ราคาวัสดุก่อสร้างปรับขึ้นราคาหลังน้ำลด
ชาวชุมชนคูยางในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทยอยขนทรัพย์สินกลับเข้าบ้านเรือน หลังระดับน้ำที่ท่วมสูงเกือบ 2 เมตร นานกว่า 3 เดือน ลดลงจนเป็นปกติ แต่ปัญหาที่ตามมาหลังน้ำลด คือ ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้หลายคนต้องใช้เงินซ่อมแซมบ้านเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านที่ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลังอย่างครอบครัวสงวน วงกลม ผู้ประสบภัย ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เงินในการซ่อมแซม ผนัง ประตู หน้าต่าง และเดินสายไฟใหม่ทั้งหลัง รวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท
ผลกระทบจากการปรับราคาของวัสดุก่อสร้าง ทำให้ชาวบ้านบางส่วนยังตัดสินใจพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายแล้ว อย่าง ชาวบ้านในชุมชนหนองหัวหมู อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย จึงไม่มีเงินซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย
จากการสำรวจราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น อิฐ และปูนซีเมนต์ ในหลายพื้นที่ พบว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยร้านค้าอ้างว่า เป็นผลมาจากการขนส่งไกล เพราะเส้นทางหลายสายถูกน้ำท่วม ชาวบ้านจึงต้องการให้ภาครัฐ เข้ามาควบคุมราคาวัสดุก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ค้าฉวยโอกาสปรับราคา พร้อมทั้งเร่งสำรวจและช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเร็ว
