มติก้าวไกลไม่โหวตนายกฯรัฐบาลผสมข้ามขั้ว ชี้ขัดเจตนารมณ์ ปชช.

การเมือง
15 ส.ค. 66
17:04
9,984
Logo Thai PBS
มติก้าวไกลไม่โหวตนายกฯรัฐบาลผสมข้ามขั้ว ชี้ขัดเจตนารมณ์ ปชช.
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
สส.พรรคก้าวไกล มีมติเอกฉันท์ ไม่โหวตให้กับแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย ระบุตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้ว ขัดเจตนารมณ์ประชาชน

วันนี้ (15 ส.ค.2566) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุว่า ที่ประชุม สส.พรรคก้าวไกล มีมติเอกฉันท์ ไม่โหวตให้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลผสมข้ามขั้ว เพราะพรรคก้าวไกลไม่ต้องการมีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลในลักษณะที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ด้วยเหตุผล 3 ข้อ คือ

1. รัฐบาลผสมข้ามขั้วที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีการนำพรรครัฐบาลขั้วเดิมเกือบทั้งหมดมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย เท่ากับขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงออกอย่างชัดเจนในวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 ว่า ต้องการพลิกขั้วรัฐบาล

2. การที่พรรคก้าวไกลจะโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐบาลผสมข้ามขั้วนี้ ไม่ใช่การปิดสวิตช์ ส.ว. ตามที่มีการกล่าวอ้าง แต่เป็นการเดินตาม ส.ว. เพื่อปิดสวิตช์ก้าวไกล เพราะหากทุกพรรคการเมือง มีเจตนาที่จะปิดสวิตช์ สว. และเคารพเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง ก็ต้องแสดงออกโดยการโหวตให้รัฐบาลเสียงข้างมากที่จัดตั้งโดยก้าวไกลตั้งแต่แรก ไม่ใช่การจัดตั้งรัฐบาลตามความต้องการของ สว. และอ้างว่าปิดสวิตช์ สว.

3. แม้ขณะนี้จะยังไม่มีความชัดเจนเรื่ององค์ประกอบคณะรัฐมนตรี แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าหน้าตาคณะรัฐมนตรีจะไม่แตกต่างจากรัฐบาลเดิมมากนัก พรรคก้าวไกลไม่เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลโดยเกรงใจผู้มีอำนาจแต่ไม่เกรงใจประชาชน จะผลักดันวาระที่ก้าวหน้าและนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริงได้

พรรคก้าวไกลยืนยันอีกครั้งว่า การไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีผสมข้ามขั้วนั้น เราไม่ได้พิจารณาบนพื้นฐานของคุณสมบัติของตัวแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการตัดสินใจบนจุดยืนทางการเมือง และคำสัญญาที่พรรคก้าวไกลได้ให้ไว้กับประชาชนคือ “มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา” ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ซึ่งพรรคก้าวไกลไม่สามารถตระบัดสัตย์ต่อประชาชนได้

ทั้งนี้ สส.เขต ยังได้สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ว่า ไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วในลักษณะนี้ พร้อมกันนี้มองว่า ต้องดูสถานการณ์การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และการจัดตั้งรัฐบาลในระหว่างนี้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะการโหวตอาจจะไม่ได้จบภายในครั้งเดียว แต่ประเด็นสำคัญในวันนี้คือพรรคก้าวไกลมีมติไม่โหวตให้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย

ส่วนจะสามารถกลับมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ได้อีกหรือไม่นั้น นายชัยธวัช ย้ำว่า ความเห็นในตอนนี้เป็นเรื่องของการโหวตนายกรัฐมนตรี ตามจุดยืนของพรรคก้าวไกลที่จะต้องทำทุกอย่างให้สอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชน ซึ่งการที่พรรคเพื่อไทยยังไม่มีความชัดเจนว่า จะมีพรรคการเมืองใดร่วมรัฐบาลด้วยยิ่งทำให้เกิดความคลุมเครือและสร้างความไม่เชื่อใจให้กับประชาชน

ส่วนกรณีการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องญัตติการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีซ้ำนั้น นายชัยธวัชมองว่า เป็นคนละประเด็นกัน ทั้งนี้พรรคก้าวไกลก็จะผลักดันให้สภาฯ ทบทวนมติ และยืนยันว่า จะไม่มีการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แข่งในการโหวตนายกฯ

ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าทิศทางการโหวตของพรรคก้าวไกล จะโหวตไม่เห็นด้วย หรือ งดออกเสียง แต่ที่ชัดเจนคือจะไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และเป็นโจทย์ที่ทางพรรคเพื่อไทยจะต้องแก้ไขเอง ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้เป็นคนละเงื่อนไขกับช่วงที่พรรคก้าวไกลกับเพื่อไทยจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าไม่ใช่การหักหลังพรรคเพื่อไทย

พร้อมย้ำว่า ไม่มีประเด็นการต่อรองใดๆ กับทางพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ยึดมั่นในจุดยืนของพรรคตามเหตุผล 3 ข้อ และในอนาคตหากพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านและต้องมีการผลักดันวาระที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ก็เชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ จะสนับสนุนพรรคก้าวไกล โดยไม่จำเป็นต้องมีการทำข้อตกลงกันก่อน

ส่วนกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้มาร่วมพูดคุยกับหัวหน้าและแกนนำพรรคก้าวไกลเพื่อขอคะแนนเสียงโหวตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้มีการต่อสายพูดคุยกันอีก เพราะพรรคเพื่อไทยเคารพในจุดยืนของพรรคก้าวไกล รวมทั้งท่าทีในการโหวตนายกรัฐมนตรีที่เป็นเอกสิทธิ์ของพรรคก้าวไกล

แต่ย้ำว่าการพูดคุยกันเป็นเรื่องปกติ ถ้าสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนแปลงไปก็อาจจะมีการพูดคุยกันอีก หรือแม้ว่าสถานการณ์การเมืองจะไม่เปลี่ยนแต่ถ้าหากมีเรื่องใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ก็สามารถแสวงหาความร่วมมือกันได้อีก เพราะการพูดคุยเป็นเรื่องปกติตามระบบการทำงานในสภา

พร้อมย้ำว่าการที่พรรคก้าวไกลไม่โหวตให้กับนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เรื่องของคุณสมบัติส่วนตัว แต่เป็นไปตามเจตจำนงและหลักการของการเลือกตั้ง รวมทั้งไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนายเศรษฐา ทวีสิน

ทั้งนี้พรรคก้าวไกลยังไม่ได้มีการหารือเพื่อเตรียมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะต้องรอให้เสร็จสิ้น กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

"ภูมิธรรม" มั่นใจโหวตนายกฯ ครั้งเดียวจบ ขอเป็นหินก้อนแรกสร้างทางใหม่

"จุรินทร์" โต้ปรับเบี้ยผู้สูงอายุ ย้ำ ปชป.จุดยืนเดิมไม่มีคุยร่วมเพื่อไทย

"อนุทิน" ไม่กังวลโควตา รมต. เชื่อจัดสรรลงตัวก่อนวันโหวตนายกฯ

"ไผ่ ลิกค์” ฟุ้งได้สว. 7 เสียงเพิ่มหนุนแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง