ขุดอดีต “หอย-หิน” สู่อาชีพนักธรณี

ไลฟ์สไตล์
12:24
จำนวนผู้ชม 1,229
ขุดอดีต “หอย-หิน” สู่อาชีพนักธรณี
คุยกับ "พรรณิภา แซ่เทียน" นักธรณีวิทยาหญิง ของกรมทรัพยากรธรณี ผู้หลงใหลเสน่ห์ของฟอสซิส หอยและปะการังในชั้นหิน จนก้าวสู่งานชิ้นสำคัญขุดและอนุรักษ์ "วาฬอำแพง" ฟอสซิลวาฬบรูด้าตัวแรกของไทย

เธอชื่ออะไร? ฉันอยากรู้จักเธอ

ไม่ชอบกระดูกชิ้นใหญ่แบบไดโนเสาร์ ชอบพวกปะการัง หอยเล็กๆ ที่อยู่ในหิน มันน่ารัก

พรรณิภา แซ่เทียน นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ กรมทรัพยากรธรณี บอกกับไทยพีบีเอสออนไลน์ พร้อมกับท่าทางขะมักเขม้นในระหว่างที่นำแว่นขยายส่องไปยังก้อนหินขนาดใหญ่ 2-3 ก้อนแบบสนุกสนาน

หินก้อนนี้มีซากดึกดำบรรพ์ขนาดเล็กๆ แทรกในเนื้อหิน เหมือนเม็ดข้าวสาร เรียกว่า ฟิวซูลินิด (fusulinids) ภาษาไทยเรียกว่าคตข้าวสาร

ส่วนอีกก้อนที่เห็นเป็นหินกรวดมนได้ นั่นแสดงว่าหินเกิดการผุพังลงมา และมีการพัดพามาด้วยกระแสน้ำ ทำให้ก้อนหินก้อนกรวดเหล่านั้นถูกขัดสีจนกลมมน และเกิดการสะสมตัวกลายเป็นหินอีกครั้ง

ภาพประกอบข่าว ขุดอดีต “หอย-หิน” สู่อาชีพนักธรณี

แบกกระเป๋าเข้าป่าหาแร่แบไรต์

พรรณิภา บอกว่า แรงบันดาลใจที่เข้าสู่แวดวงนักธรณีวิทยา เพราะอยากไปเที่ยวต่างจังหวัด จึงเบนเข็มไปเรียนที่คณะเทคโนโลยี ภาควิชาเทคโนโลยีธรณี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเลือกสาขา Paleontologist หลังจากมีอาจารย์ และนักธรณีวิทยา มาเล่าเรื่องว่าจากแม่น้ำ ภูเขา จะไล่ตะกอนมาจนถึงทะเล มีกระบวนการต่างๆ มากมาย และรู้สึกว่าตื่นเต้น และสนุกมาก

ประกอบกับจากที่รุ่นพี่ บอกว่าถ้าเรียนธรณี จะได้ไปเที่ยวไปต่างจังหวัด รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้านไม่ได้ไปไหน แต่ถ้าเรียนธรณีจะได้ออกพื้นที่ อยู่กับบัดดี้ในห้อง 3 คนไปอยู่ในป่าเพื่อศึกษาชั้นหิน และหาคำตอบว่าเหมืองแบไรต์อยู่ตรงไหน จำได้ว่าต้องเดินเข้าป่า จ.เลย ครั้งแรก 3 คืนต้องอ้อมเขากว่าจะเจอโจทย์หินแบไรต์ตามที่อาจารย์บอก

เกือบ 30 ปีก่อนไปออกสนามในพื้นที่ จ.เลย ประมาณ 1 เดือน รู้สึกท้าทายมากได้ไปสำรวจภูเขาหินปูน พบเจอฟอสซิลฟิวซูลินิด แอมโมนอยด์ มีอุปกรณ์ประจำตัว ค้อน เข็มทิศ แผ่นที่ เป้สะพายข้าง แว่นขยาย สำหรับเข้าป่าไปเก็บหิน วางไลน์แผนที่ว่าตรงนี้มีหินอะไรบ้าง และที่สำคัญห่อข้าวกลางวัน
ภาพประกอบข่าว ขุดอดีต “หอย-หิน” สู่อาชีพนักธรณี

หอย-หิน ค้นพบฟอสซิลจากอดีต

เธอ เล่าว่า หลังจากเก็บก้อนหินมาแล้ว ต้องนำมาเข้าห้องแล็ปตัดหิน ทำแผ่นหินบาง ไม่เอาหินก้อนเล็ก ถ้าเอาก้อนเล็กอาจารย์ก็บ่น แต่ต้องเก็บตัวอย่างหินขนาดประมาณ 10x10x15 เซนติเมตร และนำมาตัดแผ่นหินบางๆ ก่อนเก็บก้อนหินเราจะต้องบรรยายหน้าหินโผล่ ไม่เอาชิ้นที่ร่วงลงพื้น พร้อมวาดภาพสเก๊ตช์ และถ่ายรูปประกอบ เมื่อได้แผ่นหินบางแล้วก็มาดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ว่าเป็นหินอัคนี หินตะกอนหรือหินแปร และมาแปลความจากแผ่นหินบาง 1 แผ่น 

ถ้าเจอหินอัคนีชนิดนี้แปลว่าอะไร จากนั้นจะมาเล่าว่าธรณีโครงสร้างของพื้นที่อะไรเกิดก่อน เกิดหลัง ตัวที่บ่งชี้อายุในหินตะกอนคือฟอสซิล ซึ่งจะมีส่วนช่วยบอกอายุของชั้นหินนั้น
ภาพประกอบข่าว ขุดอดีต “หอย-หิน” สู่อาชีพนักธรณี

พรรณิภา บอกอีกว่า หินตะกอนมีการสะสมตัวเหมือนขนมชั้นก็จะอนุมานว่าหินชั้นล่างแก่กว่า ถ้ามีหินอัคนีอยู่ในพื้นที่ และสัมผัสกับหินตะกอนในพื้นที่ ทำให้บริเวณที่มีการสัมผัสกันจะถูกแปรสภาพ กลายเป็นหินแปร เช่น หินแปรจากจากหินปูน เรียกว่าหินอ่อน

และในหินปูนจะมีฟอสซิลเยอะแยะมากมาย เหมือนกับที่สระบุรี ลพบุรี และฟอสซิลตัวสำคัญหรือฟอสซิลดรรชนี ก็จะบ่งบอกอายุได้
ภาพประกอบข่าว ขุดอดีต “หอย-หิน” สู่อาชีพนักธรณี

เธอชื่ออะไร? สู่ความเป็นนักธรณีวิทยา

เธอเล่าว่า เสน่ห์ของการค้นหาฟอสซิลในหิน เพราะอยากรู้จัก เพราะรู้สึกตื่นเต้น ตัวนี้ก็สวย ตัวนี้ก็น่ารัก เวลามองผ่านกล้อง เพราะอยากศึกษา โดยเฉพาะฟอสซิลตัวเล็กๆ เช่น ปะการัง พอตัดแผ่นเป็นหินบาง และมองภายใต้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาคำตอบ เวลาตัดต้องตัดตามขวาง 1 แผ่นและตัดตามยาวอีก 1 แผ่น เพื่อหาว่าเธอชื่ออะไร

ชอบศึกษาหินปูนเพราะศึกษาง่าย เพราะหลงเสน่ห์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในหินปูน อยากรู้จักเธอ ที่นี่มีตัวอะไรบ้าง คล้ายๆตอนเดินชายหาดตื้นๆ สำรวจว่ามีสิ่งมีชีวิตอะไรอาศัยอยู่ในนิเวศนั้นบ้าง

ตอนนี้มีพื้นที่ที่กำลังศึกษาแถวเพชรบุรี ราชบุรี ไปค้นหาฟอสซิลตัวเล็กๆ ประกอบการประเมินแหล่งซากดึกดำบรรพ์ ตอนนี้มีแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 21 แหล่ง และชิ้นตัวอย่างฟอสซิลที่ขึ้นทะเบียน 400 กว่าชิ้น

ภาพประกอบข่าว ขุดอดีต “หอย-หิน” สู่อาชีพนักธรณี

งานประทับใจ “วาฬอำแพง” ฟอสซิลวาฬตัวแรก?

งานที่เคยศึกษาซากดึกดำบรรพ์หอยกาบคู่อายุจูแรสซิกที่ จ.แม่ฮ่องสอน แอมโมนอยด์ และปะการังที่มวกเหล็ก สระบุรี และลพบุรี แม้จะไม่มีงานที่ค้นพบใหม่ แต่ที่ประทับใจ ล่าสุดสำหรับตัวเอง คือการทำงานฟอสซิลวาฬอำแพง

ขุดค้น 1 เดือน และอีก 3 เดือนที่ต้องอนุรักษ์ตัวอย่าง และการที่จะพบซากดึกดำบรรพ์วาฬชิ้นส่วนกระดูกสันหลังส่วนหางวางเรียงตัวกัน 6 ข้อ ช่างน่าตื่นเต้นและประทับใจ

ความยากของการขุดวาฬบรูด้า เพราะใช้เวลา 1 เดือนในการขุดค้นจนค้นพบฟอสซิลที่สมบูรณ์ถึง 80% เมื่อขุดพบแล้ว จะต้องทำการเข้าเฝือก เพราะวันแรกที่พบลักษณะกระดูกวาฬเปราะมาก เริ่มโดยการปิดกระดาษฟอยล์ก่อน และเข้าเฝือกด้วยเฝือกอ่อน (ที่เราใช้เวลาแขนขาหัก)

ภาพประกอบข่าว ขุดอดีต “หอย-หิน” สู่อาชีพนักธรณี

จากนั้นทำการขุดเพิ่ม เมื่อขุดเพิ่มได้ประมาณครึ่งตัว ทำการตีกริดจัดทำแผนผังการวางตัวของกระดูกและนำไปลงแผนที่สเก็ตภาพทั้งตัว ค่อย ๆ ขุดจนพบเพิ่ม "สมบูรณ์มาก" เมื่อพลิกกระโหลกก็พบครีบแขนอีกข้างอยู่ด้านใต้ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนกระดูกวาฬทั้งตัว หายและแตกหักเพียงส่วนปลายหาง

