“นายใหญ่” ปิ๊กบ้านเชียงใหม่ นัยมากกว่าไปไหว้บรรพบุรุษ

การเมือง
6 มี.ค. 67
14:53
531
Logo Thai PBS
“นายใหญ่” ปิ๊กบ้านเชียงใหม่ นัยมากกว่าไปไหว้บรรพบุรุษ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
อดีตนายกฯ นายทักษิณ ชินวัตร อยาก “ปิ๊ก” บ้านเกิดเชียงใหม่ ตลาดชุมชนเก่าที่สันกำแพง หลังจากห่างหายไปนานกว่า 10 ปี

คนที่เปิดเรื่องนี้ไม่ใช่ใคร “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเป็นทายาททางการเมืองตัวจริงของนายทักษิณ ที่ยังสวมบทโฆษกส่วนตัวในทางปฏิบัติด้วย เพราะทุกเรื่องเกี่ยวกับนายทักษิณ จะมาจาก “อุ๊งอิ๊ง”

สำหรับชุมชนเก่าสันกำแพง ไม่เป็นเพียงแค่บ้านเกิดของนายทักษิณ และ “พี่น้องชินวัตร” เท่านั้น ยังเป็นจุดเริ่มต้นการเรียนรู้และรับผิดชอบด้วย แม้จะไม่ใช่คนหัวปีสุด แต่ในฐานะพี่ชายคนโตของตระกูล

ความรับผิดชอบส่วนหนึ่งในกิจการธุรกิจที่พ่อแม่ คือนายเลิศ ชินวัตร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ปี 2512 และนางยินดี ได้ริเริ่มอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ร้านกาแฟ โรงหนัง สวนส้ม กิจการรถเมล์ แม้แต่การคอยเก็บเงินค่าผ่อนซื้อสินค้า ส่วนหนึ่งล้วนตกบนบ่าของเขาไม่น้อย

จากรุ่นพ่อเมื่อถึงรุ่นลูก ชีวิตก็ยังผูกพันอยู่กับสันกำแพง นายทักษิณเคยเปิดใจให้สัมภาษณ์กับรายการเจาะใจของ นายสัญญา คุณากร และ น.ส.นารากร ติยายน เมื่อกว่าสิบปีก่อนว่า เขาทำธุรกิจหลายอย่าง ตั้งแต่ผ้าไหม เดินสายหนัง สร้างคอนโดฯ ในยุคเริ่มต้นของอาคารสูง โดยภรรยาคอยช่วยเหลือด้วยวิธีขายแลกเช็ก

เป็นหนี้ธนาคารเพิ่มพูนเป็น 50 ล้าน และเพิ่มเป็นร้อยล้านเมื่อทำกิจการการอื่นตามมา ยึดหลักต้องทำธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ซื้อมาขายไป ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ การสื่อสารโทรคมนาคม และกิจการดาวเทียม

แต่โชคดีที่เจรจาพูดคุยกับแบงก์รู้เรื่องและยังเปิดโอกาสให้เขา กระทั่งเติบใหญ่ และกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจชินคอร์ป ในเวลาต่อมา

เมื่อเข้าสู่วงการการเมือง จากพรรคพลังธรรม สู่การตั้งพรรคใหม่พรรคไทยรักไทย ใช้วิธีดึงตัวนักการเมืองหน้าเก่าจากพรรคต่าง ๆ และคนหน้าใหม่เข้าร่วมอย่างลงตัว

ที่เชียงใหม่ ได้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นักการเมืองอาวุโส เป็นตัวช่วยประสาน ยังไม่นับการดึงแอคติวิสต์เก่าอย่าง นายภูมิธรรม เวชยชัย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ที่ถือได้ว่าเป็นมันสมองสำคัญ ด้านงานมวลชน

เปิดนโยบายประชานิยม ตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชุนเมืองแห่งละ 1 ล้านบาท พักชำระหนี้ให้เกษตรกร 3 ปี ตั้งธนาคารประชาชน สินค้าโอท็อป 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ และ 30 บาท รักษาทุกโรคตามแนวทาง นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ที่เป็นนโยบายแรกที่ยึดโยงกับประชาชน ทำให้การเลือกตั้งครั้งแรกปี 2544 ไทยรักไทย ชนะเลือกตั้งทันที ได้ ส.ส.ถึง 248 คน ตั้งรัฐบาลสำเร็จ และนายทักษิณได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ครั้งนั้น พรรคไทยรักไทยยึดพื้นที่ภาคเหนือเกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียง แม่ฮ่องสอน และ ตาก จึงปฏิเสธความผูกพันกับพื้นที่ภาคเหนือ นอกจากสันกำแพง และเชียงใหม่ไม่ได้

ดังนั้น การ “ปิ๊กบ้าน” จึงน่าจะมีผลพวงสำคัญ เช่น หาทางทวงคืนคะแนนเสียงจากพื้นที่ภาคเหนือ กลับคืนมา รวมทั้งเชียงใหม่ ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง และเป็น “ไข่แดง” ของพรรค หลังจากการเลือกตั้งครั้งหลังสุด เพื่อไทยได้ ส.ส.เชียงใหม่ เพียง 2 คนจาก 10 คน

นอกเหนือไปจากจุดประสงค์ ที่อยากไปไหว้บรรพบุรุษ เพราะระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ พี่สาวคือ นางเยาวลักษณ์ ชินวัตร พี่สาวคนโตเสียชีวิต ยังไม่มีโอกาสเดินทางกลับมาร่วมงานศพ

การ “ปิ๊กบ้าน” สันกำแพง สิ่งที่ไม่น่าจะพลาด คือการพบปะกับชาวเชียงใหม่และสันกำแพง รวมทั้งพื้นที่ภาคเหนือ อย่างน้อยก็ระดับหนึ่ง แต่จะเป็นรูปแบบไหน อลังการยิ่งใหญ่ในฐานะนายกฯ คนแรกของชาวเหนือหรือไม่ ต้องติดตามอีพีต่อไป

แต่แค่นายทักษิณขยับตัว ก็เป็นข่าวใหญ่แล้ว

วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง