วันนี้ (12 ธ.ค.2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลภายหลังจากเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี นายกรัฐมนตรีได้เข้าสู่ภารกิจด้านความมั่นคงทันที โดยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสนทนาทางโทรศัพท์กับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดขึ้นในเวลา 21.20 น. ตามเวลาประเทศไทย
การสนทนาดังกล่าวจะมุ่งหารือเกี่ยวกับ สถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทวีความตึงเครียดและมีผลกระทบต่อความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศ โดยเป็นการประสานงานในระดับผู้นำรัฐบาล เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางรับมือสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่
ในเวลาประมาณ 21.30 น. มีรายงานว่า นายอนุทิน ได้หารือทางโทรศัพท์กับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ร่วมรับฟังการสนทนาด้วย ณ ห้องโดมทอง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
ในเวลา 22.10 น.นายกรัฐมนตรี แถลงต่อหน้าสื่อมวลชนที่มาปักหลักรอถึงผลการหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยยืนยันว่าไทยปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อยู่ในปฏิญญาสันติภาพร่วมมาตลอด ไม่เคยออกนอกเงื่อนไข แต่กัมพูชาเป็นผู้ละเมิด ทำให้ไทยสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน ไทยจึงจำเป็นต้องตอบโต้ ต้องป้องกันอธิปไตยของเรา ดินแดนของเรา ทรัพย์สินของคนไทย และสุดท้ายสิ่งที่เราจะต้องป้องกัน ต้องดำเนินการอย่างสูงสุด คือต้องป้องกันชีวิตของประชาชน
และอธิบายกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เข้าใจว่าไทยไม่ได้เป็นฝ่ายจู่โจม หรือรุกรานประเทศกัมพูชา ไทยตอบโต้ แต่เวลาไทยตอบโต้ บางครั้งก็ต้องทำให้เขาได้ยิน
ต้องทำให้เขาเห็นว่า อย่ามาทำอย่างนี้กับไทย ไทยไม่ใช่ประเทศที่อยากจะทำอะไร คุณก็มาทำได้
ไม่มีใครอยากรบ ไม่มีใครอยากเห็นคนเสียชีวิต แต่อธิปไตย ดินแดนของไทย ประชาชนคนไทย ถ้าผมยังเป็นนายกฯ อยู่ จะมาถูกกลั่นแกล้ง จะมาถูกละเมิด จะมาถูกลอบยิง เพราะฝ่ายผู้บริหารประเทศมีความขัดแย้งกัน แต่ประชาชนตรงนั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไร ผมก็ทนไม่ได้เหมือนกัน
ทั้งนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ อยากให้ทั้ง 2 ประเทศหยุดยิง ซึ่งตนได้อธิบายว่าต้องไปบอกกัมพูชาดีกว่า ซึ่งการหยุดยิงต้องบอกให้โลกรู้ โดยการถอนกำลัง เก็บกู้ระเบิดที่วางเอาไว้ออกไปให้หมด และทำให้เห็น ซึ่งประเทศไทยไม่เคยอยากได้อะไรอยู่แล้ว แต่กัมพูชาต้องหยุดทุกอย่าง
ส่วนพื้นที่ตาควายที่ฝ่ายกัมพูชาจะไม่ยอมถอยนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ในรายละเอียดเป้าหมายของกองทัพเป็นอย่างไร ไม่สามารถแทรกแซงได้ เพราะกองทัพมีแผนดำเนินการ และมีการแถลงให้ประชาชนรับทราบอยู่ทุกวัน ฉะนั้น พวกเราทั้งสามคนมีหน้าที่ดูเรื่องของนโยบาย เพื่อที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ และประเทศได้ประโยชน์
"ไม่ใช่ว่าจะรบลูกเดียวไม่มีใครรบ และไม่มีใครอยากเห็นคนเสียชีวิตไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ แต่อธิปไตย และดินแดนของไทย หากตนยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่จะไม่ยอมให้ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ยอมให้ถูกละเมิด ไม่ยอมให้ถูกลอบยิง เพราะฝ่ายบริหารประเทศมีความขัดแย้งกัน แต่ประชาชนไม่รู้เรื่องอะไร เรื่องนี้ตนก็ยอมไม่ได้เช่นกัน"
ส่วนสถานการณ์จะสิ้นสุดตรงไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้คุยเรื่องความขัดแย้งเป็นเรื่องของสองประเทศสิ่งที่ ประธานาธิบดีสหรัฐ หรือนายกฯมาเลเซีย ต่างไม่ต้องการให้มีการสูญเสียชีวิต เป็นจุดเดียวกับพวกเรา
นายกรัฐมนตรียังระบุว่าในพื้นที่ทหารก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม ส่วนเรื่องกรอบระยะเวลาการสู้รบนั้น ไม่สามารถที่จะบอกได้ ว่าจะทำอะไร ทุกคนก็ต้องดำเนินการ แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือภายใต้กฎหมายไทยหรือกฎหมายสากล จะไม่มีการละเมิดจากฝ่ายไทยอย่างแน่นอน และสิ่งที่ฝ่ายไทยสามารถพูดกับผู้นำต่างประเทศได้ ก็เพราะไม่เคยละเมิดสัญญาที่เคยลงนามไว้ และไม่เคยรุกรานดินแดนของเพื่อนบ้าน
ทรัมป์พร้อมลดภาษี-ไม่ผูกปมชายแดน ส่งไม้ต่อ "ศุภจี" เจรจาตัวเลข
นายกฯ เผย ทรัมป์พร้อมลดภาษีให้ไทยเหนือกว่าประเทศอื่น ส่งไม้ต่อ "ศุภจี" เจรจาตัวเลข ชี้ชัดไม่ผูกปัญหาภาษีกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยต่อว่าได้มีการพูดคุยถึงประเด็นการลดภาษีสหรัฐฯ สำหรับไทย ซึ่งทรัมป์ยืนยันจะให้สิทธิประโยชน์ "ดีกว่าประเทศอื่น" พร้อมระบุว่าเป็นประเด็นที่เคยคุยกันมาก่อนและหลงลืมไปเนื่องจากงานจำนวนมาก
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงช่วงเวลาที่สหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการ นายอนุทินระบุว่า ไทยทำหน้าที่ของตนเรียบร้อยแล้ว และถึงเวลาที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ จะเข้าหารือเชิงลึกเพื่อกำหนดตัวเลขและขอบเขตมาตรการทางภาษี โดยย้ำว่าทรัมป์เป็นฝ่ายหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาถามเอง และไม่มีท่าทีผูกโยงเรื่องภาษีกับสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา
ส่วนตัวเลขการลดภาษีที่จะได้รับนั้น นายอนุทินระบุว่า ยังต้องรอให้รัฐมนตรีพาณิชย์เป็นผู้เจรจา พร้อมกล่าวติดตลกว่า "เดี๋ยวให้นางศุภจีไปอ้อนให้ได้เยอะ ๆ"
อ่านข่าวอื่น :
ไทม์ไลน์เลือกตั้ง 2569 ยุบสภา 12 ธ.ค.68 คาดหย่อนบัตร 1 หรือ 8 ก.พ.69
นักวิชาการชี้ "ยุบสภาฯ" ผิดจากที่คาด เหมือน "พรรคประชาชน" ถูกต้ม










