หลายจังหวัดสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย

ภูมิภาค
02:22
จำนวนผู้ชม 38
Thai PBS
หลายจังหวัดสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย

แม้ระดับน้ำตั้งแต่ภาคเหนือตอนบนเรื่อยลงมาจนถึงภาคเหนือตอนล่างจะเริ่มทรงตัวแล้ว แต่ยังพบว่า ระดับน้ำในเขตภาคกลางยังไม่ได้ลดระดับลง ซึ่งคาดกันว่า สาเหตุที่ปริมาณน้ำยังมากเพราะน้ำถูกเติมเต็มจากน้ำที่หลากลงมาตามทุ่งอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขณะนี้สถานการณ์ในเขตลุ่มน้ำภาคกลางถือว่า อยู่ในภาวะวิกฤต

 src=/sites/default/files/imce/8_16.jpg

" src="/sites/default/files/imce/8_16.jpg

 src=/sites/default/files/imce/9_28.jpg

" src="/sites/default/files/imce/9_28.jpg

ในเขตพื้นที่ภาคกลางสถานการณ์น้ำยังคงวิกฤตหลายพื้นที่ โดยพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานต้องเร่งเสริมคันกั้นน้ำหลายแห่งให้มีความแข็งแรงและสามารถลดกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเพื่อชะลอน้ำให้ได้มากที่สุด รวมถึงต้องเร่งซ่อมแซมคันกั้นน้ำ บริเวณสะพานนิมมานนรดี ตรงจุดที่มีคนนำเรือมาข้ามในบริเวณนี้จนชำรุด

ส่วนที่จังหวัดอ่างทองน้ำยังท่วมขยายวงกว้างน้ำได้ทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน ในเขตเทศบาลตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง เต็มทั้งพื้นที่แล้ว และ ไหลข้ามถนนอ่างทอง-โพธิ์พระยา-ท่าเรือ บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีอ่างทอง หน่วยงานของรัฐต้องพยายามชี้แจงทำความเจ้าใจกับชาวบ้านในเรื่องการปิดเส้นทางน้ำ

เจ้าหน้าที่ยังต้องเร่งเสริมคันกั้นน้ำ ริมถนนสายอ่างทอง-วัดหลุมไก่ ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะน้ำจากทุ่งลำท่าแดง ที่ทะลักฝายน้ำล้นเมื่อสองก่อน ได้ไหลเข้าทางด้านหลังพื้นที่เศรษฐกิจ

ส่วนพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีน้ำยังท่วมสูงและทรงตัวเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจ ในย่านถนนศรีอุทัย และถนนเติบศิริ ระดับน้ำยังสูงประมาณ 2 เมตร ขณะที่ตำบลรอบนอก และพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลเกาะเทโพ ตำบลท่าซุง ตำบลสะแกกรัง ตำบลเนินแจง และตำบลหนองไผ่แบนน้ำท่วมทรงตัวสูง 3-6 เมตร

ส่วนชาวนาในเขตอำเภอเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวก่อนกำหนด เพราะน้ำจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เริ่มไหลเข้าท่วมที่นาข้าวมา 2 วันแล้ว แม้ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้จะขายได้เพียง 3,000-5,000 บาทต่อไร่ สำหรับพื้นที่ที่เป็นนาข้าวขณะนี้ ยังมีอีกนับหมื่นไร่ที่ยังไม่ได้เก็บเก็บ และมีความเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วม

ส่วนสถานการณ์น้ำที่จังหวัดสมุทรปราการ นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย ผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมบางพลี และ เจ้าหน้าที่ที่กี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือ เรื่องป้องกันน้ำท่วมภายใน นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง หลังกรมชลประทาน มีหนังสือด่วนที่สุดแจ้งเตือนมายังจังหวัด ให้ระวังน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน เนื่องจาก ขณะนี้ปริมาณน้ำจากอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ไหลบ่าลงมายัง คลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี ที่อยู่ในขั้นวิกฤต

ซึ่งมวลน้ำนี้จะไหลลงมาสู่พื้นที่ตอนล่างผ่านคลองแสนแสบ คลองประเวศน์บุรีรมย์ เขตกรุงเทพมหานคร ลงสู่ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และ คลองสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ รวมไปถึงคลองต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกัน ประกอบกับ ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคกลางของประเทศไทย ซึงจะส่งผลให้ฝนตกหนักในพื้นที่ต่อไปอีก ทำให้ระดับน้ำในคลองสูงขึ้น จึงเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารืออย่างเร่งด่วน เพื่อวางมาตรการป้องกันน้ำท่วมภายในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้

โดยนิคมฯได้เสริมกระสอบทรายกั้นน้ำสูงขึ้นจากเดิม 60 เป็น 80 เซนติเมตร รวมทั้ง เดินเครื่องสูบน้ำทันทีหากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่นานติดต่อกัน ซึ่งจะระบายน้ำได้ไม่น้อยกว่าชั่วโมงละ 14,000 ลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ ยังสั่งให้ อำเภอบางเสาธง เร่งเก็บผักตบชวาที่อยู่ในคลองสายต่างๆ ไม่ให้ติดค้าง หรือ ขวาง ตอม่อสะพาน และ ประตูระบายน้ำ

อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ควรตื่นตระหนกกับข่าวลือที่เกิดขึ้น หากสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถสอบถามได้ที่โทรศัพท์สายด่วน หมายเลข 1131 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนสถานการณ์ทางภาคเหนือที่จังหวัดพิจิตร น้ำยังท่วมขยายวงกว้าง นอกจากบ้านเรือนแล้ว โบราณสถานตามวัดต่างๆ กว่า 140แห่ง เช่น อุโบสถ และเจดีย์เก่าแก่ อายุกว่า 100ปี ที่ถูกท่วมขังมานาน ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่า อาจเสียหาย สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร ระบุว่า ต้องรอให้น้ำลดก่อน จึงจะเข้าไปสำรวจและบูรณะ
ด้านจังหวัดพิษณุโลกแม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่ขณะนี้หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูง และขยายวงกว้าง ซึ่งยังทำให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะถนนถูกตัดขาด การสัญจรต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และคาดการณ์ว่า น้ำยังคงท่วมขังไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน กว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ส่วนเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ก็ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ และทำแนวกระสอบทรายกั้นรอบพิพิธภัณฑ์ เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำมูลไหลเข้าท่วม เพราะขณะนี้น้ำได้ท่วมสถานที่ราชการ และบ้านที่อยู่ติดแม่น้ำมูล

ที่จังหวัดบุรีรัมย์น้ำปริมาณมากที่ถูกระบายออกมาจากอ่างเก็บน้ำจระเข้มากและอ่างฯห้วยตลาด ได้ไหลเข้าท่วมอาคารเรียนและหอพักนักศึกษาภายในโรงเรียนเบญจเทคโนบุรีรัมย์ เขตอำเภอเมืองบุรีรัมย์ สูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้นักศึกษาต้องลุยน้ำเข้าไปเก็บทรัพย์สินออกมาอย่างทุลักทุเล ขณะที่สถาบันการศึกษาในพื้นที่ใกล้เคียงหลายแห่ง ต้องเร่งเสริมกระสอบทรายโดยรอบ เพื่อป้องกันน้ำขยายวงกว้างเข้าท่วม

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ลุ่มน้ำชีของจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ยังคงไม่คลี่คลาย และน้ำยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก เนื่องจากเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ยังคงปล่อยน้ำปริมาณมากลงมาสมทบกับแม่น้ำชีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หน่วยงานภาครัฐ เร่งนำของยังชีพและเครื่องนุ่งห่มไปมอบให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน