กรมพัฒน์ฯ เผยกวาดล้างนอมินี กว่า 800 ราย มูลค่าเสียหาย 15,000 ล้าน

เศรษฐกิจ
13:40
จำนวนผู้ชม 439
กรมพัฒน์ฯ เผยกวาดล้างนอมินี กว่า 800 ราย มูลค่าเสียหาย 15,000 ล้าน
กรมพัฒน์ เข้มปราบนอมินี เผย กวาดล้างธุรกิจนอมินี 851 ราย มูลค่าความเสียหาย 15,121 ล้านบาท ป้องผู้ประกอบการไทย ผู้บริโภคในประเทศ เผยดำเนินคดีสินค้าผิดกฎหมายกว่า 24,626 คดี เก็บภาษี พุ่ง 1,500 ล้านบาท นำเข้าสินค้าออนไลน์ลดเฉลี่ยเดือนละ 3,645 ล้านบาท

วันนี้ ( 23 มี.ค.2568) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการควบคุมการนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและแก้ปัญหาธุรกิจนอมินี ที่ทำให้ผู้ประกอบการ SME ของไทยเสียเปรียบ

ที่ผ่านมาได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา 2 ชุด เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ เป็นประธานอนุกรรมการฯ

ภาพประกอบข่าว กรมพัฒน์ฯ เผยกวาดล้างนอมินี กว่า 800 ราย มูลค่าเสียหาย 15,000 ล้าน

สำหรับคณะกวาดล้างนอมินี-คุมเข้มนำเข้าสินค้าคุณภาพต่ำ ที่จัดตั้งขึ้น โดยมี ร.ต.จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะทำงาน พร้อมด้วยผู้แทนจาก 16 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมศุลกากร กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบข่าว กรมพัฒน์ฯ เผยกวาดล้างนอมินี กว่า 800 ราย มูลค่าเสียหาย 15,000 ล้าน

โดยคณะทำงานนี้จะมีหน้าที่กำกับดูแล เร่งรัด และติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตาม กฎหมาย พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการสืบสวน สอบสวน และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

การดำเนินงานจะมีการบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ตั้งแต่การตรวจสอบ สืบสวน ดำเนินคดี ยึดอายัดทรัพย์สิน ไปจนถึงมาตรการทางภาษี เพื่อให้สามารถทำลายวงจรธุรกิจผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า 5 ธุรกิจเป้าหมายที่กรมฯ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษที่การตรวจสอบนอมินี ประกอบด้วย ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการให้เช่าที่ดิน ธุรกิจขนส่งทางบก ธุรกิจโกดังสินค้าและโลจิสติกส์ และ ธุรกิจซื้อที่ดินเพื่อการเกษตร

มีรายงานว่า กำลังมีการขยายตัวของธุรกิจที่เข้าข่าย เป็นนอมินีในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออก เช่น ระยองและจันทบุรี ที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเพื่อปลูกทุเรียนเพื่อนำส่งออกต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายและสินค้าด้อยคุณภาพ ถือเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยเข้มแข็งขึ้น ยังช่วยให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการ SME ของไทย

ยืนยันว่า การดำเนินงานครั้งนี้ จะเป็นมาตรการที่ต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น โดยหวังว่าจะสามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในระยะยาว

ที่ผ่านมา กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากสินค้านำเข้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาท ได้สูงถึง 1,500 ล้านบาท และดำเนินคดีสินค้าผิดกฎหมายไปแล้ว 24,626 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1,257.24 ล้านบาท สามารถลดการนำเข้าสินค้าผ่าน e-Commerce ลง 8% หรือเฉลี่ยเดือนละ 3,645 ล้านบาท และสามารถกวาดล้างธุรกิจนอมินีไปแล้ว 851 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15,121 ล้านบาท

อ่านข่าว:

“สวนดุสิตโพล” ระบุคนเห็นด้วยซื้อหนี้ แต่หวั่นทำไร้วินัยการเงิน-ความโปร่งใสของโครงการ

พม.ช่วยหญิงชราอดีตครูสอนภาษาอังกฤษ อาศัยนอนย่านหัวลำโพง

เลขาฯ ป.ป.ช.เผย คดีชั้น 14 ล่าช้า เหตุรอข้อมูลจากหน่วยงานอื่น