ไหม้ซ้ำซาก 4 ผืนป่าอนุรักษ์ วาระชาติแก้จุดเกิด “ควันไฟ-PM 2.5”

สิ่งแวดล้อม
15:56
จำนวนผู้ชม 1,094
ไหม้ซ้ำซาก 4 ผืนป่าอนุรักษ์ วาระชาติแก้จุดเกิด “ควันไฟ-PM 2.5”
Botnoi Voice

ถ้าไม่มีไฟ ที่ไหนจะมีควัน...เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ฤดูแล้ง ทุกภูมิภาคเหนือจรดใต้ ไม่ว่าจะเป็น ป่าไม้เบญจพรรณ ผสมผลัดใบ ป่าเต็งรัง หรือแม้แต่ป่าพรุ มักจะหนีไม่พ้น “ไฟป่า” ตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ค. ถือเป็นปัญหาหนักและปัญหาหลักที่ทุกรัฐบาลต้องเผชิญ ในทุก ๆ ปี มักจะมีเจ้าหน้าที่รัฐและชาวบ้านต้องสังเวยชีวิต ขณะปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าจำนวนไม่น้อย

เมื่อปี 2562 รัฐบาล “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) มอบหมายให้คณะทำงานวิชาการเฉพาะกิจ จัดทําข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารจัดการไฟป่า และการเผาในที่โล่งเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

ภาพประกอบข่าว ไหม้ซ้ำซาก 4 ผืนป่าอนุรักษ์ วาระชาติแก้จุดเกิด “ควันไฟ-PM 2.5”

รายงานฉบับนี้ ได้มีการวิเคราะห์ไฟป่าซ้ำซากในไทยว่า ร้อยละ 99.99 เกิดจากฝีมือของมนุษย์แทบทั้งหมด บางแห่ง เผาป่าด้วยจุดประสงค์ทางการเมือง บ้างไม่พอใจนโยบายรัฐ การกระทำของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่และชาวบ้านมีปัญหาขัดแย้งกันพื้นที่ เผาเพื่อ ล่าสัตว์ หาของป่า ขยายพื้นที่ทำกิน และเลวร้ายกว่านั้น คือ เผาป่า เบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ เพื่อการลักลอบขนยาเสพติด

4 ผืนป่าอนุรักษ์“จุดเสี่ยง”ก่อควันไฟ-ไหม้ซ้ำซาก

โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด คือ จ. เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง นาน แพร่ ตาก พะเยา กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี มักพบว่า ในช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องฤดูแล้ง ตั้งแต่ปลาย ม.ค.-เม.ย.ของทุกปีจะเกิดปัญหามลพิษจากหมอกควัน เนื่องจาก สภาพอากาศปิด ลมนิ่ง หมอก ควัน ไม่สามารถลอยตัวจากพื้นที่ได้  

แม้ที่ผ่านมาไทย จะเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคอาเซียนตอนบน (ไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม) ที่มีนโยบายควบ คุมไฟป่า อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ปี 2523 จนถึงปัจจุบัน แต่ก็ยังคงเกิดปัญหา “พื้นที่เผาไหม้ซ้ำซาก”
ภาพประกอบข่าว ไหม้ซ้ำซาก 4 ผืนป่าอนุรักษ์ วาระชาติแก้จุดเกิด “ควันไฟ-PM 2.5”

ในพื้นที่ขนาดใหญ่ 4 แห่ง ประกอบด้วย แม่ปิง -อมก๋อย-แม่ตื่น ในอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ล้อมรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล รอบต่อ 4 จังหวัด ลำพูน เชียงใหม่ ตาก ลำปาง พื้นที่เผาไหม้ซ้ำซาก 581,872 ไร่

พื้นที่ สาละวิน-แม่สะเรียง อ.ใต้สุดของ จ.แม่ฮ่องสอน ต่อกับแม่น้ำสาละวิน พรมแดนธรรมชาติไทย-เมียนมา จำนวน 558,486 ไร่

ลุ่มน้ำปาย -ลุ่มน้ำปายฝั่งซ้าย น้ำตกแม่สุรินทร์ อ.ปายและอ.เมือง แม่ฮ่องสอน 311,883 ไร่ และเขื่อนศรีนครินทร์ เหนือสุดของจ.กาญจนบุรี จำนวน 166, 689 ไร่

แม่ปิง-อมก๋อย-แม่ตื่น “ป่าเต็งรัง” แหล่งเชื้อเพลิง

ในปี 2564 คณะทำงาน ฯได้ศึกษาการเคลื่อนตัวของไฟป่า การเคลื่อนที่ของแนวไฟ พบว่า อุทยานแห่งชาติแม่ปิง เขตรัก ษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าแม่ตื่น เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ล้อมด้วนเขื่อนภูมิพล มีแม่น้ำปิง เป็นแนวกั้น แต่สภาพพื้นที่เป็นป่าเต็งรัง ไม้จะผลัดใบในช่วงฤดูแล้ง จึงกลายเป็นแหล่งเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดไฟป่าขนาดใหญ่

ภาพประกอบข่าว ไหม้ซ้ำซาก 4 ผืนป่าอนุรักษ์ วาระชาติแก้จุดเกิด “ควันไฟ-PM 2.5”

โดยพื้นที่ที่มีไฟป่าซ้ำซากอยู่บริเวณตอนใต้ของอุทยานฯแม่ปิง ที่เรียกว่า “ทุ่งกิ๊ก” และบริเวณใกล้ “ผาแดง” ซึ่งตรวจพบความถี่ไฟป่ากว่า 22 ครั้ง จากระยะเวลา 22 ปี ส่วนพื้นที่ อื่น ๆ ของอุทยานฯพบไฟป่า 10-15 ครั้ง

ส่วนในฝั่งอมก๋อย พบไฟป่าในร่องห้วย ต่าง ๆ ที่ไหลลงแม่น้ำปิง และห้วยอุ้มปาด จุดไฟป่าซ้ำซากถี่มากถึง 20 ครั้งจากพฤติกรรม ล่าสัตว์ หาของป่า เลี้ยงวัว ห้วงระยะเวลา 22 ปีเช่นเดียวกัน การเคลื่อนตัวของไฟป่าจากช่วงเวลาที่ดาวเทียมตรวจพบ มีทั้ง เผาไล่ช้างป่า ในจุดที่เกิดไฟป่าประจำทุกปี และการเผาของชาวบ้าน

รัฐกะเหรี่ยง-กะยา “ไฟป่า” เผาไหม้ข้ามแดน 

อุทยานแห่งชาติสาละวิน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน แม้จะเป็นพื้นที่ภูเขา ทุรกันดาร แต่ทุก ๆ ปียังเกิดปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนจากปัญหาไฟป่า เนื่องจากสภาพพื้นที่ทิศเหนือ ด้าน อ.แม่ลาน้อย ติดกับ รัฐกะเหรี่ยง และรัฐกะยา ฝั่งเมียนมา

ขณะที่ ทิศตะวันออก ติดกับอ.แม่แจ่ม และอ.ฮอด จ.เชียงใหม่ และทิศใต้ติดกับ อ.สบเมย

ภาพประกอบข่าว ไหม้ซ้ำซาก 4 ผืนป่าอนุรักษ์ วาระชาติแก้จุดเกิด “ควันไฟ-PM 2.5”

ส่วนทิศตะวันตก ติดกับรัฐกะเหรี่ยง มีแม่น้ำสาละวินขวางกั้น ซึ่งในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา พบข้อมูล การเผาไหม้ส่วนใหญ่ อยู่บริเวณแนวตะเข็บขายแดน ทั้งด้านเหนือและตะวันตก พื้นที่รอยต่อของป่าติดกับรัฐกะเหรี่ยงและรัฐกะยาของเมียนมาร์ ซึ่งมีไฟป่ารุนแรงซ้ำซากที่รุนแรงมากกว่าปัญหาในประเทศไทยมาก ไฟป่าด้านนี้ เข้าประชิดข้ามชายแดนมายังประเทศไทยบ่อยครั้ง

พื้นที่เกิดไฟป่าไหม้ซ้ำซาก ระหว่างปี 2543-2564 จะเกิดขึ้นบริเวณมุมพรม แดนตะวันตกและด้านเหนือในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน โดยเกือบทุกปี จะมีไฟป่าขนาดใหญ่ข้ามแดนมาจากรัฐกะเหรี่ยง และรัฐกะยาของเมียนมาในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม ทั้งนี้ ไฟป่าจากรัฐกะเหรี่ยงจะมีความุนแรงและมีขนาดใหญ่กว่าไฟจากรัฐกะยา

