"เสี่ยแป้ง นาโหนด" และคนดัง-คดีเด็ด ติดเทรนด์ข่าวส่งท้ายปี 2566 | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

"เสี่ยแป้ง นาโหนด" และคนดัง-คดีเด็ด ติดเทรนด์ข่าวส่งท้ายปี 2566

อาชญากรรม
20 ธ.ค. 66
07:31
2,404
Logo Thai PBS
"เสี่ยแป้ง นาโหนด" และคนดัง-คดีเด็ด ติดเทรนด์ข่าวส่งท้ายปี 2566
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ตลอดปี 2566 เมืองไทยมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นหลายเหตุการณ์และหลายเรื่องเป็นกระแสในโลกออนไลน์ ส่งผลให้บุคคลที่ปรากฏในข่าวกลายเป็นที่รู้จัก บางคนมีชื่อติดเทรนด์ข้ามวันข้ามคืน

ประเดิมเรื่องแรกสะเทือนวงการสีกากี ปฎิเสธไม่ได้ว่า "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. คือนายตำรวจคนดังที่มักปรากฏอยู่ในหน้าสื่อบ่อยครั้งกว่าอดีตผู้บังคับบัญชา "บิ๊กเด่น" พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ และ "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เนื่องจากทุกครั้งที่เกิดคดีใหญ่ระดับประเทศ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มักจะเข้าไปบัญชาการอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคดี "ตู้ห่าว" ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุนจีนสีเทา, คดีแอมไซยาไนท์ ที่มีการวางยาผู้เสียชีวิตมากกว่า 10 คน และคดีดังยิง "สารวัตรแบงค์" พ.ต.ต. ศิวกร สายบัว อดีต สว.ส.ทล.1 บก.2 บก.ทล. เสียชีวิต ในงานเลี้ยงที่บ้านกำนันนก "ประวีณ จันทร์คล้าย" ใน อ.เมือง จ.นครปฐม

แต่เหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกและไม่ทันตั้งตัวให้ "บิ๊กโจ๊ก" คือ กรณีถูกตำรวจไซเบอร์และคอมมานโด พร้อมอาวุธครบมือ นำหมายศาลขอเข้าค้นบ้านในซอยวิภาวดี 60 ช่วงเช้าวันที่ 25 ก.ย. โดยภาพที่ปรากฏ "บิ๊กโจ๊ก" ในชุดนอนสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น สวมถุงเท้าสั้นสีขาว ออกมายืนดูการเข้าค้นบ้านพัก แม้จะไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย หากเหตุการณ์นี้เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ลูกน้องคนสนิท ซึ่งเป็นตำรวจรอบกาย "บิ๊กโจ๊ก" ถูกเรียกสอบ หลังตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ พบมีเส้นทางธุรกรรมการเงินโยงกับ "มินนี่" เจ้าแม่เว็บพนันออนไลน์

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก

แม้อีกมุมหนึ่ง การค้นบ้านบิ๊กโจ๊กถูกมองเป็นการเตะตัดขา เพราะ "บิ๊กโจ๊ก" มีชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดต ผบ.ตร.คนที่ 14 แต่มีความอาวุโสน้อยที่สุดในบรรดาเหล่านายพลแคนดิเดตทั้งหมด และสุดท้ายเป็น "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ที่ได้นั่งตำแหน่ง ผบ.ตร. จากนั้นไม่นานมีการจัดสรรภาระงานใหม่ "บิ๊กโจ๊ก" ถูกย้ายจากงานสืบสวนสอบสวนที่ต้องดูแลกองบัญชาการทุกภาคทั่วประเทศ มาดูงานด้านความมั่นคงแทน รับงานแรกพบม็อบนิคมฯ จะนะ

