วันนี้ (17 ธ.ค.2568) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการเลือกตั้งตามพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ยอมรับว่า สถานการณ์ชายแดนไทย -กัมพูชา ย่อมกระทบต่อการความเป็นอยู่ของประชาชน ที่อยู่ในศูนย์อพยพ รวมถึงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ยืนยันไม่กระทบกับการจัดการเลือกตั้ง โดย กกต.มีวิธีการบริหาร อยากให้การเลือกตั้งเป็นไปตามกำหนดวันจึงจำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งด้วยในการแก้ปัญหา แต่ยืนยันว่า กกต.เตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกอยู่แล้ว
นายแสวง ยังกล่าวถึงในกรณีบางพื้นที่ชายแดนที่มีการประกาศกฎอัยการศึกจะต้องมีการบริหารจัดการอย่างไรว่า มีแผนอยู่แล้ว ถ้าเป็นกฎอัยการศึก ต้องมาดูสาระสำคัญของกฎอัยการศึก โดยมั่นใจว่า ไม่กระทบกับการเลือกตั้งแม้ว่า วันเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้นหรือมีเหตุปะทะกันเกิดขึ้นก็ตาม เพราะเราบริหารภายใต้สถานการณ์พิเศษตามที่กฎหมายให้อำนาจเรา เราทำน้อยกว่ากฎหมายไม่ได้
ที่บอกว่าเรามั่นใจสมมติว่าเราจัดได้ มันจะเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่กระทบ เพราะว่าเราบริหารในสถานการณ์พิเศษ พื้นที่พิเศษ แสดงว่า วันนั้นเกิดอะไรขึ้นก็ต้องไม่กระทบ เราบริหารตามกฎหมาย ภายใต้ที่กฎหมายให้อำนาจเรา เราทำเกินน้อยกว่ากฎหมายไม่ได้
เมื่อถามว่า สามารถนำหน่วยเลือกตั้งไปการเลือกตั้งที่ศูนย์อพยพได้ นายแสวง กล่าวว่า ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ แต่ก็มีวิธีการเอาหน่วยเลือกตั้งไปหาคนและเอาคนไปหาหน่วยเลือกตั้งอยู่แล้ว ย้ำว่า มีทางออก ถึงจะรบกันก็ต้องเรียบร้อย
นายแสวง ยังอธิบายเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของรัฐบาล ในช่วงรักษาการตามกฎหมายว่า กรณีรัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ตอนหลังการยุบสภา ต้องอยู่ภายใต้บังคับของรัฐธรรมนูญ ม.169 ซึ่งมีอยู่ 3 เรื่อง คือ คนเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย งานโครงการ และการใช้ทรัพยากรหรือการใช้งบกลาง ซึ่งการจะใช้งบได้หรือไม่ว่าทำถูกต้องหรือไม่ แต่ กกต. จะต้องพิจารณาเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรมด้วย
บางทีอาจจะเข้าเงื่อนไขว่ามาขอเรา มาขอได้แต่ กกต.ก็ต้องพิจารณาว่า สิ่งที่คุณกำลังแข่งขันกัน มีการพิจารณาตามแนวทางนี้มาโดยตลอด จึงไม่สามารถตอบได้ว่าได้หรือไม่ได้
กกต.พร้อมตรวจสอบนโยบายพรรคการเมือง
นายแสวง กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันตามประกาศของ กกต.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาว่า ประกาศดังกล่าวได้ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และยอมรับว่า ทำตามกฎหมายแต่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เพราะครั้งที่แล้วให้พรรคการเมืองทำมาเฉพาะ 4 เงื่อนไข แต่ครั้งนี้ สังคมอยากให้เราตรวจสอบมากขึ้น เราก็ไปเชิญหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องอื่น ๆ มาช่วยตรวจสอบ ซึ่งเป็นการทำงานที่จะเป็นช่องทางในการช่วยดูผลประโยชน์ของประเทศชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศดังกล่าวมีเนื้อหาคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ.2568 โดยกำหนด ให้นโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาคำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด นโยบายใดที่ต้องใช้จ่ายเงินการประกาศโฆษณานโยบายนั้นอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
1.วงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ 2.ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย 3.ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ซึ่งการจัดทำนโยบายพรรคการเมืองต้องรายงานต่อคณะกรรมการ ก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่า 20 วัน โดยคณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในด้านใดด้านหนึ่งเกี่ยวกับการเงินการคลังนโยบายสาธารณะ และเศรษฐศาสตร์มหภาคให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้
1.ตรวจสอบนโยบายพรรคการเมือง 2.เรียกเอกสารหลักฐานเพื่อให้พรรคการเมืองชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ แต่ถ้าหากคำชี้แจงยังไม่ครบถ้วนถูกต้อง คณะกรรมการจะสั่งให้พรรคการเมืองนั้นดำเนินการให้ครบถ้วนถูกต้องตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบอาจมีข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตนโยบายของพรรคการเมืองเพื่อประกอบการพิจารณาของกรรมการก็ได้ และเมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานการตรวจสอบแล้ว ก็จะพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วและเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป
“พิชาย” ชี้ “ยศชนัน” เปลี่ยนจุดยืน “เพื่อไทย” ไม่ได้ เพราะยังเป็นคนของ “ชินวัตร”
ราคา“ทองคำ” ครึ่งเช้า บวก 350 บาท ดัน”รูปพรรณ” ขายออก 65,050 บาท
อัลบาเนซียกย่อง "อาเหม็ด" ฮีโร่เสี่ยงชีวิตปลดอาวุธผู้ก่อเหตุชายหาดบอนได










