ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เลขาฯ กกต.แจงหาเสียงพูดเรื่องประชามติได้ แต่ทำประชามติหาเสียงไม่ได้

การเมือง
12:24
900
เลขาฯ กกต.แจงหาเสียงพูดเรื่องประชามติได้ แต่ทำประชามติหาเสียงไม่ได้
อ่านให้ฟัง
05:02อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
“แสวง” แจงพรรคเสนอนโยบายทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ แต่ไม่สามารถรณรงค์ “เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย” การทำประชามติ คาดใช้งบ 8,000 ล้านบาท หากทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง

วันนี้ (17 ธ.ค.2568) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ระบุว่า ครม.ได้แจ้งเกี่ยวกับการทำประชามติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อ กกต.แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ 100 % แต่ต้องรออีก 15 วัน ซึ่งตามกฎหมายนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้ประกาศวันออกเสียงประชามติ ตรงกับวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.หรือไม่ อยู่ที่ ครม. กำหนดวัน

แต่หากพิจารณาตามกฎหมาย สามารถกำหนดวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. ได้ ซึ่งหากกำหนดวันเดียวกัน กกต. มีความพร้อมดำเนินการ ยอมรับว่า หากจัดพร้อมกันก็จะประหยัดงบประมาณ

นายแสวงกล่าวถึง การหาเสียงกับการทำประชามติว่า การหาเสียง คือการหาคะแนนนิยมแก่พรรคการเมือง และผู้สมัครในเขตเลือกตั้ง ส่วนการทำประชามติ คือการให้สาระสำคัญประเด็นประชามติ จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ในประเด็นการออกเสียงประชามติ เป็นข้อมูลและความรู้ กกต.

จะพิมพ์ข้อมูลจาก ครม.ที่ส่งมา เผยแพร่ให้กับประชาชน 19 ล้านครัวเรือน และการแสดงความคิดเห็นว่า ให้เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบประชามติ ต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่ง โดยหากพรรคการเมืองคิดแคมเปญหาเสียงว่า เลือกพรรคเลือกเบอร์ รวมถึงเรื่องการเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับประชามติสามารถทำได้

“ประเด็นหาเสียงเหมือนเป็นการเสนอแนวทางหรือนโยบาย พรรคการเมืองเสนอได้ทั้งนั้น แต่เวลาขึ้นเวทีประชามติ เรื่องการแสดงความคิดเห็นว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องพูดเฉพาะเรื่องเนื้อหา ไม่ใช่เรื่องการหาเสียง มันจะแยกกันชัด และในข้อมูลที่เขาส่งมาให้ ตามมาตรา 15 ต้อง ไม่เป็นการชี้นำ ต้องเป็นกลาง แต่การแสดงความคิดเห็น เป็นเรื่องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแล้วแต่ฝ่ายมี 2 ฝ่าย เราต้องจัดแสดงความคิดเห็นอย่างทัดเทียมกัน” นายแสวงกล่าว

นายแสวงกล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องหาเสียงนำประเด็นประชามติไปหาเสียงได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่หากเป็นเวทีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประชามติ ซึ่งในหนังสือที่ ครม.ส่ง กกต. แจ้งว่า ให้ กสทช. ดูแลให้สื่อทุกแขนง จัดให้แสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน โดยทางสำนักงาน กกต. จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบ

นายแสวงย้ำว่า หากพรรคการเมืองขึ้นเวทีหาเสียงสามารถนำเรื่องประชามติที่ทางพรรคได้เสนอ เป็นนโยบายไปพูดปราศรัยหาเสียงได้ เช่น การแก้ไขแล้วจะทำอย่างไร ไม่ใช่การเสนอนโยบายว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบประชามติ โดยจะมีการชี้แจงในช่วงบ่ายวันนี้อีกครั้ง โดยย้ำว่า พรรคการเมืองไม่สามารถรณรงค์ให้ประชาชนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบการทำประชามติได้

“การรณรงค์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มันข้ามไปเรื่องกฎหมายประชามติแล้ว ครั้งที่แล้วมีการแก้รัฐธรรมนูญ มีบางพรรคเสนอด้วยไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ถ้าบอกว่าไปตั้งเวทีรณรงค์ เพื่อให้มีการเห็นด้วยไม่เห็นด้วย เป็นกฎหมายประชามติ ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายประชามติต้องระมัดระวัง” นายแสวงกล่าว

เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงงบประมาณในการทำประชามติ ซึ่งหากจัดการเลือกตั้ง สส. จะใช้งบประมาณลดลงอยู่หลายพันล้านบาท ในรายละเอียดจะต้องหารือกับ ครม. โดยจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้มีจำนวน 53 ล้านคน ห่างจากแยกกันระหว่างเลือกตั้งและประชามติอาจใช้งบประมาณเป็น 10,000 ล้านบาท แต่หากดำเนินการพร้อมกันจะใช้งบประมาณ 8,000 ล้านบาท

อ่านข่าว :

ช้างป่าทำร้ายพระมรณภาพขณะออกบิณฑบาต - พบปีงบฯ 68 เสียชีวิต 30 คน

“พิชาย” ชี้ “ยศชนัน” เปลี่ยนจุดยืน “เพื่อไทย” ไม่ได้ เพราะยังเป็นคนของ “ชินวัตร”

กกต.มั่นใจเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่กระทบจัดเลือกตั้ง