เปิดเครือข่าย “รอง ต.” คนสนิทนักการเมือง บอสใหญ่เครือข่ายขนจีนเทาข้ามแดน | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

เปิดเครือข่าย “รอง ต.” คนสนิทนักการเมือง บอสใหญ่เครือข่ายขนจีนเทาข้ามแดน

อาชญากรรม
26 ม.ค. 67
14:00
2,170
Logo Thai PBS
เปิดเครือข่าย “รอง ต.” คนสนิทนักการเมือง บอสใหญ่เครือข่ายขนจีนเทาข้ามแดน
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
หน่วยงานมั่นคง คาดทุนจีนเทาซุกเมียวดี พื้นที่อิทธิพล รอง.ต. ชี้ผลประโยชน์มืดชายแดนอื้อ แบ่งโซนคุม “ยักษ์ เชียงแสน -เมธี เชียงราย” คุมเหนือฝั่งซ้าย ส่วน รองต.-เฮีย ฮ.คุมเหนือฝั่งขวา

วันนี้ (26 ม.ค.2567) รายงานข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคง เปิดเผยกรณี 3 คนไทย เจ้าของฉายา “เมธี เชียงราย” และ ”ยักษ์ เชียงแสน” หรือ “ยักษ์ คิงส์โรมัน ” และ อ.เทอดไทย ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่เข้าไปมีส่วนให้ความช่วยเหลือกลุ่มนักธุรกิจจีนเทา ที่หลบหนีการปราบปรามของทางการจีนและทางการเมียนมา ซึ่งเปิดปฎิบัติการกวาดล้างกลุ่มที่เข้าไปทำธุรกิจบ่อนคาสิโน คอลเซ็นเตอร์และยาเสพติด จากเมืองเล่าก์กาย เขตปกครองตนเองโกกั้ง เมื่อช่วงปลายปี 2566

โดยได้เรียกเก็บค่าหัวรายละ 100,000-300,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 500,000-1,500,000 บาท พบข้อเท็จจริงว่า ทั้งหมดมีการกระทำในลักษณะดังกล่าว และมีความเกี่ยวข้องกันจริง โดยยักษ์ เชียงแสน หรือ “จ่า ย.” ทหารหน่วยการข่าวกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งถูกส่งเข้าไปหาข่าวในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ และต่อมาในภายหลังได้รับความวางใจจาก “จ้าว เหว่ย” ประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ และกลายเป็นลูกน้องคนสนิทในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหน่วยงานต้นสังกัดยังไม่ได้ปลด “ยักษ์ เชียงแสน” ออกจากราชการ เช่นเดียวกับ เมธี เชียงราย และ อ.เทอดไทย ซึ่งมีอาชีพรับราชการครูอยู่ในพื้นที่ โดยทั้งหมดถือว่ามีบทบาทสำคัญและมีเครือข่ายในการช่วยนักธุรกิจจีนเทา ให้หลบหนีออกมาจากการถูกล้อมปราบ มาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ด้านเขตชายแดนตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ของไทย

และมีความเป็นไปได้ที่จะใช้อิทธิพลของ “จ้าว เหว่ย” เป็นใบเบิกทาง ซึ่งในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำต้องยอมรับว่า มีการลงทุนของกลุ่มจีน 100 เปอร์เซ็นต์ มีการลงทุนทำสนามบิน โรงแรม คาสิโน การสร้างเมืองใหม่ เป็นศูนย์กลางธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการร่วมทุนของเจ้าพ่อคิงส์โรมันส์ หรือ จ้าว เหว่ย ด้วย

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับในเขตพื้นที่ชายแดนภาคเหนือของไทย ข้อมูลทางการข่าวพบมีการแบ่งผลประโยชน์กัน 2 พื้นที่ คือ ในพื้นที่ชายแดนด้าน อ.แม่สอด ฝั่งขวา จะมีนายตำรวจระดับรองผู้การ ที่เรียกกันว่า “รอง ต.” ซึ่งเป็นคนสนิทของนักการเมือง เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ทั้งหมด

โดย “รอง ต.” เป็นนายตำรวจใหญ่ในพื้นที่และมักจะถูกเพื่อนร่วมรุ่นเรียกว่า “บอส” เนื่องจากมีตังค์ หน้าใหญ่ สายเปย์ แม้จะมีบ้านพักไกลอยู่ถึงชายแดนแม่สอด แต่มีธุรกิจอยู่ที่ใน จ.เมียวดี เมียนมา โดย “รอง ต.” จะร่วมทำธุรกิจกับเฮีย ฮ.ท่าขี้เหล็ก

