สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน แนะนำรัฐเร่งกำหนดทิศทางพลังงานไทย
ศูนย์วิจัยกสิกร วิเคราะห์ว่า หากเกิดความล่าช้าในผลักดันโรงไฟฟ้ารายใหม่ให้เข้าระบบ อาจเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านพลังงานของไทย และกระทบเศรษฐกิจ โดยภาครัฐควรเร่งเพิ่มการผลิตไฟฟ้า และรับซื้อจากเอกชน รวมถึงนำเข้าไฟฟ้าจากต่างประเทศ
ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ใน 20 ปี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ได้ผสมผสานแนวทางต่างๆ ในการเพิ่มปริมาณไฟฟ้าจากหลายแหล่ง เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้น รวมถึงการสร้างโรงไฟฟ้าจากถ่านหิน
แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามศึกษา และจัดหาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ แต่ผลกระทบด้านลบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เป็นประเด็นสำคัญ ที่ทำให้การพัฒนาโรงไฟฟ้าถูกคัดค้าน
นายศรีสุวรรณระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องคลี่คลายปัญหาที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาพลังงานในประเทศไทย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การมีส่วนร่วมของประชาชน สำหรับกำหนดทิศทางพลังงานของไทย แม้อาจต้องใช้เวลานาน
ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่าจะไม่เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้า หากมีการคัดค้านของภาคประชาชน โดยจะสำรองทางเลือกอื่น เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนพลังงาน
ในเดือนมิ.ย.2556 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน และ ผู้เกี่ยวข้อง ต่อการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ ที่จะใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด จากนั้นจะให้ กฟผ.สำรวจความคิดเห็นประชาชนอีกครั้ง ก่อนนำมาพิจารณาก่อสร้าง