ไฟป่าแม่น้ำปาย-แม่ฮ่องสอน “ต้นตอ” ฝุ่น PM 2.5

จ.แม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งกำเนิดปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 สูงสุดของภาคเหนือ และเป็นจังหวัดที่มีปัญหาไฟฟ้ามากที่สุดของประเทศไทย เดือนมี.ค. 2564 เคยตรวจพบจำนวนจุดความร้อนมากว่า 600 จุด/วัน เหตุจากสภาพภูมิ ประเทศเป็นเขตป่าเต็งรังมากกว่า 85 % ของพื้นที่ทั้งหมด และจะทิ้งใบในช่วงฤดูแล้ง กลายเป็นแหล่งเชื้อเพลิงขนาดใหญ่

ภาพประกอบข่าว ไหม้ซ้ำซาก 4 ผืนป่าอนุรักษ์ วาระชาติแก้จุดเกิด “ควันไฟ-PM 2.5”
นอกจากนี้ ในเขตป่าอนุรักษ์ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อน และส่วนใหญ่มีชุมชนกลุ่มชาติ พันธุ์อาศัย ใช้ประโยชน์จากป่าเป็นหลัก ใช้ไฟเป็นเครื่องมือดำรงชีพ ทำให้รัฐไม่สามารถแก้ปัญหา หมอก ควัน ได้ เพราะวิถีชุมชนไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐในพื้นที่ อ.ปาย และอ.เมืองแม่ฮ่องสอน พบพื้นที่เผาไหม้ร้อยละ 85-90 อยู่ในพื้นที่ป่า

 ขนาดพื้นที่เผาไหม้จะขึ้นอยู่ตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ทั้งเอลนีโญ และลานีญา โดยพื้นที่เผาไหม้ซ้ำซากซ้อนทับกันเกิน 5 ปี จะอยู่ในบริเวณสองฝั่งแม่น้ำปายเกือบทั้งหมด และพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของแม่น้ำปายก็ตรวจพบเผาไหม้ซ้ำซากมากกว่า 15 ปี

จากข้อมูล 22 ปี มีข้อน่าสังเกตว่า ยิ่งห่างแม่น้ำออกมาเท่าไหร่ ความถี่ของไฟป่าจะลดลงตามลำดับ จึงอนุมานได้ว่า จุดกำเนิดของไฟป่าอยู่ใกล้แม่น้ำปาย และเป็นฝีมือมนุษย์ที่ใช้เส้นทางน้ำเป็นทางสัญจร

ป่าตะวันตก“ไฟป่า” จนท.บริหารเชื้อเพลิง-ชาวบ้านหาของป่า

ภาคตะวันตก ด้านจ.กาญจนบุรี เป็นอีกแห่งหนึ่งที่มักพบ ปัญหาไฟป่าในทุก ๆ ปี แม้สภาพพื้นที่จะล้อมรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ในอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนัครินทร์ มีอุทยานแห่งชาติเอราวัณอยู่ทางตอนใต้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อยู่ทางตะวันออก ขณะที่ด้านตะวันตกติดกับอุทยานแห่งชาติลำคลองงู

ตั้งแต่ปี 2543-2564 พบตำแหน่งเผาไหม้ซ้ำซาก ในเขต อ.ศรีสวัสดิ์เพิ่มขึ้นทั้งในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรมมีการใช้ไฟเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งไฟป่า มักจะเกิดบริเวณแนวตะเข็บระหว่างพื้นที่รอยต่อของเกษตรกร ต.ท่ากระดาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เช่นเดียวกับ มุมลับสายตาที่อยู่ตรงร่องเขาแคบ ๆ ด้านเหนือสุดของพื้นที่อุทยาน ฯ เขื่อนศรีนักครินทร์

ภาพประกอบข่าว ไหม้ซ้ำซาก 4 ผืนป่าอนุรักษ์ วาระชาติแก้จุดเกิด “ควันไฟ-PM 2.5”

ขณะที่ไฟป่าด้านทิศเหนือ เกิดบริเวณช่องแคบทางน้ำก่อนจะเข้าสู่รองเขาที่มีหลีบมากมาย และอยู่ในจุดลับสายตา ในปี 2564พบเส้นรอบรูปกองไฟ จากการจุดเผามีขนาด 280,000 ไร่ หากย้อนข้อมูลกลับไปในปี 2562-2563 พบ จุดกำเนิดไฟป่าบนตลิ่งทั้งสองฝั่งของช่องแคบนี้ทุกปี จึงเป็นตำแห่งที่ควรเฝ้าระวังและติดตามมากที่สุด

กลุ่มไฟป่าด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จุดกำเนิดไฟอยู่ในป่าชุมชนบ้านน้ำพุ

กลุ่มไฟป่าทิศตะวันออก เกิดจากการเผาแปลงเกษตรและการเผาพื้นที่เนินเขา เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ในวันเดียวกัน ไฟกลุ่มนี้มีขนาดเส้นรอบกองไฟ 172,000 ไร่ พฤติกรรมไฟน่าจะเกี่ยวข้องกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ และเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเชื้อเพลิงของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

กลุ่มไฟป่าตะวันตก มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มไฟด้านเหนือ เกิดจากากรเผาป่าโปร่งที่มีลักษณะถูกไฟป่าประจำสองแห่ง สนันนิษฐานเป็นการบริหารเชื้อเพลิงของเจ้าหน้าที่ หรือเป็นการหาของป่า ไฟกลุ่มนี้มาขนาดเส้นรอบกองไฟ 124,000 ไร่

ส่วนกลุ่มไฟด้านใต้เป็นการเผาชายป่าใกล้แปลงเกษตร มีขนาดเส้นรอบวง 58,000 ไร่ สันนิษฐานว่า เป็นการบริหารเชื้อเพลิงของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือเป็นการหาของป่า ทั้งสองกลุ่มไฟต้องหาข้อมูลเชิงลึกมาทำการวิเคราะห์ต่อไป

ข้อเสนอเชิงนโยบาย แก้ไฟไหม้ป่าซ้ำซาก

นอกจากนี้ รายงานฉบับดังกล่าวยังจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหา คือ ระดับประเทศ ควรมอบหมายให้หน่วยงานที่มีความเป็นกลางทางข้อมูล เช่น GISTDA จัดเก็บและบริหารข้อมูลสาธารณเกี่ยวกับการเผาในที่โล่งระดับชาติแบบเกือบเป็นปัจจุบัน

ทั้งข้อมูลจุดความร้อน และพื้นที่เผาไหม้ ประมวลจากดาวเทียม มีสถิตย้อนหลังทุกกลุ่มข้อมูลอย่างละเอียด และให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถเข้าถึงชุดข้อมูลได้

ภาพประกอบข่าว ไหม้ซ้ำซาก 4 ผืนป่าอนุรักษ์ วาระชาติแก้จุดเกิด “ควันไฟ-PM 2.5”

ระดับระหว่างประเทศ ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าภาพ ร่วมมือกับเพื่อนบ้าน เก็บ แลกเปลี่ยน ประมวล และวิเคราะห์ข้อมูลการเผาในที่โล่ง อย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรการระยะสั้น และระยะยาว

ต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ไหม้ซ้ำซาก ใน 4 พื้นที่ กำหนดให้ลุ่มแม่น้ำปิง-อมก๋อย-แม่ตื่น เป็นพื้นที่ต้นแบบแก้ปัญหาไฟป่า

รวมทั้ง การจัดตั้งสถาบันไฟป่า ,พัฒนากลไกคาร์บอนเครดิต, ให้องค์กรธุรกิจที่สร้างมลพิษเข้ามาช่วยเหลือในการป้องกันไฟป่า และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชาวบ้าน ดำรงชีวิตร่วมกับป่าไม้อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างภูมิคุ้นกันภาวะโลกรวน

อ่านข่าว:

ฝุ่นข้ามแดน"เผาพื้นที่เกษตร" รัฐฉาน สะเทือนการค้า-การลงทุน

เปิดลายแทงฉบับ "ลุงตู่" แก้พิษฝุ่นเมือง-ข้ามแดน ต้องเสี่ยงขัดแย้ง

จับกระแสการเมือง : วันที่ 27 ม.ค.2568 รทสช.คึกแชมป์เงินบริจาค 17 ล้าน ป่วยทิพย์ชั้น 14 “เสรีพิสุทธ์” ให้ข้อมูลเพิ่มป.ป.ช.