ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"กว่างซี" ประตูยุทธศาสตร์เชื่อมจีน-อาเซียน ไทยคู่ค้าอันดับ 2 โอกาสสินค้าสู่ตลาดโลก

สังคม
20:44
1,450
"กว่างซี" ประตูยุทธศาสตร์เชื่อมจีน-อาเซียน ไทยคู่ค้าอันดับ 2 โอกาสสินค้าสู่ตลาดโลก
อ่านให้ฟัง
11:24อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน ประตูเชื่อมจีน-อาเซียน จุดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ส่งออกทุเรียนผ่านด่านโหย่วอี้กวาน 220 ตู้คอนเทนเนอร์/วัน นับเป็นโอกาสสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีพรมแดนติดกับประเทศเวียดนาม (จังหวัดห่าซาง กาวบั่ง หลั่งเซิน และกว๋างนิญ) และอ่าวตังเกี๋ย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 237,600 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองออกเป็นเขตการปกครองระดับจังหวัด 14 แห่ง มีพื้นที่ 237,600 ตร.กม. ใหญ่เป็นอันดับ 9 ของจีน มีประชากรรวม 56.9 ล้านคน (อันดับ 11 ของจีน) เดิมกว่างซีมีสถานะเป็นมณฑล ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเขตปกครองตนเองเมื่อปี ค.ศ.1958 โดยมีนครหนานหนิงเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการบริหาร

ด้วยทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อันโดดเด่น เชื่อมโยงระหว่างจีนกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กว่างซีจึงมีบทบาทสำคัญในฐานะ "ประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน" ของจีน เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างสองภูมิภาค โดยเฉพาะนครหนานหนิงซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการติดต่อ ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และสังคมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างใกล้ชิด

ในโอกาสที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ นำคณะสื่อมวลชนไทยโครงการ "มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้" ครั้งที่ 7 ศึกษาดูงานนครหนานหนิง ประเทศจีนระหว่างวันที่ 26 - 30 ต.ค. ได้เข้าพบ น.ส.เบญจมาศ ตันเวทยานนท์ กงสุลใหญ่แห่งราชอาณาจักรไทย ประจำนครหนานหนิง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทและศักยภาพของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การลงทุน และยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค ในฐานะ "ประตูการค้า" ระหว่าง จีนกับอาเซียน ภายใต้ยุทธศาสตร์ระเบียงการขนส่งเชื่อมทางบกและทางทะเลแห่งภาคตะวันตก หรือ NWLSC (New Western Land and Sea Corridor) ที่มีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงการค้าระหว่าง จีน อาเซียน เอเชียกลาง และยุโรป

น.ส.เบญจมาศ กล่าวว่า กว่างซีไม่ได้เป็นเพียงตลาด แต่เป็นประตูสำคัญของสินค้าไทย ในการเข้าสู่ตลาดจีนตอนใน ไปจนถึงเอเชียกลางและยุโรป โดยระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ของกว่างซีในปัจจุบันเชื่อมโยงกับไทยได้หลายเส้นทาง ทั้งทางบก ทางรถไฟ ทางอากาศ และทางทะเล ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้าไทย

ทุเรียนไทยผ่านด่านโหย่วอี้กวานได้ถึง 220 ตู้คอนเทนเนอร์/วัน

ปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางบกจากไทยไปถึงกว่างซีใช้เวลาเพียง 2 วัน ทำให้สามารถรักษาคุณภาพความสดของผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ส่งออกไปยังจีน เส้นทางการค้าหลักจากไทยสู่กว่างซีประกอบด้วย

1.ด่านทางถนนตั้งแต่ด่านโหย่วอี้กวาน ด่านตงซิง ด่านหลงปัง ด่านสุยโข่ว
2.ด่านทางรถไฟ คือ ด่านรถไฟผิงเสียง
3.ด่านทางสนามบิน เช่น ด่านสนามบินหนานหนิง ด่านสนามบินกุ้ยหลิน และด่านทางทะเล คือ ด่านท่าเรือชินโจว ด่านท่าเรือฝางเฉิงก่าง

โดยเฉพาะ ด่านโหย่วอี้กวาน (Youyiguan Border / 友谊关口岸) ซึ่งเป็นด่านที่ใหญ่ที่สุด มีศักยภาพรองรับตู้คอนเทนเนอร์ทุเรียนได้ถึง 220 ตู้ต่อวัน และอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็น Smart Port ที่ใช้รถบรรทุกไร้คนขับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ซึ่งทุเรียนไทยออกจากนครพนม ผ่านลาว เข้าเวียดนามฮานอย เข้าสู่กว่างซี ฤดูผลไม้ที่ผ่านมามีทุเรียน 220 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อวัน ผ่านด่าน โหย่วอี้กวาน ไม่รวมกับด่านอื่นๆ

ส่วนด่านทางบกอื่นๆ ด่านตงซิง (Dong xing), ด่านหลงปัง (Longbang) และด่านสุ่ยโข่ว (Shuikou) ซึ่งเพิ่งเปิดรับทุเรียนไทยได้ทางราง โดยมีด่านรถไฟผิงเสียง (Pingxiang) อยู่ใกล้กับด่านโหย่วอี้กวาน สินค้าจะถูกขนส่งทางรถยนต์ไปเวียดนาม จากนั้นจะยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นบนรถไฟ เพื่อเข้าจีนที่ผิงเสียง ซึ่งช่วยลดความแออัดที่ด่านทางบกได้

ไทยคู่ค้าอันดับ 2 ของกว่างซี 

น.ส.เบญจมาศ ยังระบุว่าจากข้อมูลการค้าไทย–กว่างซีในเดือน ม.ค.2568 มีมูลค่ารวมกว่า 26,779 ล้านหยวน โดยไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของกว่างซี รองจากเวียดนาม การส่งออกจากกว่างซีไปไทยเพิ่มขึ้น 13.35% มูลค่า 19,953 ล้านหยวน ขณะที่การนำเข้าจากไทยอยู่ที่ 6,825 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.12% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 13,128 ล้านหยวน

สินค้าหลักที่ไทยส่งออก ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ (HDD), ทุเรียน มังคุด ลำไยสด มันสำปะหลัง และน้ำยางพารา ขณะที่สินค้าส่งออกจากกว่างซีมายังไทย ได้แก่ สมาร์ทโฟน อะไหล่เครื่องจักร และฮาร์ดดิสก์ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์

ด้านการลงทุนของไทยมีบริษัทใหญ่ของไทยเข้ามาลงทุนหลายแห่ง เช่น SCG กระทิงแดง มิตรผล และ ธนาคารกรุงเทพ (กำลังจะเปิดสาขาที่ 2) เนื่องจากกว่างซีเป็นแหล่งปลูกอ้อยที่ใหญ่ที่สุดในจีน มิตรผลได้นำนวัตกรรมมาใช้และดำเนินธุรกิจแบบ "Green Economy" โดยนำชานอ้อยไปทำไฟฟ้า และวัสดุทำถนน (คล้ายยางมะตอย)

ทั้งนี้คนกว่างซีชื่นชอบความเป็นไทย ทั้งอาหาร มวยไทย รวมถึงอัธยาศัยของคนไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ไทยในยังมีโอกาสในตลาดกว่างซี

ด้านการศึกษา ในกว่างซีมี ถึง 38 สถาบันที่เปิดสอนภาษาไทย และมีคนไทยประมาณ 2,000 คน โดย 1,500 คนเป็นนักเรียน นักศึกษาที่เข้ามาแลกเปลี่ยน

น.ส.เบญจมาศ กล่าวถึง บทบาทของสถานกงสุลฯ และทีมประเทศไทย ทั้งพาณิชย์, เกษตร, BOI, ททท.ทำหน้าที่เป็นผู้รักษาประตูการค้า และอำนวยความสะดวกให้สินค้าไทย โดยเฉพาะผลไม้ให้เข้ามาได้สะดวกขึ้น รวมถึงประสานงานเตรียมความพร้อมรับฤดูกาลผลไม้ กว่างซียังมีเวทีการแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญ คือ China-ASEAN Expo (CAEXPO) ซึ่งเป็นเวทีที่ไทยเข้าร่วมทุกปี (ปีล่าสุด 120 บูธ)

สำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ที่จะเริ่มใช้ในปีหน้า ซึ่งยังเน้นเรื่องการพัฒนาอย่างมีคุณภาพสูง ได้ประโยชน์กับต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ประเทศไทยจึงยกต้องยกระดับเศรษฐกิจด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนวัตกรรมองค์ความรู้ต่างๆ ซึ่งจีนพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งจะเกิดความร่วมมือกันอย่างไรเพื่อ ให้ยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศไปด้วยกัน

ฝากให้สื่อมวลชนไทยทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อมโยง" ช่วยสื่อสารให้คนไทยเห็นโอกาส และต้อง "รู้เขา รู้เรา" เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการศึกษาในอนาคต

กว่างซีเดินหน้าขยายความร่วมมือรอบด้านกับไทย-อาเซียน

นอกจากนี้คณะสื่อมวลชนโครงการ "มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้" ครั้งที่ 7 ได้พบกับ นายซ่ง ไฮวจวิน (SONG HAIJUN) รองผู้อำนวยการกิจการต่างประเทศกว่างซี

เปิดเผยว่า การค้าต่างประเทศของกว่างซีมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี โดยมีอาเซียนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด และมีมูลค่าการค้าชายแดนและการซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วยเงินหยวนสูงที่สุดในจีนตอนใต้ ขณะเดียวกัน กว่างซียังประสบความสำเร็จในการพัฒนาด้านพลังงานสะอาด การจัดสรรสวัสดิการ การศึกษา และบริการสาธารณสุขให้แก่ประชาชนอย่างเท่าเทียม

สำหรับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกว่างซีกับประเทศไทย นายซ่งระบุว่า นอกจากการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยแล้ว ยังมีการนำเข้าเศษอลูมิเนียม และ เศษทองแดง เพื่อใช้ในธุรกิจรีไซเคิล รวมถึงความร่วมมือด้านการลงทุนและการขยายการค้าระหว่างกัน โดยกว่างซีมีความต้องการส่งออกสินค้าไปยังไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันความร่วมมือในหลายมิติ เช่น การศึกษา การท่องเที่ยว สื่อบันเทิง และการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ รวมถึงการสร้างฐานการผลิตในไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต และการเชื่อมต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมร่วมกัน

นอกจากนี้ กว่างซียังสนับสนุนให้วิสาหกิจของตนเข้าไปพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรและโครงสร้างพื้นฐานในไทย ตลอดจนขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โลจิสติกส์ และการสื่อสารระหว่างสื่อมวลชนทั้งสองฝ่าย การจับคู่ 10 เมืองแฝดระหว่างกว่างซีและไทย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ จ.ขอนแก่น ที่มีความสัมพันธ์กับกว่างซีมายาวนานกว่า 33 ปี

ทั้งนี้ ในเดือน พ.ค.2568 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมคณะทำงานร่วมกว่างซี-ไทย ครั้งที่ 5 ณ นครหนานหนิง เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-กว่างซีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทุกมิติ

อ่านข่าว :

"คลองผิงลู่" ทางลัดสู่ทะเลในกว่างซี ประตูโอกาสสินค้าจีน-อาเซียน

"อ่าวเป่ยปู้" ท่าเรืออัจฉริยะศูนย์กลางโลจิสติกส์การค้าทางบก-ทะเล เชื่อมจีนกับอาเซียน

หนานหนิงศูนย์กลาง AI สะพานเทคโนโลยีจีน-อาเซียนสู่อนาคตดิจิทัล