วันนี้ (12 พ.ย. 2568) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร) เปิดเผยว่า กกร. ได้รับข้อร้องเรียน และความกังวลจากสมาชิกทั่วประเทศ ทั้งจากหอการค้าจังหวัดมากกว่า 70 จังหวัดทั่วประเทศ สภาอุตสาหกรรมจังหวัด กลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ สมาคมการค้ามากกว่า 90 สมาคม และหอการค้าต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยและคัดค้านกับร่างกฎหมายดังกล่าว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกฎหมายที่ขาดการประเมินผลกระทบกฎหมาย (Regulatory Impact Assessment: RIA) อย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการพิจารณาความเหมาะสม และผลกระทบต่อภาคส่วนต่าง ๆ
ร่างกฎหมายดังกล่าวมีหลายมาตราที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม และเพิ่มภาระต้นทุนการจ้างงานให้กับนายจ้างในภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นจากการปรับข้อกำหนดของกฎหมายใหม่
นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลให้เกิดการลดลงของความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการดึงดูดการลงทุนของประเทศไทยในภาพรวมอีกด้วย
ทั้งนี้ การกำหนดให้คณะกรรมการค่าจ้าง ต้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มทุกปี โดย กกร. เห็นว่า การปรับอัตราจ้างขั้นต่ำย่อมขึ้นอยู่กับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สะท้อนให้เห็นถึง ความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง และค่าครองชีพของลูกจ้างตามที่บัญญัติไว้แล้วในกฎหมายปัจจุบันโดยให้ความสำคัญกับคณะกรรมการค่าจ้างฯคณะกรรมการไตรภาคีจังหวัดและมาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เป็นต้น
ขอย้ำให้เห็นว่า กระบวนการจัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก หรือกฎหมายมหาชน ควรมีการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน ซึ่งในกรณีนี้ ยังขาดข้อมูลที่เพียงพอ และอาจส่งผลต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ดังนั้น กกร. จึงขอคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่ ทั้ง 3 ฉบับ ที่ไม่สอดรับกับข้อกำหนดองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง
ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด กกร.เห็นด้วยในหลักการและบางมาตรการ แต่ควรปรับให้ชัดเจน และไม่ซ้ำซ้อนกฎหมายเดิม
ดังนั้นกกร.ขอเสนอประเด็นสำคัญที่ควรทบทวน เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง เช่น การจัดตั้งกองทุนอากาศสะอาด กองทุนมีวัตถุประสงค์ครอบคลุมถึง 17 ข้อ แต่ยังไม่มีลำดับความสำคัญ หรือสัดส่วนการใช้เงินอย่างชัดเจนในการแก้ปัญหามลพิษ และไม่ได้ผ่านขั้นตอนพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนตามที่ควรจะเป็น จึงมีความกังวลว่าอาจไม่สามารถจัดตั้งกองทุนได้จริงในทางปฏิบัติ
หรืออัตราโทษและบทกำหนดโทษ กกร. สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อผู้ฝ่าฝืน แต่ร่างกฎหมายฯ ฉบับนี้มีการกำหนดอัตราโทษสูงกว่าฉบับอื่น ๆ ที่สภาผู้แทนราษฎรเคยรับหลักการ กกร. จึงเสนอให้ทบทวนระดับโทษให้สมดุลกับมาตรฐานสากล และควรมีระยะเวลาการปรับตัวสำหรับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม
สำหรับร่าง พ.ร.บ.โรงงาน กกร. เข้าใจถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายโรงงานในประเด็นปัญหาต่าง ๆ เช่น โรงงานที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ตามที่เป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งกกร. ยังสนับสนุนให้มีการยกระดับมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม
แต่ กกร. มีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อร่าง พ.ร.บ.โรงงาน (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาขณะนี้ เนื่องจากประเด็นที่มีการเสนอแก้ไขในหลายประเด็น ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรมไทย ลดขีดความสามารถในการแข่งขัน กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน เช่น การรื้อฟื้นระบบใบอนุญาตโรงงานแบบมีอายุ ขัดกับหลัก Ease of Doing Business กกร. ไม่เห็นด้วยต่อแนวทางการนำระบบใบอนุญาตแบบมีอายุกลับมาใช้ เนื่องจากระบบดังกล่าวเคยสร้างปัญหาในอดีต หรือเปิดให้ประชาชนเข้าสังเกตการณ์โรงงาน มีข้อกังวลด้านความขัดแย้ง และการละเมิดความลับทางการค้า เป็นต้น
อย่างไรก็ดี กกร. ขอยืนยันว่าการปรับปรุงกฎหมายโรงงาน ควรยึดหลักความสมดุลระหว่างการกำกับดูแล กับการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ไม่ใช่เพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการ ภาครัฐ และประชาชนโดยไม่จำเป็น
อ่านข่าว:
พณ.ลดค่าธรรมเนียมส่งออกข้าว หนุนเกษตรกร–รายย่อยโกอินเตอร์
ปลดล็อกเศรษฐกิจไทย หอการค้าฯ ระดมสมองเอกชนร่วมกำหนดทิศทางประเทศ
คัดค้านร่างพรบ.แรงงานฉบับใหม่ หอการค้าฯ ย้ำต้องรับฟังเสียงนายจ้าง