ส่วนยักษ์ คิงส์โรมัน หรือยักษ์ เชียงแสน, เมธี เชียงราย และ อ.เทอดไทย จะเคลื่อนไหวอยู่ทางฝั่งซ้ายของ อ.แม่สาย กลุ่มนี้จะอยู่กับ จ้าวเหว่ย แต่ไม่ได้ตัดขาดกับกลุ่มของ รอง ต. มีการทำธุรกิจบางอย่างร่วมกัน และมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำกลุ่มทุนจีนสีเทา ที่หลบหนีออกมาจากเมืองเล่าก์กายมาซุกหรือหลบ อยู่ในเมืองเมียวดี เมียนมา ตรงข้ามชายแดนฝั่ง อ.แม่สอด ของไทย เนื่องจาก จ.เมียวดี ก็มีบ่อนคาสิโนใหญ่อยู่ด้วยเช่นกัน และถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยสูง และยังอยู่ติดกับชายแดนไทย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ยักษ์ เชียงแสน เคยถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกมาสอบปากคำ เนื่องจากพบพฤติกรรมเข้าไปมีส่วนพัวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีธุรกิจรถเช่า โดยมี “เมธี เชียงราย” คอยช่วยทำหน้าที่เป็นล่าม ในกรณีที่มีชาวจีนว่าจ้าง ซึ่งเมธี, ยักษ์ และ อ.เทอดไทย รวมทั้งเฮีย ฮ.ที่อยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา ถือเป็นขบวนการใหญ่ เนื่องจากมี รอง ต.นายตำรวจใหญ่เป็นผู้ดูแล และเคลียร์กับผู้ใหญ่ให้ในกรณีที่เกิดปัญหา

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด พบว่า คดีที่ยักษ์ เชียงแสน ถูกดีเอสไอ เรียกเข้ามาให้ปากคำไม่เกี่ยวข้องกับคดีการค้ามนุษย์และคอลเซ็นเตอร์ แต่พบว่า ได้มีการเข้าไปให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานในเมืองเล่าก์กายและพื้นที่อื่น ๆ ในเมียนมา ทั้งนี้ “รอง ต.” เป็นคนละกลุ่มกับ “ยักษ์ เชียงแสน” เมธี เชียงราย และ อ.เทอดไท แต่ทำกิจการเหมือนกัน

ส่วนผลของการเปิดปฎิบัติการกวาดล้างทุนจีนเทา และกลุ่มอาชญากรรมที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนรัฐฉานตั้งแต่กลางปีจนถึงปลายปี 2566 กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ออกหมายจับบุคคล 10 คน ผู้ต้องสงสัยในคดีอาญาอาชญากรรมฉ้อโกงเครือข่ายโทรคมนาคม หรือหลอกลวงออนไลน์ ในเขตโกกั้งในเมียนมา ตอนเหนือของรัฐฉาน

โดยตามประกาศตามหมายจับของหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะของจีน มีการตั้งรางวัลนำจับมูลค่า 100,000 - 500,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทย 500,000 - 2,500,000 บาท ประกอบด้วย

  • นายไป่ ซั่วเฉิง อดีตผู้นำภูมิภาคและอดีตสมาชิกรัฐสภาจากพรรค Union Solidarity and Development Party หรือ USDP อดีตประธานเขตปกครองพิเศษโกกั้ง
  • นาย ไป๋ หยิงชาง ผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธโกกัง วัย 31 ปี (ลูกชายนายไป่ซั่วเฉิง)
  • นายหลิว เจิ้งเซียง สมาชิกเขตปกครองพิเศษโกกั้ง
  • นางเว่ยหรง หรือ เฉิน หรง
  • นายเว่ย ฮัวเหริน ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลค่ายพิทักษ์ชายแดน
  • นายซู เลาฟา หรือ ซูฟาฉี หัวหน้าเมืองห่าวซีซู่ อำเภอซีซาน เขตโกกั้ง รัฐฉาน เมียนมา
  • นายเว่ย ชิง สง-หยางสง สมาชิกกำกับดูแลค่ายพิทักษ์ชายแดน 1006
  • นาง ไป่หยิงหลาน -หลี่เหมิงนา ผู้นำกองพลทหารอาสา เขตปกครองตนเองโกกั้ง,รองผอ.ฝ่ายบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจ
  • นายหลิง จี้กวง-หลี่หัวกวง ผ.อ.สำนักสาธารณสุข เขตปกครองตนเองโกกั้ง
  • นายหลิว เจิ้งเหมา ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มฟูหลีไหล

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดพบเห็นบุคคลดังกล่าวว่า หลบหนีไปอยู่ที่ใด แต่เพียงการคาดการณ์ว่า กลุ่มผู้ที่หลบหนีบางส่วน อาจซุกซ่อนตัวอยู่ในเขตเมียวดี เขตตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จ่อฟัน 2 ขาใหญ่ “เมธี เชียงราย”-“ยักษ์ เชียงแสน” เรียกหัวคิวจีนเทา 

เรียกหัวคิวจีนเทาหนี "เล่าก์กาย" "อ. เทอดไทย" ร่วมแก๊ง "ยักษ์ เชียงแสน" 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง