ก่อนวิกฤตเตียงเต็ม ! หมอแนะคุมเข้ม กทม.สกัดเชื้อโควิด

สังคม
11:30
จำนวนผู้ชม 1,872
ก่อนวิกฤตเตียงเต็ม ! หมอแนะคุมเข้ม กทม.สกัดเชื้อโควิด
วิกฤต COVID-19 ป่วยรายวันเพิ่ม 3,000-4,000 คนต่อวัน สวนทางเตียงว่างในโรงพยาบาลกทม.-ปริมณฑลไม่เพียงพอเหลือแค่ 25 เตียง หมอโรงพยาบาลรัฐ วอนเร่งจัดการปัญหาก่อนรับมือไม่ทัน

วันนี้ (25 มิ.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบจำนวนผู้ติดเชื้อวันละประมาณ 3,000-4,000 คน

ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งในพื้นที่กทม.และปริมณฑล ประกาศงดรับผู้ป่วยฉุกเฉิน และงดรับตรวจคัดกรอง COVID-19 เนื่องจากไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วย

ไทยพีบีเอสออนไลน์ รวบรวมสถิติผู้ติดเชื้อ COVID-19 ระหว่างวันที่ 21 มิ.ย.-25 มิ.ย.2564 ดังนี้

  • 21 มิ.ย.ติดเชื้อเพิ่ม 3,175 คน เสียชีวิต 29 คน อาการหนัก 1,436 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 395 คน
  • 22 มิ.ย.ติดเชื้อเพิ่ม 4,059 คน เสียชีวิต 35 คน อาการหนัก 1,479 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 410 คน
  • 23 มิ.ย.ติดเชื้อเพิ่ม 3,174  คน เสียชีวิต 51 คน อาการหนัก 1,526 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 433 คน
  • 24 มิ.ย.ติดเชื้อเพิ่ม 4,108 คน เสียชีวิต 31 คน อาการหนัก 1,564 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 455 คน
  • 25 มิ.ย.ติดเชื้อเพิ่ม 3,644 คน เสียชีวิต 44 คน อาการหนัก 1,603 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 460 คน 
ภาพประกอบข่าว ก่อนวิกฤตเตียงเต็ม ! หมอแนะคุมเข้ม กทม.สกัดเชื้อโควิด

 

หากพิจารณาเตียงในโรงพยาบาล กรมการแพทย์ รายงานข้อมูลเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบข้อมูลดังนี้

  • ห้องสำหรับผู้ป่วยสีแดง ห้องไอซียูความดันลบ ผู้ป่วยครองเตียง 268 เตียง เตียงว่าง 46 เตียง
  • หอผู้ป่วยวิกฤตที่ดัดแปลงเป็นห้องความดันลบ ครองเตียง 689 เตียง ว่าง 68 เตียง
  • ห้องไอซียูรวม ครองเตียง 267 เตียง เตียงว่าง 34 เตียง
  • ห้องสำหรับผู้ป่วยสีเหลือง ห้องแยก ครองเตียง 3,529 เตียง ว่าง 527 เตียง
  • ห้องสามัญ ครองเตียง 6,582 เตียงว่าง 1,458 เตียง
  • ห้องสำหรับผู้ป่วยสีเขียว hospitel ครองเตียง 10,263 เตียงว่าง 3,267 เตียง
  • เตียงสนาม ครองเตียง 2,541 เตียง เตียงว่าง 803 เตียง

อ่านข่าวเพิ่ม กทม.เริ่มวิกฤต! ผู้ป่วยโควิดรอเตียง 3 วัน

ภาพประกอบข่าว ก่อนวิกฤตเตียงเต็ม ! หมอแนะคุมเข้ม กทม.สกัดเชื้อโควิด

ป่วย COVID-19 กว่า 3,000 คนต่อวันเตียงไม่พอ

ด้วยเหตุผลจากจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายวันที่มากขึ้น สวนทางกับปริมาณเตียงว่าง เพื่อรองรับผู้ป่วยวิกฤติ ทำให้แพทย์จากโรงพยาบาลในกทม. ทั้งโรงพยาบาลรามามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สะท้อนความเห็นผ่านทางเฟซบุ๊ก

ศ.คลินิก นพ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์ รองคณบดีฝ่ายสารสนเทศ คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก บันทึกเรื่องน่ารู้ by Dr.Adune สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ว่าปัญหาด่วนสุดอันดับ 1 เวลานี้ คือ เตียงเต็ม ไม่สามารถรับคนไข้หนักได้ เตียงสนามก็เต็ม หรือเกือบเต็ม ศูนย์ส่งต่อ 1668 หาเตียงรับผู้ป่วยไม่ได้ คือความเสี่ยงที่ใหญ่มาก

ทุกๆ 1 วันที่ คนไข้ 1 คน เมื่อพบว่าติดเชื้อแล้ว มีโอกาสแพร่โรคให้คนอื่นอีก 6 คน การให้ผู้ป่วยได้รับการส่งตัวเข้าโรงพยาบาล จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ดังนั้น ภารกิจอันดับหนึ่งวันนี้ คือ ตั้งโรงพยาบาลสนามอย่างด่วน ไม่ใช่ตั้งศูนย์ฉีดวัคซีน มีโรงพยาบาลสนาม หรือ ICU สนาม อย่างน้อยก็ยังระดมบุคลากรทางการแพทย์จากส่วนต่างๆ มาช่วยประทังภาวะฉุกเฉินนี้ และอาจจะผ่องถ่ายผู้ป่วยที่ดีขึ้น ในโรงพยาบาลออกมาที่รพ.สนาม เพื่อในโรงพยาบาลจะได้รับผู้ป่วยที่อาการหนัก

ปัญหาด่วนอันดับ 2 คือ ต้องหยุดเชื้อ ไม่ให้แพร่ต่อคนอื่นอย่างน้อย 14 วัน ถ้าเลือกจะไม่ล็อกดาวน์ เลือกที่ให้ร้านอาหารอยู่รอด เลือกที่ให้ธุรกิจขายอาหาร นวด ไปได้ ก็ต้องมีความเข้มข้นในมาตรการ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ รักษาระยะห่าง ส่วนการกินอาหารร่วมกันเป็นจุดเสี่ยงที่สุด

ภาพประกอบข่าว ก่อนวิกฤตเตียงเต็ม ! หมอแนะคุมเข้ม กทม.สกัดเชื้อโควิด

 

ดังนั้น คนที่จะนั่งโต๊ะกินอาหารร่วมกัน ควรเป็นคนที่อยู่บ้านเดียวกันเท่านั้น ญาติกันคนละบ้านก็ไม่ควรมานั่งกินอาหารร่วมกัน เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน ก็ไม่ควรนั่งกินอาหารร่วมกัน และการหยุดเชื้อที่สำคัญมากที่สุดอีกอย่างหนึ่ง คือ ต้องไม่นำเข้าคนเข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย ไม่ผ่านขั้นตอนมาตรฐาน

เสนอให้เปิดแคมป์ รับแรงงานเข้าเมืองกักตัวตามมาตรฐานอย่างถูกกฏหมาย ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อตัดวงจรอุบาทว์ ที่มีนายหน้าพาคนหนีเข้าเมืองด้วยวงเงิน 5,000-10,000 บาท แต่สร้างความเสียหายให้กับกทม.-ปริมณฑล 5,000-10,000 ล้านบาท

ปัญหาด่วนอันดับ 3 ถึงจะเป็นเรื่องวัคซีน เพราะวัคซีนที่ฉีดมาครึ่งถึง 1 ปี ในทางการแพทย์ถือว่า ข้อมูลยังไม่เพียงพอ ที่รู้แน่คือไม่ป่วยหนัก และไม่เสียชีวิต แต่ยังติดเชื้อและแพร่เชื้อได้

ฉีดอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด ต้องรอผลการศึกษา แต่ที่แน่ๆ ทยอยฉีดให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากรอย่างน้อย 1-2 เข็มให้เร็วที่สุด สถานการณ์จะอยู่ในแบบที่รับมือได้

ภาพประกอบข่าว ก่อนวิกฤตเตียงเต็ม ! หมอแนะคุมเข้ม กทม.สกัดเชื้อโควิด

ประเมินคนป่วย-เสียชีวิตเพิ่ม-เสนอล็อกดาวน์

ขณะที่ รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 

คณิตคิดสนุก ระลอกแรก กทม.มีไอซียูโควิดที่ใช้งานจริงได้ 200 เตียง ระลอก 2 ขยายขึ้นมาได้เป็น 300 เตียง ระลอก 3 จนถึงขณะนี้เบ่งมาเกือบเต็มที่แล้วเป็น 500 เตียง ใช้ไปแล้ว 475 จึงเหลือว่าง 25 เตียง

ใน 475 เตียงนี้ เป็นผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ 300 เตียง ใช้ไฮโฟลว์ หรืออุปกรณ์พยุงชีวิตอื่น 175 เตียงในอีก 10 วันข้างหน้าอัตราเสียชีวิตผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ คือ 50 % จะมีผู้เสียชีวิต 150 คน

ส่วนอีก 150 คนที่เหลือจะย้ายออกจากไอซียูได้หนึ่งในสาม คือ 50 คน จะมีผู้ป่วยใช้ไฮโฟลว์หรืออุปกรณ์พยุงชีวิตอื่นอาการทุเลาออกจากไอซียูโควิดได้ร้อยละ 80 คือ 140 คน จึงเหลือเตียงว่างเป็น 25+150+50+140 = 365 เตียง

หากมีผู้ป่วยใหม่วันละ 1,000 คน รวม 10 วัน คิดเป็น 10,000 คน ผู้ป่วยหม่ทุกๆ 100 คนโรคจะลุกลามจนต้องใช้ไอซียูโควิด 5 คน ดังนั้นจะต้องเตรียม 500 เตียง ดังนั้นเตียงที่ยังขาดอยู่คือ 500-365 = 135 เตียง จะได้จากไหน เราคงเพิ่มได้อีกเพียง 35 เตียง ที่เหลือ 100 เตียงจะต้องไปดึงมาจากผู้ป่วยโรคอื่นที่ไม่ใช่โควิด

ถามว่าเราจะยอมให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ไปอีกนานเท่าไร หรือต้องรออิตาลีเป็นแชมป์ยูโร 2020 ในอีกกว่าสองสัปดาห์ข้างหน้าจึงเริ่มคิดเรื่องนี้ วิกฤตโควิดระลอกสี่ ล็อดาวน์กรุงเทพ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยติด COVID-19 เพิ่ม 3,644 คน เสียชีวิต 44 คน 

สธ.เปิดผลสอบสวน 42 จาก 103 คน เสียชีวิตไม่โยงวัคซีนโควิด