ไทยมุ่งยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573

สังคม
1 ธ.ค. 65
14:51
73
Logo Thai PBS
ไทยมุ่งยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573
อ่านข่าวให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

ไทยมุ่งยุติปัญหาโรคเอดส์ภายในปี 2573 ตัวเลขคนไทยติดเชื้อเอชไอวีใหม่ในปี 2564 เฉลี่ยวันละ 18 คน เสียชีวิตวันละ 26 คน อภ.พัฒนายาต้านไวรัสสูตรใหม่ เพื่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและเข้าถึงยาอย่างเท่าเทียม

วันที่ 1 ธ.ค. ของทุกปี องค์การอนามัยโลกกำหนดเป็น "วันเอดส์โลก" เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคเอดส์ การยอมรับและเข้าใจผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปีนี้ยูเอ็นเอดส์ ชูประเด็นรณรงค์ คือ "Equalize : ทำให้เท่าเทียม" ไทยได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่า ด้วยการยุติปัญหาเอดส์ปี 2560 - 2573 มีเป้าหมายหลัก 3 ประการคือ ไม่ติด ไม่ตาย ไม่ตีตรา ด้วยการลดจำนวน ผู้ติดเชื้อเอชไอวีใหม่ไม่ให้เกิน 1,000 คนต่อปี ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ไม่เกิน 4,000 คนต่อปี และสุดท้ายลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติเนื่องจากเอชไอวีให้เหลือไม่เกินร้อยละ 10

สถานการณ์เอชไอวี/เอดส์ประเทศไทยในปี 2564 คาดว่า มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีใหม่ 6,500 คน/ปี หรือเฉลี่ย 18 คน/วัน ผู้เสียชีวิต 9,300 คน/ปี หรือเฉลี่ย 26 คน/วัน และมีผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ 520,000 คน โดยผู้ติดเชื้อใหม่ร้อยละ 97 เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน

และจากการสำรวจทัศนคติที่มีต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปี 2562 พบว่า คนไทยมีทัศนคติการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีร้อยละ 26.7 ยังสูงกว่าเป้าหมาย ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ปี 2573 ซึ่งส่งผลต่อการเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพทั้งด้านการป้องกันและการดูแลรักษา

นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด "Equalize : ทำให้เท่าเทียม" ว่าได้มุ่งเน้นการจัดบริการเพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์ในการเข้าถึงบริการป้องกัน การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และบริการรักษาด้วยยาต้านไวรัสจนสามารถกดไวรัสได้สำเร็จ โดยสร้างความตระหนักและความเข้าใจอย่างถูกต้องว่า เอดส์เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นทุกบริการที่เกี่ยวเนื่องกับเอชไอวี/เอดส์ เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายอย่างเท่าเทียม นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

อภ.พัฒนายาสูตรผสมต้านไวรัสตับอักเสบซี

ขณะที่องค์การเภสัชกรรม ได้วิจัยและพัฒนายาสูตรผสมขึ้นชื่อยาเม็ดจีพีโอเฮบ-ซี (GPO-Hep C) ในรูปแบบยารับประทาน ซึ่งเป็นสูตรผสมระหว่าง ยาเม็ดโซฟอสบูเวียร์ขนาด 400 มิลลิกรัม และยาเม็ดเวลพาทาสเวียร์ ขนาด 100 มิลลิกรัม ที่สามารถใช้รักษาโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้ทุกสายพันธ์ เพิ่มความสะดวกในการรับประทานยาของผู้ป่วย ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้นและลดปัญหาการดื้อยา โดยลดจำนวนเม็ดยาจากวันละ 2 เม็ด 1 ครั้ง เหลือเพียงวันละ 1 เม็ด

ทั้งนี้ ยาสูตรผสมดังกล่าวนำไปใช้ในการรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยบัตรทองและผู้ป่วยในระบบประกันสังคมแล้ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นายกฯ ย้ำไทยมุ่งมั่นยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของไทยที่มุ่งมั่นยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 โดยกำหนดยุทธศาสตร์ในระยะยาว 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

1.เร่งรัดจัดชุดบริการที่มีประสิทธิผลสูงให้ครอบคลุมประชากรที่อยู่ใน สภาวะเสี่ยง

2.ยกระดับคุณภาพและบูรณาการป้องกันให้เข้มข้นและยั่งยืน

3.พัฒนาและเร่งรัดการรักษาให้มีคุณภาพรอบด้าน

4.มีกลไกการคุ้มครองสิทธิ์เพื่อลด การรังเกียจ การเลือกปฏิบัติ

5.การลงทุน เพื่อประสิทธิภาพการจัดการในทุกภาคและทุกระดับ

6.ส่งเสริมและพัฒนาการเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและงานวิจัย อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสำหรับคุณ

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