับ 29-30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจากผลสำรวจผู้ประกอบการทั่วประเทศ หากเงินบาทแข็งค่าไปถึงถึง 27 บาท อาจต้องปลดคนงาน หรือถึงขั้นปิดกิจการ
