เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2568 สำนักข่าวเฟรช นิวส์ สื่อกัมพูชา รายงานข่าวประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนสวีเดน เพื่อเรียกร้องให้พิจารณาทบทวนการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้แก่ประเทศไทย เพื่อรักษาหลักการด้านสิทธิมนุษยชน
ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา แสดงความกังวลว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เพียงแต่จะบั่นทอนสันติภาพและความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างร้ายแรงที่เครื่องบินรบจะถูกนำไปใช้รุกรานกัมพูชา ซึ่งจะทำให้พลเรือนตกอยู่ในอันตรายและเป็นการคุกคามอธิปไตยของชาติ
นอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชายังเรียกร้องให้สถาบันสิทธิมนุษยชนสวีเดน คัดค้านอย่างหนักต่อการขายเครื่องบินดังกล่าว เรียกร้องให้รัฐบาลสวีเดนทบทวนและพิจารณาการขายใหม่ รวมถึงการดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างโปร่งใสและละเอียดถี่ถ้วน รวมทั้งสนับสนุนกลไกสันติวิธีเพื่อแก้ไขข้อพิพาทชายแดน โดยไม่เพิ่มความตึงเครียดทางการทหาร
ฝ่ายกัมพูชา ยังย้ำจุดยืนแสวงหาทางออกความขัดแย้งโดยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศและกรอบสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคและขอความร่วมมือจากสถาบันสิทธิมนุษยชนสวีเดน เรียกร้องให้ไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชาที่เหลืออีก 18 นายกลับประเทศโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข
กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาวางทุ่นระเบิดใหม่
สื่อกัมพูชารายงานด้วยว่า หน่วยงานช่วยเหลือเหยื่อและปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา ออกแถลงการณ์ตอบโต้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการวางทุ่นระเบิดใหม่ จากเหตุที่มีทหารไทย เหยียบทุ่นระเบิดเพิ่มในพื้นใกล้ปราสาทตาควาย เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา
หน่วยงานดังกล่าวแสดงความเสียใจต่อทหารที่บาดเจ็บ พร้อมทั้งปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อข้อกล่าวหาของฝ่ายไทย โดยระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ยังขาดการสอบสวนที่ชัดเจนหรือหลักฐานที่น่าเชื่อถือ พร้อมทั้งย้ำว่ากัมพูชายึดมั่นต่อการหยุดยิงและยึดมั่นในอนุสัญญาออตตาวาที่กัมพูชาเป็นรัฐภาคีอย่างเต็มที่
ปฏิเสธใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์
ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ระบุว่า กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยที่ชี้ว่ากัมพูชาใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ สืบเนื่องจากกรณีกองกำลังไทยได้พยายามรื้อถอนลวดหนามออกจากพื้นที่หมู่บ้านใน จ.บันเตียเมียนเจย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว แต่ถูกชาวบ้านกัมพูชาและเจ้าหน้าที่ในหมู่บ้านดังกล่าวขัดขวางอย่างหนัก
พร้อมยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลความจริงและไม่สะท้อนความเป็นจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชายังย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลกัมพูชาที่จะแสวงหาทางออกข้อพิพาทชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศอย่างสันติ และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ โดยยังคงยึดมั่นในหลักการที่ว่าพรมแดนจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้กำลัง
อ่านข่าว
รมว.กลาโหมสวีเดนชี้ไทยมีสิทธิใช้ Gripen เพื่อป้องกันตนเอง
กองกำลังบูรพา ประกาศกฎอัยการศึกคุมพื้นที่ "บ้านหนองจาน"
กองทัพเตรียมสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกหลักเขตที่ 50-51