ระหว่างที่ขุดเป็นช่วงที่มีฝน และน้ำท่วมขัง รู้สึกตกใจว่าตัวอย่างจะพังเสียหายหรือไม่ ก่อนขุดต่อจึงต้องวิดน้ำออก ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.ให้ความสนใจ ได้ไปเยี่ยมชมที่ไซต์งาน และบอกว่า ตัวใหญ่จริง

ขั้นตอนแรก ๆ มีการใช้เฝือกอ่อน เมื่อถึงส่วนกะโหลกที่มีขนาดใหญ่มาก ความยาวประมาณ 3เมตร กว้างเมตรกว่าๆ ต้องใช้กระสอบป่านชุบปูนปาสเตอร์ พร้อม ๆ กับขนย้ายตัวอย่างบางส่วนมาที่ปทุมธานี และกลับไปเคลื่อนย้ายกระโหลกเป็นชิ้นสุดท้าย รู้สึกตื่นเต้นมากตอนที่ใช้แบคโฮยกขึ้นมา 

อ่านข่าวเพิ่ม รู้จัก “วาฬอำแพง” อายุ 3,380 ปี ฟอสซิลวาฬตัวแรก

ภาพประกอบข่าว ขุดอดีต “หอย-หิน” สู่อาชีพนักธรณี

วาฬบรรพบุรุษ สู่คำตอบทะเลถอยร่น 15 กม.

นอกจากนี้ ยังมีการรังวัด ทำให้รู้ว่าฟอสซิลวาฬอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 6.5 เมตร ส่วนอีกทีมหนึ่งจะใช้เครื่องเจาะมือหมุนขุดลึกลงไปได้ 10 กว่าเมตร นำตะกอนขึ้นมาและจดบันทึกว่าตะกอนมีสีอะไรบ้าง ขนาดเท่าใด ทำให้ทราบว่า ชั้นดินด้านล่างเป็นตะกอนชั้นดินบางกอก เป็นตะกอนทะเลโบราณ ซึ่งไซต์งานนี้ห่างจากชายทะเลปัจจุบัน 15 กิโลเมตร

เมื่อประมาณ 8,000 ปีก่อน น้ำทะเลเคยท่วมไปถึงสิงห์บุรี อ่างทอง และช่วง 7,000-6,000 ปีก่อน น้ำทะเลค่อยๆ ถอยร่นลงมา โดยทิ้งตะกอนทะเลโบราณสะสมตัวอยู่ มีหลักฐาน เช่น ซากดึกดำบรรพ์หอยนางรมยักษ์ที่วัดเจดีย์หอย อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จากนั้นน้ำทะเลก็ถอยร่นลงมาจนกระทั่งปัจจุบัน

ทั้งนี้ ได้ส่งเศษชิ้นส่วนกระดูกวาฬไปทำแล็บที่สหรัฐอเมริกา โดยหาจากคาร์บอนในกระดูก พบว่ามีอายุ 3,380 ปี สามารถอธิบายได้ว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 4,000-3,000 ปีก่อน น้ำทะเลท่วมสูงไปถึงพื้นที่อ.บ้านแพ้ว เป็นอีกหลักฐานหนึ่งว่าวาฬบรูด้า มีถิ่นอาศัยในพื้นที่อ่าวไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจุบัน

ภาพประกอบข่าว ขุดอดีต “หอย-หิน” สู่อาชีพนักธรณี

จำลองชิ้นส่วน "วาฬอำแพง" เพื่อการอนุรักษ์ 

ด้วยความที่ชิ้นตัวอย่างวาฬอำแพงมีอายุน้อยทางธรณีกาล และมีความเปราะบางมาก การทำพิมพ์จำลองจากชิ้นตัวอย่างจริง จึงค่อนข้างยากและเสี่ยงต่อการทำให้ชิ้นตัวอย่างเสียหายได้ ดังนั้น เพื่อการอนุรักษ์และป้องกันความเสียหายของชิ้นตัวอย่างวาฬอำแพง กรมทรัพยากรธรณี จึงได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลชิ้นตัวอย่างวาฬอำแพงในรูปแบบสามมิติ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์

ปัจจุบัน ได้ดำเนินการจัดทำชิ้นตัวอย่างจำลองพร้อมแต่งสีเสมือนจริงแล้วเสร็จ โดยมีการจำลอง 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดเท่าจริง (1:1) ขนาดย่อส่วน (1:6) และขนาดย่อส่วน (1:10) เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยและการจัดแสดงเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่เยาวชนและประชาชนผู้สนใจได้ศึกษาข้อมูล และตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกอีกด้วย
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครั้งแรกในไทย! ขึ้นทะเบียนฟอสซิล "วาฬบรูด้า" อายุ 3,380 ปี

ไขปริศนาอายุ “วาฬอำแพง” บ่งชี้ 3,380 ปีก่อน "บ้านแพ้ว" เป็นทะเล