วันนี้ (12 พ.ย.2568) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังบูรพา ว่า เกิดเหตุทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงเข้ามายังฝั่งไทยในพื้นที่ชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
หลังจากนั้น ฝ่ายไทยได้เข้าแนวกำบังและได้ยิงแจ้งเตือนไปยังจุดที่มีการยิงเข้ามา ตามกฎการใช้กำลัง เหตุการณ์ทั้งหมดกินเวลาประมาณ 10 นาทีจึงสงบลง โดยฝ่ายไทยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ด้านสำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชา เผยแพร่แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชา โดย พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา อ้างว่า เวลาประมาณ 15.50 น. ทหารไทยยิงเข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านเปรยจัน จ.บันเตียเมียนเจย ทำให้มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บ 5 คน พร้อมระบุว่าฝ่ายไทยละเมิดข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชา-ไทย และเรียกร้องให้ไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิง
ต่อมาเวลา 18.02 น. กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงว่า เวลา 16.10 น. เกิดเหตุการใช้อาวุธปืนยิงมาจากฝั่งกัมพูชา คาดว่าเป็นอาวุธปืนเล็ก AK-47 ประมาณ 30 นัด โดยกองกำลังบูรพาได้ยิงเตือนและโต้ตอบเหตุการณ์ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนสถานการณ์จะสงบลง ตรวจสอบฝ่ายไทยไม่ได้รับการสูญเสีย
กองทัพภาคที่ 1 ระบุอีกว่า กองกำลังบูรพาได้ทำการเตือนและตอบโต้ยึดตามกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัดเพื่อระงับเหตุ ซึ่งการใช้อาวุธตอบโต้เป็นทางเลือกสุดท้ายในสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อปกป้องชีวิตและอธิปไตยของชาติ
กำลังพลยิงตอบโต้ด้วยอาวุธปืนเล็กยาวไปยังทิศทางยิงของฝ่ายตรงข้ามที่กระทำต่อกำลังพลฝ่ายไทย โดยใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ ไม่ให้ถูกเป้าหมายพลเรือน ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และหยุดตอบโต้เมื่อภาวะคุกคามจากฝั่งตรงข้ามสิ้นสุดลงทันที
กระแสข่าวปะทะช่องตาเฒ่า-ทหารไทยเจ็บ เป็นข่าวปลอม
ส่วนกรณีที่มีการแชร์ข่าวว่า มีการปะทะกันที่ช่องตาเฒ่า จ.ศรีสะเกษ พื้นที่ใกล้ประสาทพระวิหาร ระบุว่าทหารไทยถูกยิงบาดเจ็บที่ขา พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษก ทบ. ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม โดยมีรายงานว่าเป็นการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุส่งกลับสายแพทย์ของหน่วยในพื้นที่ พร้อมขอประชาชนรับฟังข่าวสารจากการทางการเท่านั้น
รองโฆษก ทบ. ยังกล่าวถึงกรณีสื่อกัมพูชารายงานว่า ทหารกัมพูชา 1 ใน 18 เชลยศึก เสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลวขณะถูกควบคุมตัว และทางการไทยส่งร่างกลับไปยังกัมพูชา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นข่าวปลอมเช่นกัน
อ่านข่าว
ปกครองสั่งผู้ว่าฯ 7 จังหวัด เตรียมแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง
ผบ.ทสส.เผยลุยเก็บกู้ทุ่นระเบิด 5 จุดนำร่อง ก่อนขยายจนครบ 13 พื้นที่
TMAC พบแนวลวดหนามถูกรื้อถอนก่อนทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด











