“วงแชร์-เงินกู้” ประตูสู่ความตาย | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

“วงแชร์-เงินกู้” ประตูสู่ความตาย

อาชญากรรม
27 เม.ย. 66
17:30
1,009
Logo Thai PBS
“วงแชร์-เงินกู้” ประตูสู่ความตาย

ผลชันสูตรศพ พ.ต.ต.หญิง นิภา หรือ “สารวัตรปู” สว.กก.6 กองบังคับการอำนวยการตำรวจสอบสวนกลาง จากอาการวูบคาเก้าอี้ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2566 จากโรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่า มีสารไซยาไนด์ในเลือด ไม่ต่างจากผลชัตรสูตรศพ ของ น.ส.ศิริพร หรือ “ก้อย” อายุ 32 ปี ที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2566

อ่านข่าว : สางปม "ตายปริศนา" คดีวางยา "ไซยาไนด์"

ห่างเพียง 2 สัปดาห์ ทั้ง “สารวัตรปู” และ “ก้อย” จบชีวิตในลักษณะคล้ายๆ กัน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกวัน เวลา ชัดเจน

“สารวัตรปู” เดินมาด้วยอาการปกติ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้สีแดงหน้าวัดพระปฐมเจดีย์ มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ และนั่งลงข้างๆ เวลาไม่นาน “สารวัตรปู” มีอาการคอตก และค่อยๆ ล้มลงจากเก้าอี้

ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพ หญิงสาวที่เชื่อว่าน่าจะเป็น “น.ส.สรารัตน์” หรือ “แอม” ยืนมองนิ่งๆ และเดินหายไป ก่อนจะมีคนเข้ามาให้ความช่วยเหลือนำส่ง รพ.นครปฐม

ต่อมา “สารวัตรปู” เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ญาติยืนยันว่า “สารวัตรปู” อยู่กับ “แอม” เป็นคนสุดท้าย โดยนัดกินข้าวกันก่อนจะเกิดเหตุเศร้า

มีข้อมูลว่า วันที่ 31 มี.ค. ก่อนหน้าที่ “สารวัตรปู” ไปเบิกเงินจากธนาคารจำนวน 140,000 บาท และวันที่ 1 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่เสียชีวิต

เงิน 140,000 บาท และเงินติดตัวอีก 10,000 บาท หายไป ญาติค้นที่บ้านและในรถแล้วไม่พบ

ขณะที่ “ก้อย” น.ส.ศิริพร ซึ่งไปทำบุญปล่อยปลา กับ “แอม” ที่ท่าน้ำบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งมีอาการวูบ หมดสติก่อนเสียชีวิต

ทางครอบครัวให้ข้อมูลว่า “ก้อย” รู้จักกับ “แอม” ผ่านวงแชร์ และ “แอม” เคยยืมเงิน “ก้อย” ไปจำนวน 50,000 บาท และไม่มีใครทราบว่ามีการใช้เงินคืน “ก้อย” หรือยัง

แม้ น.ส.สรารัตน์ หรือ “แอม” จะถูกแจ้งข้อหาหนัก ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปฝากขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางตั้งแต่ค่ำวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ “แอม” ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำตัดสิน

ปริศนา “วงแชร์-เงินกู้” ประตูสู่ความตาย

15 รายชื่อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เริ่มปรากฏหลักฐานชัด เมื่อพบว่า ทุกคนที่รู้จักกับ “แอม” ล้วนเกี่ยวข้องกับวงจรแชร์ และเงินกู้นอกระบบ

โดยเฉพาะลูกแชร์ในวงที่ “แอม” เป็นท้าวแชร์ พบมี 3 รายเสียชีวิต คือ นางรสจรินทร์ หรือ “เจ้น้อย” และ นางผุสดี หรือ “ครูอ๊อด” (2 รายนี้เป็นคดีใหม่) และ ร.ต.อ.หญิง กานดา หรือ “ผู้กองนุ้ย”

ส่วนผู้ร่วมวงแชร์อีก 2 รายคือ “แต้ว” และ “มิ้งค์” รอดชีวิตอย่างหวุดหวิดจำนวนนี้มี 2 คนแรกเสียชีวิตในวันเดียวกัน คือ 10 ส.ค.2565

นางรสจรินทร์ หรือ “เจ้น้อย” เจ้าของแผงผักตลาดมหาชัย มีข้อมูลจากญาติว่า “แอม” ซื้อสลัดผัก ขนมและน้ำชงถุงมาฝาก หลังการเสียชีวิตใบมรณบัตรระบุว่า มีอาการเลือดเป็นกรด และ ร.ต.อ.หญิง กานดา หรือ “ผู้กองนุ้ย” เสียชีวิตด้วยอาการระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจล้มเหลว ที่บริเวณห้างโกลบอล นครปฐม

โดยวันเกิดเหตุ “แอม” ชวน “ผู้กองนุ้ย” ไปหาหมอดู แถวมหาชัย จ.สมุทรสาคร ส่วนนางผุสดี หรือ “ครูอ๊อด” เสียชีวิตวันที่ 20 พ.ย.2565 ญาติเล่าว่า “ครูอ๊อด” ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวอยู่แล้ว แต่อาการคงที่ ก่อนตายไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งที่ จ.นครปฐม ไม่ทราบไปกับใคร ญาติพบว่า ขณะเสียชีวิต มีอาการชักเกร็ง น้ำลายฟูมปาก มือเกร็ง หลังเสียชีวิต “แอม” ไปทวงเงินอ้าง “ครูอ๊อด” เป็นหนี้อยู่ 700,000 บาท 

สำหรับวงแชร์ที่ “แอม” เป็นเท้า มีเงินต้น 100,000 บาท ส่งราย 5 วัน และส่งทุกวันศุกร์ ส่งมือละ 15,000 บาท และเปียส่งดอกให้เท้าแชร์ อั้นดอก 4,000 บาท

“ลูกแชร์”เผยเหตุพ้นเงื้อมมือมัจจุราช

“แต้ว” ผู้รอดชีวิตจากไซยาไนด์ เล่าว่า รู้จัก “แอม” ผ่านรุ่นพี่ โดยแอมได้ชวนทำธุรกิจ ลงทุนขายหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ ช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด และได้เงินกลับมา ต่อมา  “แอม” ชวนเล่นแชร์จึงขอเป็นมือสุดท้ายเพราะอยากได้ดอก และจ่ายเงินวงแชร์มาตลอด

“ช่วงหนึ่งวงแชร์เงียบไป ถาม “แอม” ได้รับคำตอบว่า คนอื่นๆ ส่งเงินผ่านส่วนตัว ครั้งแรกจ่ายดอกแชร์ไปเมื่อวันที่ 5 ส.ค.2565 “แอม” ได้ไป

ต่อมาวันที่ 10 ส.ค.2565 “แอม” บอกว่า “เจ้น้อย” ตาย ต้องยุบวงแชร์ เลยขอเงินคืน เขาโอนเงินมาให้”

“แต้ว” บอกว่า แม้ “แอม” จะคืนเงินที่ส่งแชร์มาให้ แต่ขอยืมกลับไป 50,000 บาท โดยอ้างว่า “เจ้น้อย” ยืมเงินไปและไม่ได้คืน และจะคุยกับแฟน “เจ้น้อย” เพื่อขอเงินเพราะทราบว่า คนตายทำประกันชีวิตไว้ ส่วนเงินที่ “แอม” ยืมไปจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้คืน

นอกจากนี้ ยังชอบไปไหนมาไหนกับครอบครัวมากกว่าจะไปกับคนอื่นๆ และไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ ทรงเจ้า จึงทำให้เป็นผู้รอดจากเหตุการณ์นี้

ร้านยา “โพธาราม” โยงไซยาไนด์ ?

ขวดยาที่มีน้ำสีดำบรรจุ ถูกเผารวมกับของขยะที่ป่าละเมาะ หลังบ้านพักอดีตสามีของ “แอม” เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บไปตรวจแล้ว เช่นเดียวกับถุงขยะสีดำที่กลุ่มวัยรุ่น นำมามอบให้ตำรวจ หลังที่ “แอม” จ้างให้นำไปทำลายหลักฐานสำคัญดังกล่าว รอการยืนยันว่า เกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ข้อมูลพบว่าพี่สาวของ “แอม” อยู่ในพื้นที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี จึงให้ชุดสืบสวนไปค้นหาพยานหลักฐานว่า มีความเชื่อมโยงกับ “แอม” หรือไม่ และเบื้องต้นตั้งข้อสงสัยว่า “แอม” น่าจะเรียนรู้เรื่องยาจากพี่สาว และตำรวจจะเรียกพี่สาวมาสอบด้วย

“ผู้รอด” จากคดีปริศนาไซยาไนด์

“ปลา” คือ คนหนึ่งที่รอดชีวิต “ปลา” กับ “แอม” รู้จักกันเพราะสามีของทั้งคู่เป็นตำรวจ และเพื่อนร่วมรุ่น นายร้อยตำรวจรุ่น 60 และ “ปลา” ยังเป็นเจ้าหนี้ของ “แอม” ด้วย

“ปลา” ให้ข้อมูลว่า เมื่อเดือน ก.ย.2565 “ปลา” ได้ขอยืมเงินไป 250,000 บาท มีการนัดพบกัน ช่วงนั้นเพิ่งหายป่วยจากโควิด-19 ยังมีอาการไอ “แอม” จึงนำยาสมุนไพรมาให้ที่บ้าน โดยอ้างว่าเป็นยาที่ได้จากร้านขายยาของพี่สาว

โดยยาสมุนไพรดังกล่าวมีเป็นลักษณะแคปซูล เมื่อ “ปลา” ทานยาเสร็จก็ขับรถออกไปหา “แอม” เพราะนัดกันไว้ที่ ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน แต่ระหว่างทาง “ปลา” มีอาการหายใจไม่ออก มือแข็งเกร็ง จึงโทรศัพท์ขอให้ “แอม” ช่วยขับรถมาหา แต่ “แอม” ตอบกลับว่า “หลงทาง”

“ปลา” จึงโทรหาสามี พร้อมโทรฯแจ้ง 1669 และทีมแพทย์ฉุกเฉิน โดยเธอพยายามลงจากรถ เพื่อที่จะเดินไปที่รถกู้ชีพ แต่หมดสติล้มลง แพทย์จึงปั๊มหัวใจ เนื่องจากขณะนั้นตรวจชีพจรไม่พบสัญญาณชีพ

“หลังฟื้นขึ้นมา แพทย์บอกว่า หยุดหายใจไปแล้ว แต่แพทย์ปั๊มหัวใจกู้สัญญาณชีพได้ เพราะมาถึงเร็ว..และเมื่อพ้นขีดอันตราย ไม่ได้ตรวจสุขภาพและไม่ได้ตรวจเลือด เพราะไม่คิดว่าจะมีผู้ทำให้เกิดอาการดังกล่าว” ปลาระบุ

เป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าเหตุใดจึงมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับ “ก้อย” และคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัว “แอม” และ สงสัยว่า ตัวเอง อาจจะถูกกระทำแบบเดียวกัน จึงตัดสินใจแจ้งความกับตำรวจ

 ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

แจ้งข้อหาเพิ่ม "แอมไซยาไนด์" คดีสารวัตรปู พบโยงอีก 1 ยอดพุ่ง 12 คน

วันแรกในเรือนจำ "แอม" เครียด-ความดันขึ้น" เข้ารพ.ราชทัณฑ์

วิเคราะห์คดีวางยาไซยาไนด์ กับพฤติการณ์ "ฆาตกรต่อเนื่อง"

หลักฐาน "แอม"จ้างวัยรุ่นทำลายขวดไซยาไนด์ ขยายผลร้านซื้อ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง