ดีเดย์ 3 ก.พ.เคาะประตูบ้าน “ห้ามเผา” ลดฝุ่น-ไฟป่า

สิ่งแวดล้อม
20:14
จำนวนผู้ชม 937
ดีเดย์ 3 ก.พ.เคาะประตูบ้าน “ห้ามเผา” ลดฝุ่น-ไฟป่า
Botnoi Voice
ดีเดย์ 3 ก.พ.นี้ เคาะประตูบ้าน “ห้ามเผา” ลดฝุ่นไฟป่าทุกพื้นที่ใครฝืนจับจริง พบ 5 จังหวัดเสี่ยงจุดความร้อนสูงตาก กาญจนบุรี นครราชสีมา เพชรบูรณ์ และชัยภูมิ สั่งตรึงเฮลิคอปเตอร์

วันนี้ (30 ม.ค.2568) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และลำพูน เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเครือข่ายไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จ.ลำพูน 

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตก หลังพบจุดความร้อนสะสมสูงสุดใน 5 จังหวัด ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี นครราชสีมา เพชรบูรณ์และชัยภูมิ โดยสั่งการให้เฮลิคอปเตอร์เข้าดับไฟป่าในพื้นที่วิกฤตโดยเร่งด่วน 2 ลำใน จ.ตาก และอีก 1 ลำใน จ.กาญจนบุรี พบจุดไฟกระจายหลายจุดในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการเผา รวมทั้งให้ทำความเข้าใจกับชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ในท้องที่ให้ร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดไฟป่า

ยืนยันว่ากระทรวงฯ จะให้การสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งด้านงบประมาณ อุปกรณ์ เครื่องมือ และการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน 

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่าได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า แบ่งการบริหารจัดการเป็น 14 กลุ่มป่า ครอบคลุมพื้นที่ป่ารวม 44.71 ล้านไร่ มีเป้าหมายลดพื้นที่เผาไหม้ลงร้อยละ 25 จากปี 2567

อ่านข่าว เตือนกทม.ฝุ่นสูงอีกรอบ 30 ม.ค.–5 ก.พ.

ภาพประกอบข่าว ดีเดย์ 3 ก.พ.เคาะประตูบ้าน “ห้ามเผา” ลดฝุ่น-ไฟป่า

โดยเฉพาะในกลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดตาก เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง มีเนื้อที่รวม 3.38 ล้านไร่ ได้จัดตั้งจุดเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง 2,059 จุด จัดชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า (เสือไฟ) 15 ชุด กำลังพล 345 นายพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ 1,690 หมู่บ้าน และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามสถานการณ์ไฟป่าทั้งอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และระบบติดตามจุดความร้อน (Hotspot) ผ่านดาวเทียม

ภาพประกอบข่าว ดีเดย์ 3 ก.พ.เคาะประตูบ้าน “ห้ามเผา” ลดฝุ่น-ไฟป่า

สำหรับการป้องกันไฟป่าของชาวบ้านในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จ.ลำพูน ได้พัฒนาระบบการป้องกันไฟป่าแบบมีส่วนร่วมที่เข้มแข็งโดยตั้งเครือข่ายชุมชนเฝ้าระวังไฟป่า มีการจัดเวรยามผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด 24 ชั่วโมง สร้าง แนวกันไฟสีเขียว ในพื้นที่กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล ระหว่างอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ร่วมกับชุมชนทั้งในและรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง จำนวน 21 หมู่บ้าน

โดยมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการเฝ้าระวัง ตรวจตรา ดูแลพื้นที่เสี่ยง ร่วมประชุมวางแผนและปฏิบัติการดับไฟป่า รวมถึงจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากไฟป่าแก่ประชาชนในพื้นที่

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) กรณีไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ยังมีข้อสั่งการให้ทุกจังหวัด จัดกิจกรรม Kick Off เคาะประตูบ้าน “ห้ามเผา” ร่วมกันในวันที่ 3 ก.พ.นี้ทุกพื้นที่ 

อ่านข่าว

รัฐบาลเพื่อไทย โปรยเงินฉุกเฉิน 620 ล้านสู้ฝุ่น ทส.ลั่นไม่เทงบทิ้ง

ไหม้ซ้ำซาก 4 ผืนป่าอนุรักษ์ วาระชาติแก้จุดเกิด “ควันไฟ-PM 2.5”