ฝรั่งเศสโหมโรงแทรกแซงซีเรีย
นายเทยิป เออร์โดกัน นายกรัฐมนตรีของตุรกี กล่าวตัดพ้อว่า ที่นานาชาตินิ่งเฉยต่อเหตุการณ์รัฐบาลซีเรียปราบปรามประชาชนอย่างโหดร้ายอยู่ได้นั้นก็เพราะว่าซีเรียไม่มีแหล่งน้ำมันเหมือนลิเบีย ทั้งนี้ นายเออร์โดกันระบุด้วยว่า การนิ่งเฉยแบบนี้ถือเป็นความบกพร่องทางจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง และเรียกร้องให้นานาชาติเข้าแทรกแซงโดยทันที
สหประชาชาติระบุว่า กว่า 8 เดือนของการประท้วงขับไล่รัฐบาลซีเรียที่ผ่านมานั้น ประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซ้าดได้สังหารผู้ประท้วงไปแล้วอย่างน้อย 3,500 คน แต่รัฐบาลซีเรียอ้างว่าผู้ประท้วงเป็นกลุ่มก่อการร้ายและแก๊งอาชญากร
การลุกฮือของชาวซีเรียที่ผ่านมานั้น ภาพที่ปรากฏออกมาสู่สายตาชาวโลกจะเป็นการไล่สังหารผู้ประท้วงจากฝ่ายรัฐบาล ซึ่งกระทำด้วยอาวุธนานาชนิด รวมถึงยิงถล่มด้วยปืนใหญ่ติดรถถัง แต่ทว่าล่าสุดเมื่อวานนี้ (17 พ.ย.) กลับเป็นเหตุการณ์แตกต่างออกไป เมื่อกลุ่มทหารแปรพักตร์ในนาม "กองทัพซีเรียเสรี" เปิดฉากการโจมตีฝ่ายรัฐบาล โดยเป็นการบุกเข้าไปวางระเบิดสำนักงานข่าวกรองที่ตั้งอยู่ชานกรุงดามัสกัส นอกจากนี้กองทัพซีเรียเสรีก็ยังใช้จรวดยิงโจมตีสมาคมยุวชนสนับสนุนรัฐบาลทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยกลุ่มทหารแปรพักตร์แถลงการณ์อ้างว่า สังหารทหารรัฐบาลไปอย่างน้อย 14 นาย
หลายประเทศกำลังพยายามเพิ่มแรงกดดันเพื่อให้ประธานาธิบดีบาชาร์ยอมสละอำนาจ ส่วนสันนิบาตอาหรับที่กำลังประชุมอยู่ในโมร็อกโคขยายเวลาการพักสมาชิกภาพของซีเรียออกไปอีก 3 วัน ทั้งนี้เพื่อให้รัฐบาลซีเรียยุติการปราบปรามและหันมาใช้การเจรจากับผู้ประท้วง
ซีเรียนั้นได้ชื่อว่าเป็นขุมพลังของความเป็นเชื้อชาตินิยมภายในโลกอาหรับ แต่เวลานี้กลับยิ่งถูกโดดเดี่ยวจากนานาชาติ โดยเมื่อ 3 วันที่ผ่านมารัฐบาลจอร์แดนถือเป็นชาวอาหรับชาติแรกที่ออกมาเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาให้ประธานาธิบดีบาชาร์ยอมสละอำนาจ
ขณะที่สหประชาชาติกำลังเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการออกมติมาประณามการปราบปรามผู้ประท้วงของรัฐบาลซีเรีย แต่จีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง 5 ชาติใช้สิทธิ์วีโต้ทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนายเซอร์ไก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียระบุว่า เหตุการณ์ทหารแปรพักตร์โจมตีฝ่ายรัฐบาลเมื่อวานนี้ (17 พ.ย.) ทำให้สถานการณ์ในซีเรียตอนนี้มีสภาพเป็นสงครามกลางเมืองขึ้นแล้ว โดยรัสเซียเรียกร้องให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านของซีเรียหันหน้ามาเจรจากัน
ด้านฝรั่งเศสที่เคยเป็นผู้นำในการโค่นล้ม พ.อ.โมฮัมมาร์ กัดดาฟี ของลิเบียนั้นก็ได้เริ่มการเคลื่อนไหวขึ้นแล้ว โดยนายอล็อง จุ๊ปเป้ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้เดินทางมายังตุรกีและหารือกับนายเออร์โดกัน
ในการเดินทางมายังนครอิสตันบุลครั้งนี้ นายจุ๊ปเป้กล่าวว่า เคราะห์กรรมกำลังตามทันประธานาธิบดีบาชาร์มากเข้ามาทุกที โดยขณะนี้รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังร่วมมือกับฝ่ายต่อต้าน เพื่อหาทางเปลี่ยนแปลงการปกครองของซีเรีย