หากกล่าวถึง "บิ๊กโจ๊ก" ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะไม่เอ่ยถึง "บิ๊กต่อ" หลังจากที่ประชุม ก.ตร.มีมติเลือก "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ นั่งตำแหน่งแม่ทัพสีกากี เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งกับ "บิ๊กโจ๊ก" แต่ผ่านมาได้เพียง 2 วันก็มีภาพ 2 บิ๊ก "ต่อ-โจ๊ก" เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย โดยทั้งสองจับมือกันในห้องทำงานที่กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ย่านเมืองทอง "บิ๊กโจ๊ก" ยังหวานเจี๊ยบเหมือนเดิม บอกว่ามายินดีกับพี่ต่อที่ได้เป็น ผบ.ตร.คนใหม่

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล หรือ บิ๊กต่อ

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล หรือ บิ๊กต่อ

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล หรือ บิ๊กต่อ

ถัดจากนั้นอีกประมาณ 1 สัปดาห์ "พี่ต่อ" ก็จัดสรรงานใหม่ให้ "น้องโจ๊ก" ย้ายจากการคุมงานด้านสืบสวนสอบสวนไปรับภาระกิจงานด้านความมั่นคง โดยระบุว่าเป็นงานสำคัญของรัฐบาลใหม่ที่ต้องโชว์สกิลทั้งงานด้านต่างประเทศและภายในประเทศ

ขณะที่ "บิ๊กต่อ" ก็ปรากฏตัวในแทบทุกงาน ประเดิมงานร้อนด้วยคดีเด็ก 14 ยิงในสยามพารากอน จนทำให้ชาวต่างชาติเสียชีวิต 2 คน และลงพื้นที่เคลียร์ข้อขัดแย้งระหว่างวัดบางคลาน เมืองพิจิตร ที่มี สว.กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ และเจ้าอาวาสคนใหม่ จนฉากสุดท้ายก็จบได้สวย เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายต่างยอมอยู่ในที่ตั้ง แต่ระยะยาวต้องจับตาดูต่อไปว่าจะเปิดศึกระลอกใหม่ขึ้นมาอีกหรือไม่

ภาพบิ๊กโจ๊กเข้าแสดงความยินดีกับบิ๊กต่อ ปรากฏบนโซเชียลมีเดีย

ภาพบิ๊กโจ๊กเข้าแสดงความยินดีกับบิ๊กต่อ ปรากฏบนโซเชียลมีเดีย

ภาพบิ๊กโจ๊กเข้าแสดงความยินดีกับบิ๊กต่อ ปรากฏบนโซเชียลมีเดีย

#ทักษิณกลับไทย ติดเทรนด์ในโซเชียลฯ ข้ามวัน จนเช้าวันที่ 22 ส.ค. "ทักษิณ ชินวัตร" บินเครื่องส่วนตัวแลนดิ้งถึงสนามบินดอนเมือง กลับมาเหยียบแผ่นดินไทยในรอบ 17 ปี โบกมือทักทายมวลชนเสื้อแดงที่มาต้อนรับอุ่นหนาฝาคั่ง จากนั้นก็ดิ่งไปรับหมายศาลฎีกาและเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่อยู่ได้เพียง 12 ชั่วโมงก็ถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาลตำรวจในคืนนั้น

ต่อมาอีก 9 วัน "ทักษิณ" ยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ และได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ เหลือจำคุก 1 ปีจาก 8 ปี และจนถึงบัดนี้ "ทักษิณ" นอนนานมากว่า 3 เดือนแล้วก็ยังไม่มีใครเห็นเงาทักษิณ ยกเว้นในวันที่ถูกเจ้าหน้าที่ รพ.ตำรวจ จับใส่รถเข็นเพื่อส่งไปห้องผ่าตัด

แต่แล้วเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก็มีเหตุท้าทายกระบวนการยุติธรรม เมื่อนายสหการ เพชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งกรมราชทัณฑ์ร่อนหนังสือแจกทุกจังหวัด แจ้งระเบียบใหม่ที่เพิ่งคลอดมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ให้นักโทษที่เข้าเกณฑ์ออกไปคุมขังนอกเรือนจำได้

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะที่กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์ ยังคงวางเฉยและหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามใดๆ ในเรื่องดังกล่าว เช่นเดียวกับนายกฯ นิด "เศรษฐา ทวีสิน" ถือโอกาสหลบลมร้อนไปพักผ่อนยาวที่ จ.ภูเก็ต เพื่อที่จะไม่ได้ตอบคำถามใดๆ หลังจากมีกระแสข่าวร้อนว่าอดีตนายก "ทักษิณ ชินวัตร" ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ อาจจะได้รับสิทธิคุมขังนอกเรือนจำ กลับไปอยู่บ้านในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้

ทักษิณ ชินวัตร

ทักษิณ ชินวัตร

ทักษิณ ชินวัตร

ส่วนฟากฝั่งการเมืองก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน "นายกฯ นิด" เศรษฐา ทวีสิน ตัวแทนพรรคเพื่อไทยที่ฝ่ากระแสด้อมส้มฉีก MOU เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ประกาศจับมือข้ามขั้วกับอดีตคู่ขัดแย้งเดิม พปชร. ภายใต้การนำของ "ลุงป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ รทสช.ของ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้จะมีข้อครหาว่าเป็นนอมินีของ "ทักษิณ ชินวัตร" แต่เศรษฐาก็บ่ยั่น เดินสายเจรจาทั้งในและนอกประเทศ

แม้ก่อนหน้านี้จะถูกทอร์นาโดลูกใหญ่ "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" วิ่งพุ่งชนหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องซื้อขายที่ดินแสนสิริใจกลางทองหล่อ สมัยเป็นซีอีโอ แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โนสนโนแคร์ พร้อมกับตอบโต้ไม่ยั้ง แถมยังจูงมือ "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปลุกกระแสซอฟท์พาวเวอร์ หนีคำถามเรื่องระเบียบราชทัณฑ์ที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่าเอื้อประโยชน์ให้คนป่วยชั้น 14 รพ.ตำรวจ

ยังไม่จบแค่นี้ เพราะนายกฯ นิดยังมีเรื่องร้อนๆ ตามหลอกหลอนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 ที่มีเสียงวิจารณ์ว่ากู้มาแจก จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินมาจากไหนและจะแจกได้เมื่อไหร่ รวมทั้งปม "ตั๋วเพื่อไทย" ที่หลุดปากกลางวงประชุมพรรคเรื่องขอตำแหน่งผู้กำกับ ก่อนออกมาแก้เกี้ยวทีหลังว่าไร้อำนาจและไม่เคยแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ จนมาถึงกรณีใช้กำลังตำรวจจีนลาดตระเวนร่วมตำรวจไทย ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

ล่าสุดเจอเผือกร้อนปัญหาการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2-16 บาทที่ทำให้นายกฯ ออกอาการหงุดหงิด เพราะนโยบายเดิมของเพื่อไทยขณะหาเสียงประกาศชัดว่าจะขึ้นค่าแรงเป็นวันละ 600 บาท แต่ยังทำไม่ได้ คาดว่าแรงงานต้องร้องเพลงรอว่าในปีหน้าฟ้าใหม่มาลุ้นกันอีกรอบว่าจะได้ปรับเพิ่มอีกกี่บาท

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ส่วนรัฐมนตรีที่สร้างเซอร์ไพรส์ คือ "ชาดา ไทยเศรษฐ์" มือใหม่ป้ายแดง ในฐานะรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคลองหลอด ปรากฏภาพในสื่อออนไลน์นั่งสอบปากคำเยาวชนอายุ 14 มือยิงในห้างพารากอน พร้อมด้วย "บิ๊กต่อ" ผบ.ตร. จนอดีต สส.จากพรรคก้าวไกล โพสต์เหน็บแรงว่า ไม่ใช่กิจของ รมช.

