คดีฝรั่งทำร้ายหมอ อาฟเตอร์ช็อก ! ราคาที่ดินติดชายหาดภูเก็ต

อาชญากรรม
1 มี.ค. 67
15:50
14,143
Logo Thai PBS
คดีฝรั่งทำร้ายหมอ อาฟเตอร์ช็อก ! ราคาที่ดินติดชายหาดภูเก็ต
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

ชนวนเหตุ พญ.ธารดาว จันทร์ดำ อายุ 26 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ถูกนายอูรส์ บีท เฟอร์ หรือ เดวิด ชาวสวิสเซอร์แลนด์ อายุ 45 ปี สัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ เดินเข้ามาเตะเข้าบริเวณหลัง พร้อมกับใช้ถ้อยคำหยาบคาย ขณะนั่งเล่นบริเวณบันไดริมชายหาดยามู ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 24 ก.พ.2567 ที่ผ่านมา

ส่งผลให้มีการขยายคดีที่เกิดขึ้นหลายประเด็น ทั้งทำร้ายร่างกาย การบุกรุกพื้นที่ชายหาด และการนำไปสู่คำสั่งของผู้ว่าราชการจ.ภูเก็ต ให้ตั้งคณะตรวจสอบความประพฤติของต่างชาติ ที่เข้ามาในภูเก็ต โดยคณะกรรมการฯชุดนี้จะมีอำนาจในการพิจารณาเพิกถอนหนังสือเดินทาง หากมีการตรวจสอบพฤติกรรมของชาวต่างชาติในรายที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม

สำหรับจ.ภูเก็ต ถือเป็นจังหวัดท่องเที่ยวลำดับต้นๆของประเทศ ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ เข้ามาจำนวนมาก ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า ในปี2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งรัสเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย ฮ่องกง และจีน มากกว่า 8 ล้านคน เดินทางเข้ามา ส่งผลให้แรงกระเพื่อมใหญ่กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเมืองภูเก็ต

ไม่ใช่แค่เข้ามาท่องเที่ยว ชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อย หลายคนติดใจเสน่ห์เมืองไทย มีภรรยาเป็นคนไทยและซื้อบ้านพักอาศัย ทั้งซื้อที่ดินเพื่อร้างบ้านพัก และมีหมู่บ้านจัดสรร โดยเฉพาะที่ดินซึ่งอยู่ติดชายหาดซึ่งพบว่ามีราคาแพงกว่าจังหวัดอื่นๆ

ข้อมูลจากกรมธนารักษ์ ระบุว่า ปัจจุบันได้มีการประกาศใช้ราคาประเมินฉบับใหม่ ปี 2566-2569 พบว่า ราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 8.93% ในส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯราคาที่ดินขยับเพิ่มเพิ่มขึ้น 2.76 %

ขณะที่ จ.ภูเก็ต ราคาประเมินที่ดินเพิ่มขึ้น 1 % เนื่องจากเดิมราคาค่อนข้างสูงอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีต่างชาติมาอยู่จำนวนมาก โดยราคาประเมินสูงสุดอยู่ที่ตารางวาละ 2 แสนบาท ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชายหาด สำหรับราคาบ้านพักและสิ่งก่อสร้าง เช่น ห้องชุด ตึกแถวและบ้านพัก ราคาประเมินปรับขึ้นมาก

แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุที่ชายต่างชาติอ้างว่า เป็นพื้นที่บ้านพักอาศัยและอยู่ติดกับริมหาดยามู ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า การจะปลูกบ้านพักอาศัยได้ที่ดินบริเวณนั้น จะต้องมีโฉนด ซึ่งเชื่อว่าเขามีเอกสารครอบครอง แต่ประเด็นที่ต้องตามต่อ คือ โฉนดที่ดินดังกล่าวได้มาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และรุกล้ำพื้นที่สาธารณะหรือชายหาดหรือไม่

เนื่องจากพื้นที่ จ.ภูเก็ต มักจะมีปัญหาการบุกรุก หรือมีการก่อสร้างสิ่งรุกล้ำลงทะเลและชายหาด ในหลายพื้นที่ แม้ส่วนใหญ่จะมีเอกสารสิทธิที่ดิน มีการซื้อ-ขาย ถือครองโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะที่ดินติดแนวชายหาดและริมหาดสวยๆทำเลดี ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง แต่กรณีนี้หากจะมีการไร่รื้อตรวจสอบ ก็ต้องย้อนกลับไปดูการได้มาซึ่งเอกสารว่า มีการใช้ สค.บิน หรือ ได้มาด้วยวิธีการอื่นหรือไม่

สำหรับหาดยามู เป็นชายหาดที่มีความยาวไม่มาก ต่างจากหาดกะตะ หาดกะรน หรือหาดราไวย์ จึงเชื่อว่าราคาบ้านพักและที่ดินบริเวณนี้จะราคาไม่สูงมากนัก

หากเทียบกับพื้นที่อื่น แต่ทั้งนี้ราคาที่ดินในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ส่วนใหญ่จะมีราคาสูงอยู่แล้ว เช่น ที่ดินบริเวณชายหาดยามู ราคาอยู่ที่ไร่เฉลี่ยประมาณ 7 ล้าน และราคาสูงสุด 10-15 ล้านบาท ราคาถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับภาพพื้นที่และการคมนาคม

แหล่งข่าวจากดีเอสไอ ระบุว่า ราคาที่ดินเมืองภูเก็ตจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งตะวันตกจะมีราคาสูง โดยเฉพาะพื้นที่เชิงทะเล หรือที่มีการทำเป็นบ้านพัก วิลลาหรู ลากูน่า ติดชายหาดดังๆ ถือเป็นทำเลยอดนิยมที่ชาวต่างชาติมีกำลังซื้อสูง คาดว่าราคาขายจะอยู่ที่ไร่ละประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ไกลจากทะเล ประมาณไร่ละ 25-40 ล้านบาท

ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) เปิดเผย ภาพรวมราคาที่ดินบนเกาะภูเก็ตโดยเฉพาะบริเวณริมหาดต่างๆ และเกาะสำคัญๆ เมื่อปี 2566 โดยระบุว่า ที่ดินชายหาดป่าตอง มีราคาแพงสุด คือ ไร่ละ 250 ล้านบาท หรือตารางวาละ 625,000 บาท ,

หาดกะรน ไร่ละ 65 ล้านบาท, หาดกะตะ ไร่ละ 60 ล้านบาท, หาดกมลา ไร่ละ 55 ล้านบาท, หาดราไวย์ ไร่ละ 50 ล้านบาท, หาดในหาน ไร่ละ 40 ล้านบาทต่อไร่, หาดสุรินทร์ ไร่ละ 35 ล้านบาท, หาดบางเทา ไร่ละ 35 ล้านบาท

หาดในยาง ไร่ละ 35 ล้านบาท, หาดในทอน ไร่ละ 35 ล้านบาท,หาดไม้ขาว ไร่ละ 35 ล้านบาท, หาดฉลองไร่ละ 30 ล้านบาท, อ่าวมะขาม ไร่ละ 30 ล้านบาท ,อ่าวปอ ไร่ละ 21 ล้านบาท, อ่าวกวง ไร่ละ 20 ล้านบาท, เกาะสิเหร่ ไร่ละ 20 ล้านบาท , อ่าวมะพร้าว ไร่ละ 11 ล้านบาท, อ่าวสะปำไร่ละ 10 ล้านบาท

ส่วนพื้นที่ที่มีราคาที่ดินถูกในจ.ภูเก็ต เช่น เกาะมะพร้าว ไร่ละ  6 ล้านบาท หรือตารางวาละ 15,000 บาท ,เกาะโหลน ราคาไร่ละ 7 ล้านบาท, และอ่าวสะปำ ไร่ละ  8 ล้านบาท

อ่านข่าว : "ชายหาด" สมบัติของแผ่นดิน ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ครอบครองไม่ได้

ฝรั่งเตะหลัง-ภรรยาชาวไทย "ขอโทษ" พญ.ผ่านสื่อ อ้างไม่ได้ตั้งใจทำร้าย

“แพทย์หญิง” ยันดำเนินคดีต่างชาติทำร้ายถึงที่สุด นายกเล็ก ชี้เป็น “พื้นที่สาธารณะ”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง