ตำรวจกัมพูชาและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นลงพื้นที่ตรวจสอบ สถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ใน จ.ตาแก้ว ทางตอนใต้ของกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2568 ซึ่งผู้ว่าการเขตระบุว่า มีทีมสืบสวนจากเกาหลีใต้เข้ามาในจุดนี้ด้วย แต่สิ่งที่พวกเขาพบกลับเป็นสถานที่ว่างเปล่าและไร้ผู้คน
ผู้ว่าการเขต ระบุว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่หลักฐานทั้งหมดถูกตำรวจกัมพูชารวบรวมและนำไปเก็บไว้ที่สำนักงานตำรวจ ซึ่งดูแลเรื่องการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ โดยตาแก้วถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีรายงานพบศูนย์สแกมเมอร์เปิดกระจายอยู่ในหลายพื้นที่
ชาวบ้านที่ขายของอยู่ในละแวกนี้ ระบุว่า คนที่ทำงานอยู่ในอาคารดังกล่าวดูปกติดี มาซื้อของและกินข้าวบริเวณนี้ ไม่เคยได้ยินว่ามีปัญหาอะไร แต่การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของกลุ่มผู้ต้องสงสัยจะตีความได้หรือไม่ว่าขบวนการเหล่านี้รู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว จึงไหวตัวทัน หรือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของปรากฏการณ์ผึ้งแตกรังหรือไม่
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนขณะนี้คือ เรื่องท่องเที่ยว โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา ชี้ว่าตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาจำนวนชาวเกาหลีใต้ที่มาเที่ยวกัมพูชาลดลงทุกเดือน หากนับตั้งแต่เดือน มี.ค. - ส.ค. ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายที่มีข้อมูล พบว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลงเกิน 10% เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือน มิ.ย. - ส.ค. ตัวเลขลดลงกว่า 15% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับช่วงที่มีข่าวชาวเกาหลีใต้ถูกลักพาตัวเกิดขึ้นหลายคดีติดๆ กัน
คนในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มองว่าช่วงนี้ยอดจองต่างๆ อาจหยุดนิ่งสักพัก ต่างจากปกติที่นักท่องเที่ยวจะเริ่มจองการเดินทางสำหรับไฮซีซัน เพื่อไปเที่ยวในเดือน ธ.ค. - ก.พ. ขณะที่บริษัททัวร์เล็กๆ แห่งหนึ่งในกัมพูชา เปิดเผยว่า นับตั้งแต่มีข่าวเรื่องสแกมเมอร์ก็ไม่มีคนจองทัวร์เข้ามาใหม่ แม้แต่ลูกค้าที่จองไว้แล้วก็โทรมาถามย้ำว่ายังปลอดภัยที่จะเดินทางไปเที่ยวอยู่หรือไม่
ตัวเลขนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่ลดลงในทุกๆ เดือน ถือเป็นหลักฐานชัดเจนที่ตอกย้ำความไม่สบายใจของฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งใช้โอกาสระหว่างการหารือกับ คิม จิน-อา ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศคนที่ 2 ของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16 ต.ค. แสดงความกังวลว่าคำสั่งห้ามพลเมืองเกาหลีใต้เดินทางไปบางพื้นที่ของกัมพูชาจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการท่องเที่ยวในประเทศ รวมไปถึงภาพลักษณ์ของกัมพูชา แต่เกาหลีใต้ยืนยันว่านี่ถือเป็นมาตรการจำเป็นในขณะนี้และจะพิจารณาปรับลดระดับคำเตือนหากสถานการณ์ดีขึ้น
นับตั้งแต่วันแรกที่คำสั่งของเกาหลีใต้เริ่มมีผลบังคับใช้ สายการบินในประเทศทยอยออกมาขานรับมาตรการดังกล่าวทันที อย่าง Korean Air และ Asiana Airlines ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการยกเลิกเที่ยวบิน สำหรับผู้โดยสารที่มีตั๋วเดินทางจากเกาหลีใต้ไปกัมพูชา โดยระบุถึงความกังวลด้านความปลอดภัย หลังพลเมืองเกาหลีใต้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้น โดยการยกเลิกค่าธรรมเนียมมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.ยาวไปจนถึงสิ้นปี 2568
ปัจจุบันทั้ง 2 สายการบินให้บริการเที่ยวบินไปกลับเกาหลีใต้-กัมพูชาทุกวัน โดย Korean Air ใช้เครื่องบินแอร์บัสที่บรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุด 272 ที่นั่ง ส่วนเที่ยวบินของ Asiana Airlines รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 180 คนต่อเที่ยว
ชาวเกาหลีใต้ส่อเลี่ยงเที่ยวอาเซียนจากปม "สแกมเมอร์"
ผลกระทบจากคำสั่งห้ามเดินทางของทางการเกาหลีใต้ รวมถึงความไม่เชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ ไม่เพียงกระทบการเดินทางไปกัมพูชาเท่านั้น แต่ลามไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเวียดนามและไทย ซึ่งถือเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้
The Korea Times รายงานว่า กลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติเกาหลีใต้ แสดงความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่อาจเดินทางมาภูมิภาคนี้ลดลง เนื่องจากสายการบินเหล่านี้มีฐานรายได้ค่อนข้างจำกัด พึ่งพารายได้จากเส้นทางการบินระยะสั้นถึงระยะกลางเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงรายได้จากเที่ยวบินระหว่างเกาหลีใต้และประเทศในอาเซียน
แม้ความหวาดกลัวต่อการเดินทางไปกัมพูชาในขณะนี้อาจยังไม่ได้ส่งผลกระทบกับรายได้โดยทันที แต่ก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อแนวโน้มรายได้ของสายการบินเหล่านี้ โดยนอกจากภาคการท่องเที่ยวแล้ว องค์กรต่างๆ ในเกาหลีใต้ที่จัดกิจกรรมอาสาสมัครในกัมพูชาก็ต้องเปลี่ยนแปลงกำหนดการต่างๆ เพื่อความปลอดภัย
อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ สั่งมาตรการฉุกเฉินให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไล่ลบประกาศรับสมัครงานออนไลน์ที่ล่อลวงชาวเกาหลีใต้ไปทำงานให้กับเครือข่ายอาชญกรรม ไม่ใช่แค่ในกัมพูชาเท่านั้น แต่เป็นทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะกังวลว่าการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นในกัมพูชาอาจทำให้เครือข่ายอาชญากรรมย้ายฐานไปประเทศอื่นๆ แทน
จุดหนึ่งที่น่าสังเกตตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา คือนอกจากเกาหลีใต้จะกดดันให้กัมพูชาร่วมมือปราบสแกมเมอร์แล้ว ยังชวนประเทศอื่นๆ ให้หันมาตระหนักถึงปัญหานี้ด้วย
คิม ซาง-จิน เบอร์ 2 ของสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ ประจำสหประชาชาติ หยิบประเด็นนี้ไปพูดบนเวทีคณะกรรมาธิการของสมัชชาสหประชาชาติที่นิวยอร์ก โดยเรียกร้องให้นานาชาติร่วมมือกันจัดการกับปัญหาการค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการหลอกลวงออนไลน์
เสียงสะท้อนนี้ดังสอดรับกับท่าทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล ซึ่งระบุว่าเกาหลีใต้อาจใช้เวทีประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ เป็นพื้นที่ในการเสนอกรอบการทำงานพหุภาคี เพื่อจัดการกับปัญหาอาชญากรรมในกัมพูชา หรืออาจหยิบประเด็นนี้ไปคุยต่อในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ เพราะการถอนรากถอนโคนอาชญากรรมเหล่านี้ เกาหลีใต้ระบุว่าการร่วมมือแค่กับกัมพูชาประเทศเดียว ยังไม่พอ
แต่ผู้นำกัมพูชาเปรยๆ ว่าไม่อยากให้ประเทศที่ 3 หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ประเทศไทย มายุ่งกับการปราบสแกมเมอร์ แต่นาทีนี้ดูเหมือนเกาหลีใต้จะไม่ฟัง ซึ่งการปราบสแกมเมอร์ถือเป็น 1 ใน 4 เงื่อนไขของไทยที่จะพูดคุยกับกัมพูชาด้วย
อ่านข่าว
กัมพูชา เตรียมส่งชาวเกาหลีใต้ 59 คนกลับประเทศ
สส.รีพับลิกันเสนอ "ขึ้นบัญชีดำกัมพูชา" คว่ำบาตรเครือข่ายฮุนเซน
"ฮุน มาเนต" ลั่นกัมพูชาร่วมมือเกาหลีปราบสแกมเมอร์ ไม่ต้องพึ่งเพื่อนบ้าน