นอกจากนี้ "ชาดา" ยังโชว์ภาพปราบผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ ผลพวกจากคดี "กำนันนก" ที่ "อนุทิน ชาญวีรกูล" รมว.มหาดไทย การันตีว่า ชาดากล้าชน!

แต่แล้วก็สะดุดขาตัวเองเกือบหัวคะมำเพราะลูกเขย นายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรี ต.ตลุกดู่ จ.อุทัยธานี ถูกตำรวจ ปปป.จับกุมกรณีเรียกรับเงินจากผู้รับเหมา 2 โครงการรวม 600,000 บาท เรื่องนี้ "ชาดา" ไม่ปล่อยไว้นาน สั่งลูกเขยโชว์สปิริตลาออกจากตำแหน่ง เปิดทางจังหวัดเลือกตั้งนายกฯ เล็กคนใหม่

...แต่สงครามนี้ยังไม่จบ ต้องจับตาดูต่อว่า ในฐานะมือปราบมาเฟียและกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ได้รับมอบหมายจาก "อนุทิน ชาญวีรกุล" มท.1 เจ้ากระทรวงคลองหลอดแล้ว จะทำได้จริงหรือไม่

ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย

ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย

ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย

(นัก)ร้องจนได้เรื่อง "ศรีสุวรรณ จรรยา" เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ถูกหนุ่มใหญ่บุกตบหน้าจนปากแตก พร้อมตะโกนด่าว่าฟ้องไม่เข้าเรื่อง กลางวงสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ กกต. เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังไปยื่นตรวจสอบนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย

ประเด็นนี้ทำให้ชื่อของ "ศรีสุวรรณ" ติดเทรนด์ X ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง ส่วนคู่กรณีถูกตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา ทำร้ายร่างกาย-หมิ่นประมาท แต่เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายศรีสุวรรณถูกทำร้าย เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยถูกทำร้ายร่างกายที่ บก.ปอท. ขณะไปร้องเรียนกรณีทอล์กโชว์ "เดี่ยว 13" เมื่อปี 65

ศรีสุวรรณ จรรยา

ศรีสุวรรณ จรรยา

ศรีสุวรรณ จรรยา

คดีสังหาร "สารวัตรแบงค์" พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว อดีต สว.ส.ทล.1 บก.2 บก.ทล. ในงานเลี้ยงบ้าน "กำนันนก" นายประวีณ จันทร์คล้าย กำนัน ต.ตาก้อง อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 6 ก.ย. เขย่าวงการผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพราะในงานเลี้ยงคืนนั้นมีตำรวจร่วมโต๊ะหลายนาย

"กำนันนก" ตกเป็นผู้ต้องหาจ้างวานฆ่า ชนวนเหตุเพราะไม่พอใจขอย้ายลูกน้องไม่ได้ และอาจเกี่ยวกับกรณีที่สารวัตรแบงค์เข้มงวดกวดขันรถบรรทุกน้ำหนักเกิน วันต่อมากำนันนกเข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังจาก "หน่อง ท่าผา" ลูกน้องคนสนิทมือลั่นไกสังหารสารวัตรทางหลวง ถูกวิสามัญฆาตกรรม

คดีนี้ตำรวจสอบสวนกลางขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง มีตำรวจ 16 นายถูกดำเนินคดีฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ส่วนกำนันนกปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและขอสู้ในชั้นศาล

ไม่จบเพียงเท่านี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินของ "กำนันนก" พบทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง มีชื่อเป็นกรรมการบริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด และบริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด รับงานจากภาครัฐหลายโครงการ มีรายได้รวม 2 บริษัทหลักพันล้านบาท แต่ดีเอสไอพบการฮั้วประมูล โดยพบว่าทำเป็นขบวนการใหญ่และมีบุคคลหลายระดับเกี่ยวข้องเชื่อมโยง

ประวีณ จันทร์คล้าย หรือ กำนันนก

ประวีณ จันทร์คล้าย หรือ กำนันนก

ประวีณ จันทร์คล้าย หรือ กำนันนก

อีกคดีที่โซเชียลฯ สนใจคือ "เสี่ยแป้ง นาโหนด" หรือนายเชาวลิต ทองด้วง นักโทษชายคดีอุฉกรรจ์ที่ถูกพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 21 ปี ถูกย้ายจากเรือนจำกลางพัทลุง ไปเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2566 เนื่องจากเป็นผู้มีอิทธิพล

"เสี่ยแป้ง" ถูกส่งไปรักษาทันตกรรมที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช แต่หลังจากนั้นมีอาการวูบและขาอ่อนแรง แพทย์จึงให้แอดมิทที่โรงพยาบาล กระทั่งกลางดึกวันที่ 22 ต.ค. "เสี่ยแป้ง" ปลดเครื่องพันธนาการหลบหนีการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ โดยได้รับการช่วยเหลือจากลูกน้อง

ตำรวจได้เบาะแสว่า "เสี่ยแป้ง" หนีไปกบดานอยู่บนเทือกเขาบรรทัด จึงระดมกำลังไล่ล่าปิดล้อมบนเขานานหลายวัน ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่พบตัวเสี่ยแป้งและเกิดการยิงปะทะกัน จนมีข่าวว่าเสี่ยแป้งถูกวิสามัญฆาตกรรมแล้ว แต่ตำรวจออกมายืนยันว่า เสี่ยแป้งยังไม่ถูกวิสามัญฯ ไหวตัวทันหลบหนีไปได้เพราะเสียงสุนัขเห่า

ต่อมาวันที่ 24 พ.ย. มีคลิปของ "เสี่ยแป้ง" โผล่ในโลกออนไลน์ ชี้แจงเหตุการณ์หนีคุก โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมแฉว่าถูกประธาน ต. ตำรวจยศจ่า 2 คนและอัยการคนหนึ่งวางแผนจับกุมในคดียาเสพติดทั้งที่ไม่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุอีกว่าจะยอมมอบตัวหากกระทรวงยุติธรรมดำเนินคดีกับทั้ง 5 คน

เชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง

เชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง

เชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง

คดีนี้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมไทยตั้งแต่ต้นทาง คือการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการและศาล ผ่านไปแล้วเกือบ 2 เดือนการสางปมปัญหาที่ถูกซุกไว้ยังไม่ปรากฏ แต่ที่แน่ๆ เสี่ยแป้งยัง "ล่องหน" และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังตามจับกุมตัวไม่ได้ เช่นเดียวกับการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอัยการที่ถูกพาดพิงว่ามีส่วนได้เสียกับคดี โดยสำนักงานอัยการสูงสุดก็ยังเงียบเชียบ

ท่ามกลางกระแสข่าวว่า "เสี่ยแป้ง" ได้ลงเรือหลบหนีไปขึ้นฝั่งในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเดินทางไปปักหลักสู้อยู่ในแถบประเทศใกล้อินโดนีเซีย ข่าวอินไซด์ดังกล่าวยังไม่ทราบว่าตำรวจไทยได้กลิ่นหรือยัง แต่หลายคนในวงการยุติธรรมต่างบอกว่า ได้ยินแว่วมาตามสายลม จริงหรือไม่ เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของตำรวจไทย

อ่านข่าวอื่นๆ

12 เหตุการณ์ช็อกไทย ปี 2566 สะเทือนทุกวงการ

รวม 10 เหตุการณ์โลกสะเทือนตลอดปี 2566

9 สิ่งใหม่ปี 2566 "ศรีเทพ-สงกรานต์" ขึ้นมรดกโลก

ที่สุด "วงการบันเทิงไทย-เทศ" แห่งปี 2023

ที่สุด 10 ข่าวสิ่งแวดล้อมแห่งปี 2566

ข่าวที่เกี่ยวข้อง